ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

อาการที่คนใกล้ตัวอาจสังเกตเห็นได้ก่อนใคร

บ่อยครั้งที่ผมมักได้ยินคำถามจากครอบครัวคนไข้ว่า ทำไมคนที่เขารักถึงกลายเป็นคนอารมณ์ร้อน ระเบิดโทสะง่าย หรือมีพฤติกรรมก้าวร้าวอย่างรุนแรงโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย หลายคนมักเข้าใจว่าเป็นเพียงนิสัยส่วนตัวหรือการเอาแต่ใจ แต่ในทางการแพทย์ ความผิดปกติของการควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมก้าวร้าว อาจเป็นสัญญาณของภาวะที่ซับซ้อนกว่าที่คิด หากคนใกล้ตัวเริ่มมีอาการฉุนเฉียวรุนแรงเกินกว่าเหตุ พังข้าวของ หรือทำร้ายร่างกายผู้อื่นบ่อยครั้งจนกระทบต่อความสัมพันธ์และการใช้ชีวิต นั่นคือจุดที่ต้องหยุดสังเกตและหันมามองอย่างจริงจัง

ทำไมสมองถึงสั่งการให้อารมณ์พุ่งปรี๊ดจนคุมไม่อยู่

กลไกในสมองของคนเราเปรียบเสมือนรถยนต์ที่มีทั้งคันเร่งและเบรก ส่วนที่ทำหน้าที่เบรกคือสมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ซึ่งคอยควบคุมยับยั้งอารมณ์และพฤติกรรม แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านการควบคุมอารมณ์ สมองส่วนนี้อาจทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ ในขณะที่สมองส่วนอารมณ์ (Amygdala) กลับไวต่อสิ่งเร้ามากเกินไป ทำให้เกิดปฏิกิริยาโต้ตอบที่รุนแรงทันทีโดยไม่ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์ นอกจากนี้ ปัจจัยด้านสารสื่อประสาทในสมองที่ไม่สมดุล หรือความเครียดสะสมจากประสบการณ์ในอดีต ก็เป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้การยับยั้งชั่งใจทำได้ยากขึ้น

สัญญาณเตือนที่บอกว่าไม่ใช่แค่อารมณ์ชั่ววูบ

  • มีเหตุการณ์ระเบิดอารมณ์รุนแรงเป็นระยะๆ โดยสิ่งที่มากระตุ้นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย
  • มีความก้าวร้าวทางวาจาหรือทางกายที่ดูไม่สมเหตุสมผลกับสถานการณ์
  • รู้สึกเสียใจหรือสำนึกผิดอย่างหนักหลังจากอารมณ์สงบลง แต่ก็มักจะกลับมาเกิดพฤติกรรมเดิมซ้ำอีก
  • ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างพังทลายหรือมีปัญหาเรื่องงานและเรียนเพราะควบคุมตนเองไม่ได้
  • ใช้ความรุนแรงทำลายข้าวของ หรือทำร้ายสัตว์และผู้อื่น

วิธีปรับจูนอารมณ์ด้วยการรักษาจากแพทย์

การรักษาไม่ได้หมายความว่าต้องใช้ยาเสมอไป แต่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างแพทย์และคนไข้ เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด เริ่มต้นจากการทำจิตบำบัดแบบปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม (CBT) เพื่อฝึกให้คนไข้รู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเองก่อนที่จะระเบิดออกมา ส่วนในกรณีที่มีความผิดปกติของสารเคมีในสมองร่วมด้วย การใช้ยาเพื่อปรับสมดุลอารมณ์จะช่วยให้คนไข้มีสติและคุมตัวเองได้ดีขึ้น การรักษานี้ไม่ใช่การเปลี่ยนตัวตนของเขา แต่เป็นการช่วยให้เขามีเบรกที่ดีขึ้นในการใช้ชีวิต

วิธีรับมือคนใกล้ตัวในช่วงเวลาที่อารมณ์ร้อนแรง

เมื่อเหตุการณ์เริ่มไม่สู้ดี การโต้ตอบด้วยความรุนแรงกลับไปมีแต่จะทำให้สถานการณ์แย่ลง สิ่งสำคัญคือความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนไข้ หากเขากำลังอยู่ในภาวะโกรธจัด ให้รักษาระยะห่าง ไม่ยั่วยุด้วยคำพูด และรอให้เหตุการณ์คลี่คลายลงก่อนจึงค่อยหาโอกาสพูดคุยด้วยเหตุผล หรือแนะนำให้เขาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาแนวทางป้องกันในระยะยาว การมีความเข้าใจว่าภาวะนี้คือความเจ็บป่วย ไม่ใช่นิสัยที่ไม่ดี จะช่วยให้เราเข้าหาเขาด้วยความเมตตาและหาทางรักษาได้เร็วยิ่งขึ้น

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down