ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

กลางดึกคืนหนึ่ง เสียงร้องไห้โยเยของเจ้าตัวเล็กดังขึ้น พร้อมกับร่างกายที่ร้อนจี๋เหมือนไฟสุมอก พ่อแม่หลายคนมักจะตกใจ รีบวิ่งไปเปิดตู้ยาหยิบขวดน้ำเชื่อมสีชมพูหรือสีส้มขึ้นมาเทใส่ช้อนทันที ทว่าในความเร่งรีบและตื่นตระหนกนั้น บางครั้งเราอาจเผลอมองข้ามรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ส่งผลอันตรายต่อสุขภาพของลูกได้อย่างมหันต์ การดูแลลูกเวลาเจ็บป่วยไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะการตัดสินใจเลือกใช้ยาระหว่างยาพาราเซตามอลกับยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือที่คุ้นหูในชื่อไอบูโพรเฟน

ทำความเข้าใจ 'ยาพาราเซตามอล' ยาสามัญประจำบ้านที่ต้องใช้ให้ถูกโดสตามน้ำหนักตัว

ยาพาราเซตามอลเป็นด่านแรกที่เรามักนึกถึงเวลาลูกตัวร้อน ยาตัวนี้ออกฤทธิ์โดยตรงต่อสมองเพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิร่างกายและบรรเทาอาการปวด แต่จุดที่หมออยากเน้นย้ำมากที่สุดคือ การคำนวณปริมาณยาที่ถูกต้อง เพราะการใช้ยาลดไข้กลุ่มพาราเซตามอลแบรนด์ต่างๆ ในท้องตลาดนั้น มีความเข้มข้นของตัวยาไม่เท่ากัน บางขวดระบุว่า 120 มิลลิกรัมต่อ 5 มิลลิลิตร บางขวดเข้มข้นกว่านั้นเป็น 250 มิลลิกรัมต่อ 5 มิลลิลิตร หากเราป้อนยาโดยใช้ช้อนกินข้าวธรรมดา หรือจำสับสนระหว่างขวดยา ย่อมเสี่ยงที่จะทำให้ลูกได้รับยาเกินขนาดจนเกิดพิษต่อตับเฉียบพลันได้

วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือการคำนวณปริมาณยาตามน้ำหนักตัวจริงของลูก ณ ปัจจุบัน ไม่ใช่คำนวณตามอายุ โดยคิดที่ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อครั้ง และป้อนยาห่างกันทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง ที่สำคัญคือห้ามป้อนเกิน 5 ครั้งในรอบ 24 ชั่วโมงเป็นอันขาด หากลูกมีไข้ต่ำๆ การเช็ดตัวลดไข้อย่างถูกวิธีก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องป้อนยาทุกครั้งที่มีอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นเล็กน้อย

เมื่อไหร่ที่ต้องพึ่ง 'ไอบูโพรเฟน' และยากลุ่มแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์?

เมื่อไข้ของลูกสูงมากจนเช็ดตัวและกินยาพาราเซตามอลแล้วก็ยังไม่ยอมลด พ่อแม่หลายคนมักจะนึกถึงยาไอบูโพรเฟน ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ ยาตัวนี้ออกฤทธิ์แรงและเร็วกว่ายาพาราเซตามอล สามารถช่วยลดไข้สูงและลดอาการอักเสบ บวม แดง ตามข้อหรือกล้ามเนื้อได้ดี แต่ก็มีข้อจำกัดและอันตรายที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

สิ่งแรกที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ ห้ามให้ยากลุ่มนี้แก่เด็กที่สงสัยว่าจะเป็นไข้เลือดออกเด็ดขาด เพราะไข้เลือดออกจะทำให้เกล็ดเลือดต่ำและมีเลือดออกง่าย ยาไอบูโพรเฟนจะยิ่งเข้าไปยับยั้งการทำงานของเกล็ดเลือด ทำให้เลือดออกในทางเดินอาหารจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ นอกจากนี้ ยาตัวนี้ยังมีฤทธิ์ระคายเคืองกระเพาะอาหารค่อนข้างสูง จึงต้องป้อนยาหลังอาหารทันทีและดื่มน้ำตามมากๆ และควรใช้ในปริมาณ 5 ถึง 10 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อครั้ง ทุก 6 ถึง 8 ชั่วโมงเท่านั้น

กฎเหล็กเพื่อความปลอดภัย: สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดเวลาป้อนยาลดไข้ลูก

หมอเจอกรณีที่คนไข้เด็กได้รับอันตรายจากการใช้ยาผิดวิธีอยู่บ่อยครั้ง จึงอยากรวบรวมข้อห้ามสำคัญที่พ่อแม่ต้องระวังอย่างเคร่งครัดดังนี้

  • ห้ามใช้ช้อนครัวตวงยา: ช้อนส้อมหรือช้อนสั้นในบ้านมีขนาดไม่มาตรฐาน ควรใช้ไซริงค์หรือช้อนตวงยาที่แถมมากับขวดเฉพาะเท่านั้น
  • ห้ามป้อนยาพาราฯ ร่วมกับยาแก้ไข้หวัดสูตรผสม: ยาแก้แพ้ลดน้ำมูกบางชนิดมีส่วนผสมของพาราเซตามอลอยู่แล้ว หากป้อนร่วมกันจะทำให้ร่างกายเด็กได้รับยาซ้ำซ้อนจนเกินขนาด
  • ห้ามป้อนยาดักไข้ล่วงหน้า: การป้อนยาก่อนที่ไข้จะขึ้นจริง เช่น หลังฉีดวัคซีนโดยที่ลูกยังตัวไม่ร้อน ไม่ได้ช่วยป้องกันไข้ และยังเป็นการเพิ่มภาระให้ตับของลูกโดยไม่จำเป็น

สัญญาณเตือนภัย: อาการแบบไหนที่ต้องหยุดป้อนยาแล้วรีบพาลูกไปพบแพทย์ทันที

แม้เราจะมียาดีประจำบ้าน แต่บางสถานการณ์การฝืนป้อนยาอยู่ที่บ้านอาจทำให้การรักษาล่าช้า หากพ่อแม่สังเกตเห็นอาการเหล่านี้ ควรรีบพาลูกไปโรงพยาบาลโดยด่วน

  • เด็กอายุต่ำกว่า 3 เดือนมีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส
  • มีไข้สูงติดต่อกันเกิน 3 วัน แม้จะป้อนยาและเช็ดตัวอย่างสม่ำเสมอแล้วก็ตาม
  • ลูกมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ยอมกินนมหรือน้ำ ปัสสาวะน้อยลง หรือร้องไห้ไม่มีน้ำตา
  • มีอาการชักจากไข้สูง หรือมีจ้ำเลือดเล็กๆ ขึ้นตามผิวหนัง

การดูแลลูกน้อยยามเจ็บป่วยไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากเรามีความเข้าใจที่ถูกต้อง คำนวณปริมาณยาตามน้ำหนักตัวอย่างแม่นยำ และสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เจ้าตัวเล็กผ่านพ้นช่วงเวลาไข้ขึ้นสูงไปได้อย่างปลอดภัยและมีสุขภาพตับไตที่แข็งแรงในระยะยาว

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down