ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่คนในครอบครัวหรือตัวเราเองต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่เกี่ยวกับทางเดินอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลำไส้ กระเพาะอาหาร หรือถุงน้ำดี ความกังวลใจมักจะไม่ได้หยุดอยู่แค่ตอนที่เดินออกจากห้องผ่าตัดเท่านั้น เพราะช่วงเวลาหลังจากนั้น หรือที่เราเรียกว่าช่วงพักฟื้น คือช่วงเวลาสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังเรื่องภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดทางเดินอาหารอย่างใกล้ชิด หมอเองเวลาดูแลคนไข้กลุ่มนี้ มักจะบอกเสมอว่าการรู้ทันอาการผิดปกติแต่เนิ่นๆ ช่วยชีวิตคนไข้ได้จริงและลดโอกาสเกิดอันตรายรุนแรงได้อย่างมาก

ช่วงวันแรกๆ หลังผ่าตัด: แผลในท้องกับอาการปวดและอึดอัดที่ต้องเจอ

ทันทีที่ฟื้นขึ้นมาจากยาสลบ สิ่งแรกที่คนไข้ส่วนใหญ่บ่นตรงกันคืออาการเจ็บแผลและแน่นท้องจากแก๊สในทางเดินอาหาร หมอต้องอธิบายให้เข้าใจก่อนว่า ร่างกายเพิ่งผ่านการบอบช้ำมา ลำไส้ของเราจะยังมีอาการตื่นเต้นและหยุดทำงานไปชั่วขณะ หรือที่แพทย์เรียกว่าภาวะลำไส้หยุดทำงานชั่วคราว การที่ท้องอืด ผายลมไม่ออก หรือคลื่นไส้ จึงเป็นเรื่องที่พบได้ปกติในช่วง 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรก แต่ถ้าผ่านไปหลายวันแล้วอาการพวกนี้ไม่ดีขึ้นเลย ท้องเริ่มปวดบิดมากขึ้นเรื่อยๆ หรือเริ่มอาเจียนออกมาเป็นน้ำสีเขียวเข้ม แบบนี้ไม่ใช่เรื่องปกติแล้วครับ

แผลปริหรือแผลแยก: ส,สัญญาณเตือนที่แปลว่าข้างในอาจมีปัญหา

เวลาแพทย์เย็บแผลที่หน้าท้อง ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดแบบเปิดแผลยาวหรือการผ่าตัดส่องกล้อง ชั้นกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อด้านในต้องใช้เวลาในการสมานตัว หากคนไข้เผลอไอแรงๆ จามแรงๆ หรือลุกขึ้นนั่งเร็วเกินไปโดยไม่ใช้หมอนกอดประคองหน้าท้องไว้ ก็อาจทำให้แผลด้านในเกิดการปริแยกได้ อาสังเกตง่ายๆ คือตรงแผลภายนอกเริ่มมีน้ำเหลืองปนเลือดซึมออกมามากกว่าปกติ หรือรู้สึกเหมือนมีก้อนนูนๆ โผล่ขึ้นมาใต้ผิวหนังบริเวณรอยแผลเดิม แบบนี้ต้องรีบให้แพทย์ตรวจดูทันทีเพื่อความปลอดภัย

รอยต่อลำไส้รั่ว: ภัยเงียบอันดับหนึ่งที่ต้องระวังให้ดี

อันนี้คือสิ่งที่คุณหมอผ่าตัดกังวลมากที่สุด เพราะในการผ่าตัดตัดต่อลำไส้ ร่างกายต้องอาศัยเวลาให้เนื้อเยื่อบริเวณที่เย็บติดกันสมานสนิทกันเสียก่อน หากมีภาวะแทรกซ้อนเช่นเลือดไปเลี้ยงไม่พอ หรือมีความดันในลำไส้สูงเกินไป ก็อาจทำให้เกิดรอยต่อรั่วได้ อาการเตือนมักจะมาในรูปแบบของไข้ขึ้นสูง ปวดท้องรุนแรงแบบที่ไม่ใช่แค่อาการเจ็บแผลผ่าตัดธรรมดา ท้องแข็งเกร็ง และชีพจรเต้นเร็ว หากมีอาการเหล่านี้ร่วมกัน แปลว่าเริ่มมีการติดเชื้อในช่องท้องแล้ว จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากทีมแพทย์อย่างเร่งด่วนที่สุด

ภาวะลำไส้อุดตันจากพังผืด: แผลหายแล้วแต่ทำไมยังปวดท้องซ้ำ

บางครั้งภาวะแทรกซ้อนก็ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหลังผ่าตัด แต่อาจโผล่มาทักทายหลังจากกลับบ้านไปแล้วเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน สาเหตุส่วนใหญ่มาจากเนื้อเยื่อพังผืดที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของร่างกายเวลาแผลหาย ซึ่งบางทีมันดันไปรัดลำไส้ทำให้ทางเดินอาหารตีบแคบลง คนไข้จะมีอาการปวดท้องแบบบีบๆ เป็นพักๆ ท้องอืดแน่น กินอะไรก็อาเจียนออกหมด และที่สำคัญคือถ่ายอุจจาระไม่ออกและผายลมไม่ได้เลย ถ้าเจออาการแบบนี้ ห้ามซื้อยาถ่ายมากินเองเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ลำไส้ทะลุได้ ต้องรีบมาโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์เอกซเรย์ดูอาการทันที

การติดเชื้อที่แผลผ่าตัดและในช่องท้อง: ไข้สูงแบบนี้ต้องรีบเช็ก

การผ่าตัดช่องท้องมีความเสี่ยงเรื่องเชื้อโรคเข้าไปเกี่ยวข้องเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อจากผิวหนังหรือเชื้อจากภายในทางเดินอาหารเอง หากแผลเริ่มมีอาการบวม แดง ร้อน มีหนองไหล หรือตัวคนไข้เองมีไข้หนสั่นร่วมด้วย แสดงว่าเริ่มมีการติดเชื้อแล้ว ในบางรายที่เชื้อลุกลามเข้าไปในช่องท้อง อาจทำให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดตามมา ซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นการดูแลความสะอาดแผลตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดและการกินยาปฏิชีวนะให้ครบตามแพทย์สั่งจึงเป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้เด็ดขาด

เช็กลิสต์อาการแบบไหนหลังผ่าตัดท้อง ที่ต้องรีบกลับมาหาหมอทันที

เพื่อให้จำง่ายและนำไปปฏิบัติได้จริง หากตัวคนไข้เองหรือคนใกล้ตัวที่เพิ่งผ่าตัดทางเดินอาหารมีอาการเหล่านี้ โทรปรึกษาแพทย์หรือกลับมาโรงพยาบาลได้เลย ไม่ต้องรอให้ถึงวันนัดเดิม

  • มีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส หรือหนสั่น
  • ปวดท้องรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ท้องแข็งตึง กดเจ็บมาก
  • คลื่นไส้และอาเจียนติดต่อกันหลายครั้ง กินน้ำหรืออาหารไม่ได้เลย
  • แผลผ่าตัดบวมแดง ร้อน มีเลือดหรือหนองซึมออกมามาก
  • ไม่ผายลมและไม่ถ่ายอุจจาระติดต่อกันนานเกิน 3 วันร่วมกับท้องอืดมาก

การผ่าตัดทางเดินอาหารเป็นการรักษาที่ช่วยชีวิต แต่ช่วงพักฟื้นคือบททดสอบความอดทนและความใส่ใจ การสังเกตตัวเองและคนรอบข้างอย่างใกล้ชิด รู้จักสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อน และรีบมาพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างแข็งแรงและปลอดภัยอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down