ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะเคยเจอเหตุการณ์ที่ลูกน้อยจู่ๆ ก็ร้องไห้โวยวาย บอกว่าแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก หัวใจเต้นแรงเหมือนจะทะลุออกมาข้างนอก ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเพิ่งจะนั่งเล่นการบ้านอยู่เฉยๆ หรือกำลังจะเข้านอน หลายบ้านตกใจรีบพาซิ่งรถไปห้องฉุกเฉินกลางดึก พอไปถึงคุณหมอตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจเลือด ทุกอย่างปกติหมด ลูกไม่ได้เป็นโรคหัวใจอย่างที่กังวล แต่สิ่งที่น้องกำลังเผชิญอยู่และพวกเรามักมองข้ามไปก็คือ ภาวะ panic attack หรือ โรคตื่นตระหนกในเด็ก นั่นเองครับ

ลูกไม่ได้แกล้งสำออย: ทำความเข้าใจอาการตื่นตระหนกที่เกิดขึ้นจริงในสมองเด็ก

เวลาที่เด็กโตหน่อยหรือแม้แต่เด็กเล็กๆ เผชิญกับอาการนี้ พวกเขาไม่ได้เรียกร้องความสนใจหรือแกล้งทำเพื่อให้ไม่อยากไปโรงเรียน แต่มันคือความผิดพลาดชั่วคราวของระบบประสาทอัตโนมัติ สมองส่วนที่ทำหน้าที่ปกป้องเราจากอันตราย หรือที่เรียกว่า อะมิกดะลา (Amygdala) มันเกิดทำงานไวเกินไป ส่งสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินออกมา ทั้งที่รอบตัวไม่ได้มีเสือหรือสิงโตวิ่งไล่ ร่างกายจึงหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมามหาศาล ทำให้หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อแตก มือสั่น และเกิดความกลัวสุดขีดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ซึ่งน่าตกใจว่าปัจจุบันเราเริ่มเห็นเด็กๆ เป็นโรคนี้กันอายุน้อยลงเรื่อยๆ แล้วครับ

เช็กลิสต์อาการเตือน: ลูกกำลังเป็นโรคตื่นตระหนก หรือแค่เครียดธรรมดา

อาการของโรคตื่นตระหนกในเด็กมักจะมาแบบไม่ทันตั้งตัว จู่ๆ ก็กำเริบขึ้นมาสูงสุดภายในเวลาไม่กี่นาทีแล้วก็ค่อยๆ

  • หัวใจเต้นแรงและเร็วมาก จนเด็กบางคนบอกว่าเจ็บหน้าอก
  • หายใจไม่อิ่ม หายใจไม่ทัน รู้สึกเหมือนมีอะไรมาทับอก
  • เวียนหัว หน้ามืด เหมือนจะเป็นลม
  • มือเท้าชา หรือมีความรู้สึกยิบๆ เหมือนโดนเข็มทิ่ม
  • กลัวว่าจะควบคุมตัวเองไม่ได้ หรือกลัวว่าจะตาย ทั้งที่ไม่มีเหตุผล

ต้นตอของปัญหา: อะไรคือสิ่งที่สะสมอยู่ในใจเด็กกลุ่มนี้

เด็กไม่ได้เกิดมาแล้วเป็นโรคนี้เลยครับ แต่มักจะมีปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน ทั้งเรื่องของสารสื่อประสาทในสมองที่ไม่สมดุล กรรมพันธุ์ที่มีคนในครอบครัวเคยเป็นโรคซึมเศร้าหรือวิตกกังวล และที่พบบ่อยมากๆ ในยุคนี้คือ ความเครียดสะสม ทั้งแรงกดดันเรื่องการเรียน ความสัมพันธ์กับเพื่อนที่โรงเรียน การโดนกลั่นแกล้ง หรือแม้แต่บรรยากาศตึงเครียดภายในครอบครัว สิ่งเหล่านี้ค่อยๆ ก่อตัวจนสมองของเด็กรับไม่ไหวและระเบิดออกมาเป็นอาการแพนิค

วิธีรับมือเฉพาะหน้า: ดึงสติลูกกลับมาก่อนที่อาการจะแย่ลง

เวลาที่ลูกกำเริบ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำเป็นอันดับแรกคือการตั้งสติให้มั่นคง เพราะความตื่นตระหนกของผู้ปกครองจะยิ่งโหมไฟให้ลูกกลัวหนักขึ้นไปอีก จากนั้นให้ทำตามขั้นตอนนี้ครับ

  • พาเด็กออกจากสถานการณ์ตรงนั้น ไปอยู่ในที่เงียบๆ และอากาศถ่ายเท
  • ใช้เทคนิคการหายใจร่วมกัน หายใจเข้าลึกๆ นับ 1-4 กลั้นไว้ แล้วเป่าลมออกทางปากยาวๆ นับ 1-6
  • สัมผัสตัวลูกเบาๆ เช่น กอด จับมือ เพื่อบอกว่าเขายังปลอดภัย
  • ชวนดึงสติต่อสิ่งรอบตัว เช่น ถามว่าตอนนี้เห็นสีอะไรบ้างในห้องนี้ เพื่อให้สมองหลุดจากความกลัวข้างใน

การรักษาและดูแลระยะยาว: ปลดล็อกความกลัวในจิตใจเด็ก

ถ้าลูกมีอาการแบบนี้บ่อยๆ จนเริ่มไม่อยากไปโรงเรียน หรือไม่กล้าออกไปไหนเพราะกลัวจะกำเริบอีก ควรพามาพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นครับ การรักษาไม่ได้หมายความว่าต้องกินยาเสมอไป สำหรับเด็ก การทำจิตบำบัด เช่น พฤติกรรมบำบัด (CBT) มีส่วนช่วยอย่างมากในการสอนให้เด็กเข้าใจความกลัวของตัวเอง เรียนรู้วิธีจัดการกับความคิดลบ และปรับพฤติกรรมใหม่ ส่วนคุณพ่อคุณแม่เองก็ต้องได้รับการปรับมุมมองและวิธีสื่อสารที่บ้าน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นและลดความกดดัน โรคนี้รักษาหายได้และเด็กๆ กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขแน่นอนครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down