เวลาที่อุ้มเจ้าตัวเล็กแล้วรู้สึกว่าผิวลูกร้อนกว่าปกติ หัวใจคนเป็นพ่อเป็นแม่คงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ยิ่งเป็นทารกแรกเกิดที่อายุยังไม่ถึงสองเดือน การเจอไข้สูงถือเป็นเรื่องใหญ่และน่าตกใจมาก หมอเข้าใจดีครับว่าความเครียดและความกังวลมันมากมายแค่ไหน เพราะเด็กวัยนี้ระบบภูมิคุ้มกันยังทำงานได้ไม่เต็มที่ เชื้อโรคนิดเดียวก็อาจลุกลามใหญ่โตได้รวดเร็วกว่าเด็กโต การมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องจึงเป็นเกราะคุ้มกันที่ดีที่สุดสำหรับลูกรัก
ทำไมเด็กแรกเกิดถึงเนื้อตัวร้อนได้ง่าย และอันตรายแค่ไหน?
ในทารกที่มีอายุต่ำกว่า 28 วัน อุณหภูมิร่างกายปกติมักจะวัดทางรักแร้ได้ไม่เกิน 37.5องศาเซลเซียส หากปรอทพุ่งสูงเกินนี้ เราจะถือว่ามีไข้แล้วครับ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นไวรัสหรือแบคทีเรีย ซึ่งในเด็กแรกเกิด เชื้อเหล่านี้อาจมาจากแม่ขณะคลอด หรือติดจากคนรอบข้างที่เข้ามาอุ้มเล่นโดยล้างมือไม่สะอาด
ความน่ากลัวของไข้ในเด็กวัยนี้คือ ร่างกายเขาบอบบางมาก เชื้อโรคอาจเข้าสู่กระแสเลือด เยื่อหุ้มสมอง หรือปอดได้อย่างรวดเร็วโดยที่อาการเตือนยังไม่ชัดเจน ลูกอาจแค่นมลดลง ซึมลงนิดหน่อย แต่นั่นคือสัญญาณวิกฤตแล้วครับ ดังนั้น ถ้าเจอไข้ในเด็กกลุ่มนี้ ห้ามรอให้หายเองเด็ดขาด
ลูกอายุเท่านี้ วัดไข้ด้วยวิธีไหนถึงจะชัวร์ที่สุด?
การใช้หลังมือทูหน้าผากลูกแล้วกะเอาว่าตัวร้อนไหม อันนี้ไม่แม่นยำครับ หมอแนะนำให้ใช้ปรอทดิจิทัลวัดอุณหภูมิทางรักแร้ หรือถ้าจะให้ดีที่สุดสำหรับเด็กเล็กคือการวัดทางทวารหนัก เพราะสะท้อนอุณหภูมิแกนกลางร่างกายได้แม่นยำที่สุด
ข้อควรจำคือ หากวัดทางรักแร้แล้วได้ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป หรือวัดทางทวารหนักแล้วได้ 38.0 องศาเซลเซียสขึ้นไป ให้ถือว่าลูกมีไข้สูงเฉียบพลันและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดทันที
สัญญาณเตือนภัยอันตราย ที่แปลว่าต้องรีบพาลูกไปโรงพยาบาลด่วน
เมื่อลูกมีไข้สูง สิ่งที่ต้องสังเกตไม่ใช่แค่ตัวเลขบนปรอทวัดไข้ แต่ต้องดูอาการร่วมอื่นๆ ด้วย หากพบอาการเหล่านี้ร่วมกับไข้สูง ให้รีบพาไปห้องฉุกเฉินทันที
- ซึมมาก ปลุกตื่นยาก หรือไม่ยอมลืมตามามองหน้าเลย
- หายใจหอบแรง หายใจจนอกบุ๋ม หรือมีเสียงครืดคราดในคอ
- ปฏิเสธนม ไม่ยอมดูดนมเลยเกินสองมื้อติดกัน
- มีผื่นขึ้นตามตัว หรือผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ ลายๆ
- ตัวเกร็ง ชัก หรือมีอาการกระตุกผิดปกติ
สิ่งแรกที่พ่อแม่ควรทำเมื่อลูกตัวร้อนที่บ้าน
ก่อนจะถึงมือหมอ พ่อแม่ต้องตั้งสติให้ดีแล้วช่วยบรรเทาอาการเบื้องต้นด้วยวิธีที่ถูกต้อง ห้ามทำตามความเชื่อผิดๆ เช่น การเอาผ้าชุบน้ำเย็นจัดมาเช็ดตัวเพราะจะทำให้เส้นเลือดหดตัวและไข้สูงขึ้นไปอีก
- เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง เพื่อช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย
- สวมเสื้อผ้าโปร่งสบาย ไม่ห่อผ้าหนาเตอะหรือห่มผ้าห่มหนาๆ เพราะจะทำให้ความระบายความร้อนไม่ได้
- ให้ลูกดื่มนมแม่บ่อยขึ้น เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
- ห้ามซื้อยาลดไข้กินเองเด็ดขาด โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 3 เดือน การใช้ยาใดๆ ต้องอยู่ภายใต้คำสั่งของแพทย์เท่านั้น
วิธีตรวจรักษาของแพทย์เมื่อพามาถึงโรงพยาบาล
เมื่อมาถึงมือหมอ เนื่องจากเด็กแรกเกิดมีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อรุนแรง แพทย์จึงมีความจำเป็นต้องตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียด ซึ่งอาจทำให้พ่อแม่รู้สึกใจหายเมื่อเห็นลูกต้องเจาะเลือดหรือตรวจเพิ่มเติม แต่นี่คือสิ่งจำเป็นเพื่อความปลอดภัยของลูกครับ
การตรวจมักจะประกอบด้วยการเจาะเลือดตรวจหาเม็ดเลือดขาวและภาวะการติดเชื้อ การตรวจปัสสาวะเพื่อหาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และในบางกรณีที่สงสัยเรื่องการติดเชื้อในระบบประสาท แพทย์อาจจำเป็นต้องเจาะน้ำไขสันหลังไปตรวจด้วย พร้อมทั้งพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะทางเส้นเลือดทันทีในขณะที่รอผลเพาะเชื้อ
การดูแลต่อเนื่องหลังจากกลับมาพักฟื้นที่บ้าน
เมื่อลูกอาการดีขึ้นและกลับมาบ้านได้แล้ว หน้าที่ของคนดูแลคือการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด ครบกำหนดกินยาฆ่าเชื้อห้ามหยุดเองเด็ดขาด และหมั่นสังเกตอุณหภูมิร่างกายรวมถึงพฤติกรรมการกินและการนอน หากมีความผิดปกติกลับมาแม้แต่น้อย ต้องรีบกลับมาพบแพทย์ก่อนนัดทันที