กังวลใจใช่ไหม? ช่วงเวลาฟื้นตัวหลังผ่าตัดช่องท้องที่ต้องรู้ทัน
การเดินเข้าห้องผ่าตัดเพื่อรักษาโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร ไม่ว่าจะเป็นลำไส้ กระเพาะอาหาร หรือถุงน้ำดี เป็นเรื่องใหญ่สำหรับทุกคนครับ พอผ่านพ้นการผ่าตัดมาได้ หลายคนมักจะโล่งอกว่าผ่านช่วงเวลาวิกฤตมาแล้ว แต่ในฐานะหมอ ผมอยากบอกว่า 'การดูแลตัวเองและการเฝ้าระวังในช่วงพักฟื้น' สำคัญไม่แพ้ตัวการผ่าตัดเลย
เวลาที่คนไข้มาตรวจตามนัด สิ่งที่ผมมักจะได้ยินบ่อยๆ คือความกังวลกับอาการแปลกๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากกลับบ้านไปแล้ว เช่น แน่นท้อง แผลตึง หรือทานอะไรแล้วท้องอืด วันนี้ผมเลยอยากชวนมาทำความเข้าใจเรื่องภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดทางเดินอาหารกันแบบง่ายๆ เหมือนมานั่งคุยกันที่ห้องตรวจครับ เพื่อให้ทุกคนสังเกตตัวเองได้อย่างมั่นใจ และรู้ว่าเมื่อไหร่ควรมาหาหมอด่วน
แผลผ่าตัดติดเชื้อและปัญหาที่ต้องระวังบริเวณหน้าท้อง
เรื่องแรกที่คนไข้กังวลมากที่สุดหนีไม่พ้นเรื่องแผลครับ หลังผ่าตัดใหม่ๆ แผลย่อมมีอาการเจ็บ ตึง หรือบวมแดงเล็กน้อยได้บ้างตามธรรมชาติของการหายของเนื้อเยื่อ แต่ถ้ามันเริ่มมีสัญญาณเตือนที่ผิดปกติ เราต้องแยกให้ออกระหว่างแผลกำลังหายกับแผลกำลังมีปัญหา
วิธีสังเกตอาการแผลติดเชื้อที่บ้าน
หากสังเกตว่าแผลผ่าตัดเริ่มปวดตุบๆ มากขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะค่อยๆ ดีขึ้น หรือมีอาการบวมแดงลามออกไปรอบๆ มากกว่าเดิม รวมถึงมีน้ำเหลือง หนอง หรือเลือดซึมออกมาจากรอยเย็บร่วมกับมีกลิ่นเหม็น และที่สำคัญคือมีไข้สูงร่วมด้วย แบบนี้ไม่ต้องรอให้ถึงวันนัดครับ รีบมาให้หมอตรวจแผลด่วนเลย เพราะอาจเกิดการติดเชื้อที่ผิวหนังหน้าท้องหรือชั้นไขมันใต้ผิวหนังได้
ภาวะลำไส้อืดทำงานช้าลงและอาการท้องอืดหลังผ่าตัด
หลายคนตกใจมากที่ผ่าตัดทางเดินอาหารไปแล้ว วันแรกๆ หมอถึงยังไม่อยากให้ทานอาหารหนัก หรือบางคนทานอะไรเข้าไปแล้วรู้สึกแน่นท้อง ท้องอืด ลมเต็มท้องไปหมด กลไกตรงนี้อธิบายง่ายๆ คือ ลำไส้ของเราเป็นอวัยวะที่ขี้ตกใจครับ เวลาโดนกระทบกระเทือนจากการผ่าตัด เขาจะขอหยุดพักงานชั่วคราว หรือที่เราเรียกทางการแพทย์ว่าภาวะลำไส้อืด (Ileus)
อาการนี้มักจะค่อยๆ ดีขึ้นเองเมื่อเวลาผ่านไป 2 ถึง 3 วัน โดยสังเกตง่ายๆ ว่า เริ่มมีเสียงโครกครากในท้อง ผายลมออกมาได้ หรือเริ่มอยากทานอาหาร ซึ่งเป็นสัญญาณบอกว่าลำไส้เริ่มตื่นจากการหลับใหลแล้วครับ แต่ถ้าผ่านไปหลายวันยังท้องป่องแน่นตึง แข็ง และผายลมไม่ได้เลย อันนี้ต้องระวังเรื่องลำไส้อุดตันจากพังผืดหลังผ่าตัด ซึ่งต้องให้แพทย์ประเมินอย่างใกล้ชิด
ภาวะแทรกซ้อนภายในที่ซ่อนอยู่และจุดสังเกตสำคัญ
นี่คือสิ่งที่เรากังวลมากที่สุดในฐานะศัลยแพทย์ครับ รอยต่อของลำไส้ที่เราเย็บหรือ 1;ต่อกันไว้ในช่วงผ่าตัด จำเป็นต้องอาศัยเวลาในการสมานตัว หากเกิดความผิดพลาด เช่น รอยต่อรั่วหรือซึม จะทำให้ของเหลวหรือเศษอาหารในลำไส้รั่วเข้าไปในช่องท้อง ซึ่งนำไปสู่การติดเชื้อรุนแรงในช่องท้องตามมา
อาการปวดท้องแบบไหนที่อันตรายและต้องรีบไปโรงพยาบาล
ถ้าเป็นอาการปวดแผลผ่าตัดธรรมดา มันจะค่อยๆ ทุเลาลงเมื่อขยับตัวน้อยลงหรือทานยาแก้ปวดตามแพทย์สั่ง แต่ถ้าเป็นอาการปวดท้องแบบจุกแน่น ท้องแข็งเกร็ง กดเจ็บรุนแรงทั่วท้อง หายใจตื้น หรือมีไข้หนสั่นร่วมด้วย อาพวกนี้ไม่ใช่เรื่องปกติหลังผ่าตัดทั่วไปครับ เป็นสัญญาณเตือนว่าอาจมีเลือดออกภายในช่องท้อง หรือมีรอยรั่วของทางเดินอาหาร ซึ่งต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที
การปฏิบัติตัวเพื่อลดความเสี่ยงและฟื้นตัวได้ไวขึ้น
การป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่ดีที่สุด เริ่มต้นจากการร่วมมือกันระหว่างคนไข้และทีมแพทย์ครับ ตั้งแต่การลุกขึ้นเดินขยับร่างกายตามคำแนะนำของพยาบาล แม้ว่าจะเจ็บแผล แต่มันช่วยให้ลำไส้กลับมาทำงานเร็วขึ้นและลดโอกาสเกิดพังผืด รวมถึงการฝึกหายใจลึกๆ เพื่อป้องกันภาวะปอดแฟบหลังการดมยาสลบ
ในส่วนของอาหาร ให้เริ่มจากอาหารอ่อนย่อยง่ายตามลำดับขั้นที่หมอแนะนำ อย่าเพิ่งรีบจัดเต็มบุฟเฟต์ทันทีที่กลับถึงบ้าน เพราะลำไส้ยังต้องการเวลาปรับตัว ค่อยๆ เคี้ยวช้าๆ ทานปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้ง จะช่วยลดภาระการทำงานของระบบทางเดินอาหารได้ดีที่สุดครับ ส3านการณ์การฟื้นตัวของแต่ละคนไม่เท่ากัน หากรู้สึกกังวลใจกับอาการตรงไหน ปรึกษาทีมแพทย์ผู้ดูแลได้เสมอครับ เพราะความปลอดภัยของคนไข้คือสิ่งสำคัญที่สุด