ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เรื่องเล่าจากห้องตรวจ: ทำไมคุณหมอถึงมักตรวจเจอไวรัสตับอักเสบชนิดบีโดยบังเอิญ?

หลายคนเดินเข้ามาในห้องตรวจด้วยอาการอ่อนเพลียธรรมดา คิดว่าตัวเองแค่นอนน้อยจากการทำงานหนัก แต่พอเจาะเลือดตรวจสุขภาพประจำปี ผลลัพธ์กลับแสดงให้เห็นว่าตับกำลังทำงานหนักเกินปกติ และมีเจ้าไวรัสตับอักเสบชนิดบีแฝงตัวอยู่โดยที่เจ้าตัวไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนเลย

นี่คือความน่ากลัวของเชื้อตัวนี้ครับ มันเงียบมาก ไม่ส่งเสียงเตือน ไม่แสดงอาการเจ็บปวดในระยะแรก จนกว่าตับจะเริ่มอักเสบเรื้อรังและเสียหายไปมากแล้ว ถึงค่อยแสดงสัญญาณเตือนออกมา

ไวรัสตับอักเสบชนิดบีคืออะไร และมันเข้ามาอยู่ในร่างกายเราได้อย่างไร?

พูดให้เข้าใจง่ายที่สุด เจ้าไวรัสตับอักเสบชนิดบี เป็นเชื้อโรคตัวจิ๋วที่ชอบบุกรุกเข้าไปทำลายเซลล์ตับโดยเฉพาะ เมื่อมันเข้าไปอยู่ข้างในได้ มันจะใช้โรงงานผลิตของเซลล์ตับเพื่อเพิ่มจำนวนตัวเองขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ตับเกิดการอักเสบ บวม และถ้าปล่อยทิ้งไว้เป็นเรื้อรัง เซลล์ตับที่ดีจะค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยพังผืด กลายเป็นโรคตับแข็ง หรือร้ายแรงที่สุดคือมะเร็งตับในอนาคต

เส้นทางการติดต่อของเจ้าไวรัสตัวนี้ไม่ได้ติดต่อกันง่ายๆ ผ่านการหายใจ อาหาร หรือการใช้ช้อนชามร่วมกันเหมือนโรคหวัดทั่วไป แต่มันติดต่อผ่านทางเลือดและสารคัดหลั่งเป็นหลัก ได้แก่:

  • การติดต่อจากแม่สู่ลูก: เป็นเส้นทางที่พบบ่อยที่สุดในอดีต หากคุณแม่มีเชื้อในร่างกายและไม่ได้ป้องกัน ลูกน้อยก็มีโอกาสรับเชื้อตั้งแต่ตอนคลอด
  • การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน: รวมถึงการสัก เจาะร่างกาย หรือฝังเข็มในร้านที่อุปกรณ์ไม่สะอาดและไม่ผ่านการฆ่าเชื้ออย่าง2มาตรฐาน
  • การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน: เชื้อสามารถผ่านทางสารคัดหลั่งได้
  • การใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน: เช่น แปรงสีฟัน หรือมีดโกนหนวด ที่อาจมีคราบเลือดปนเปื้อน

ติดเชื้อแล้วจะเป็นอย่างไร? รู้ทันทีไหมหรือต้องรอนานแค่ไหน?

หลังจากได้รับเชื้อเข้ามาในร่างกายแล้ว ร่างกายของแต่ละคนจะตอบสนองไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของตัวเองในตอนนั้นครับ

กลุ่มที่หนึ่งคือกลุ่มที่โชคดี (ติดเชื้อแบบเฉียบพลันและหายเอง): ร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อสู้และขับไล่เชื้อออกไปได้หมดภายในหกเดือน คนกลุ่มนี้จะมีภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิตและไม่เป็นโรคเรื้อรัง

กลุ่มที่สองคือกลุ่มที่ต้องระวัง (ติดเชื้อเรื้อรัง): หากร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อหมดภายในหกเดือน เชื้อจะฝังตัวอยู่ในตับไปตลอดชีวิต คนกลุ่มนี้มักไม่มีอาการผิดปกติอะไรเลยในช่วงแรก ใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ตับจะค่อยๆ ถูกทำลายทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว

วิธีตรวจเช็กให้ชัวร์ว่าร่างกายเราปลอดภัยจากไวรัสตับอักเสบชนิดบี

การเดาเอาเองว่าร่างกายปกติดีหรือไม่นั้นอันตรายมากครับ วิธีเดียวที่จะรู้ว่าเรามีเชื้อนี้อยู่ไหม หรือเรามีภูมิคุ้มกันแล้วหรือยัง คือการเจาะเลือดตรวจทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งหมอจะแนะนำชุดตรวจหลักๆ สองตัวคือ:

  • HBsAg: ตรวจดูว่าตอนนี้มีเชื้อไวรัสอยู่ในร่างกายเราหรือไม่
  • Anti-HBs: ตรวจดูว่าเรามีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อนี้แล้วหรือยัง (ไม่ว่าจะมาจากการเคยติดเชื้อแล้วหายเอง หรือมาจากการฉีดวัคซีน)

วิธีดูแลตัวเองและการรักษาเมื่อตรวจเจอเชื้อ

ถ้าผลตรวจออกมาว่ามีเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี สิ่งแรกที่คุณหมออยากบอกคือ ตั้งสติให้ดีครับ การมีเชื้อไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งตับในวันพรุ่งนี้ สิ่งที่เราต้องทำคือการวางแผนติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

แพทย์จะทำการตรวจเลือดดูการทำงานของตับ ปริมาณไวรัสในกระแสเลือด และอาจต้องอัลตราซาวด์ตับเพื่อดูเนื้อเยื่อตับ หากพบว่าตับเริ่มมีการอักเสบหรือมีปริมาณไวรัสสูง แพทย์จะพิจารณาให้ยาต้านไวรัสมากินเพื่อกดเชื้อไม่ให้มันทำลายตับเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็สำคัญไม่แพ้กัน:

  • งดแอลกอฮอล์เด็ดขาด: เพราะแอลกอฮอล์และไวรัสคือสองพลังประสานที่จะเร่งทำลายตับให้พังเร็วขึ้นไปอีก
  • ระวังเรื่องยาและอาหารเสริม: ยาหลายชนิดต้องผ่านการเผาผลาญที่ตับ หากมีเชื้ออยู่แล้วควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนกินยาอะไรก็ตาม
  • ตรวจสุขภาพตับสม่ำเสมอ: ตามนัดหมายของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงของตับ

ป้องกันไว้ก่อนดีที่สุด: วัคซีนทางออกสำคัญสำหรับทุกคน

สำหรับคนที่ตรวจเลือดแล้วพบว่ายังไม่มีเชื้อและยังไม่มีภูมิคุ้มกัน วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบชนิดบีคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดครับ ฉีดทั้งหมดสามเข็มตามกำหนดของแพทย์ ก็สามารถสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาวได้ ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและการเกิดโรคตับเรื้อรังในอนาคตได้อย่าง 100 เปอร์เซ็นต์

ตับเป็นอวัยวะชิ้นเดียวในร่างกายที่ทำงานหนักเพื่อเราตลอดเวลาโดยไม่เคยบ่น การดูแลตับด้วยการตรวจสุขภาพประจำปี ฉีดวัคซีน และระมัดระวังความเสี่ยง จึงเป็นการบอกรักตัวเองที่ง่ายและยั่งยืนที่สุดครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down