ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมเดินนิดเดียวก็ปวดเข่า ทั้งที่ไม่ได้ไปกระแทกอะไรมา

หลายครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาหมอด้วยอาการปวดเข่าเรื้อรัง แต่พอตรวจดูด้วยเอกซเรย์กลับไม่พบความเสื่อมของกระดูกหรือหมอนรองกระดูกที่ชัดเจน สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดและมักถูกมองข้ามคือ กล้ามเนื้อรอบข้อเข่าไม่แข็งแรง และขาดความยืดหยุ่นครับ ลองจินตนาการว่าหัวเข่าของเราเหมือนเสาบ้าน ถ้ากล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่เป็นสายยึดรอบเสาหย่อนยานหรือตึงเกินไป ตัวเสาก็ต้องรับภาระหนักจนเกิดอาการเจ็บปวดขึ้นมาได้

กล้ามเนื้อรอบข้อเข่าทำหน้าที่อะไร ทำไมถึงสำคัญนัก

รอบหัวเข่าของเรามีกล้ามเนื้อหลายมัดที่ทำงานประสานกัน กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า (Quadriceps) ทำหน้าที่เสมือนตัวรับแรงกระแทกเวลาเดินหรือขึ้นลงบันได ส่วนกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (Hamstrings) ทำหน้าที่ช่วยพยุงและควบคุมการเคลื่อนไหว หากกล้ามเนื้อเหล่านี้ฝ่อลีบหรือไม่มีแรง ข้อเข่าจะสูญเสียความมั่นคง ทำให้กระดูกอ่อนเสียดสีกันมากขึ้นจนเกิดอาการอักเสบตามมา

สัญญาณเตือนว่ากล้ามเนื้อกำลังมีปัญหา

  • รู้สึกเข่าอ่อนหรือเหมือนจะทรุดเวลาเดินลงบันได
  • มีอาการตึงบริเวณรอบหัวเข่าในช่วงเช้าหรือหลังจากนั่งนานๆ
  • ปวดเข่าเวลาที่ต้องลุกขึ้นยืนจากท่านั่งหรือเก้าอี้
  • อาการปวดดีขึ้นบ้างเวลาได้เคลื่อนไหว แต่พอนั่งนิ่งๆ นานๆ ก็กลับมาปวดอีก

ทำไมความยืดหยุ่นถึงสำคัญไม่แพ้ความแข็งแรง

การที่กล้ามเนื้อมีแต่แรงแต่ขาดความยืดหยุ่นเปรียบเหมือนเชือกที่ตึงเปรี๊ยะ เมื่อเราขยับตัวแรงๆ เชือกเส้นนั้นก็พร้อมจะขาดหรือดึงรั้งข้อต่อจนเจ็บ ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อต้นขาและน่องจะช่วยให้ข้อเข่าเคลื่อนไหวได้เต็มช่วง (Range of Motion) หากกล้ามเนื้อตึงเกินไป จะไปดึงรั้งให้กระดูกสะบ้าเคลื่อนที่ผิดจังหวะ ส่งผลให้เกิดการเสียดสีที่ผิวข้อเข่าโดยตรง

วิธีฟื้นฟูด้วยตัวเองที่ทำได้ที่บ้าน

การดูแลตัวเองไม่ใช่แค่การพักงาน แต่คือการสร้างกล้ามเนื้อให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ:

  • การออกกำลังกายแบบแรงต้าน: เช่น การนั่งเก้าอี้แล้วเหยียดขาตรงค้างไว้ เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อหน้าขา
  • การยืดเหยียดอย่างถูกวิธี: เน้นการยืดกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าและหลังค้างไว้ท่าละ 20-30 วินาที ทำซ้ำบ่อยๆ เพื่อลดความตึง
  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายเข่า: พยายามลดการนั่งพับเพียบ นั่งยอง หรือนั่งขัดสมาธินานๆ เพราะท่าเหล่านี้เพิ่มแรงกดทับภายในข้อเข่าโดยตรง

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาหมอเพื่อการรักษาเฉพาะทาง

หากลองปรับพฤติกรรมและบริหารกล้ามเนื้อด้วยตัวเองเป็นเวลา 2-4 สัปดาห์แล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการเข่าบวมร้อน มีเสียงดังลั่นในข้อเข่าขณะเคลื่อนไหว หรือเจ็บจนกะเผลก แนะนำว่าไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ครับ หมออาจต้องตรวจประเมินเชิงลึกเพื่อดูว่ามีความผิดปกติของเนื้อเยื่อภายในหรือไม่ เพื่อวางแผนการทำกายภาพบำบัดที่ตรงจุดมากกว่าเดิม

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down