ช่วงเวลาที่ลมเปลี่ยนฤดูกาล หรือวันที่ฝุ่นละอองหนาแน่น หลายคนที่เป็นโรคหอบหืดคงแอบกังวลใจไม่น้อย เพราะอาการไอ แน่นหน้าอก และเสียงหวีดมักจะกลับมาทักทายแบบไม่ทันตั้งตัว การต้องหยิบยาพ่นฉุกเฉินขึ้นมาใช้บ่อยๆย่อมไม่ใช่สัญญาณที่ดี และไม่มีใครอยากวนกลับไปนอนโรงพยาบาลด้วยอาการหอบกำเริบอย่างแน่นอน
ในฐานะแพทย์ที่ตรวจคนไข้โรคนี้อยู่ทุกวัน ผมมักจะบอกคนไข้เสมอว่า โรคหอบหืดไม่ใช่เรื่องน่ากลัวถ้าเราเข้าใจนิสัยของมัน หลอดลมของเรามีความไวต่อสิ่งกระตุ้นเป็นพิเศษ เปรียบเสมือนเด็กน้อยขี้ตกใจ เมื่อเจอฝุ่น ควัน หรืออากาศเย็น หลอดลมก็จะหดเกร็งตัวทันที หน้าที่ของเราจึงไม่ใช่แค่รอให้มันกำเริบแล้วค่อยรักษา แต่เป็นการสร้างเกราะป้องกันไม่ให้มันกลับมากำเริบซ้ำต่างหาก
รู้จักหน้าตาของตัวการร้ายที่ทำให้หลอดลมตีบตัน
ก่อนที่เราจะเริ่มป้องกัน เราต้องรู้ก่อนว่าอะไรคือชนวนเหตุที่ทำให้หอบหืดกำเริบ เพราะแต่ละคนจะมีตัวกระตุ้นที่ไม่เหมือนกัน บางคนแพ้อากาศเย็น บางคนแพ้ไรฝุ่นในห้องนอน หรือบางคนอาการกำเริบทุกครั้งที่เครียดจากการทำงาน
สิ่งกระตุ้นเหล่านี้จะเข้าไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในทางเดินหายใจ ทำให้เกิดการอักเสบ บวม และมีเสมหะล้นออกมาอุดกั้นทางเดินหายใจ เมื่อรูลมแคบลง อากาศก็เข้าออกลำบาก เกิดเป็นอาการหายใจไม่ออกและเสียงหวีดที่เราคุ้นเคย
ปรับสภาพแวดล้อมรอบตัวให้ปลอดภัยจากฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้
บ้านควรเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคนเป็นหอบหืด แต่บางครั้งบ้านนี่แหละคือแหล่งสะสมสารก่อภูมิแพ้ชั้นดี การจัดการสิ่งแวดล้อมจึงเป็นมาตรการด่านแรกที่ได้ผลดีที่สุดและไม่ต้องใช้ยาเลย
- จัดการห้องนอนเป็นอันดับแรก: เปลี่ยนผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนทุกสัปดาห์ด้วยน้ำร้อนเพื่อกำจัดไรฝุ่น หลีกเลี่ยงตุ๊กตาผ้าและผ้าม่านหนาๆ ที่กักเก็บฝุ่นละออง
- ควบคุมความชื้นในบ้าน: ความชื้นสูงทำให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ดี ซึ่งเป็นตัวการสำคัญกระตุ้นอาการหอบ ควรเปิดหน้าต่างระบายอากาศ หรือใช้เครื่องลดความชื้นหากจำเป็น
- หลีกเลี่ยงควันทุกชนิด: บุหรี่ ควันธูป ควันจากการทำอาหาร หรือควันท่อไอเสีย คือยาพิษสำหรับคนเป็นหอบหืด งดการสูบบุหรี่เด็ดขาดและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูง
จัดการเรื่องยาควบคุมอาการและการพ่นยาให้ถูกต้องสม่ำเสมอ
คนไข้หลายคนมักเข้าใจผิดว่า ยาพ่นป้องกันอาการ (Controller) ใช้เฉพาะตอนที่มีอาการเหนื่อยหอบ ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่เลย ยาตัวนี้มีหน้าที่ลดการอักเสบเรื้อรังที่อยู่ข้างในหลอดลม แม้ว่าช่วงนี้จะรู้สึกหายใจโล่งดีไม่มีอาการ ก็ยังต้องใช้ต่อเนื่องตามที่แพทย์สั่ง
การหยุดยาเองเพราะคิดว่าหายดีแล้ว คือสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้โรคหอบหืดกำเริบซ้ำอย่างรุนแรง นอกจากนี้เทคนิคการพ่นยาก็สำคัญมาก หากพ่นผิดวิธี ตัวยาจะไปติดอยู่แค่ที่คอและลงไปไม่ถึงปอด ทำให้การรักษาไม่ได้ผลเท่าที่ควร ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรช่วยตรวจสอบวิธีพ่นยาใหม่อย่างสม่ำเสมอ
สังเกตสัญญาณเตือนล่วงหน้าก่อนที่อาการหอบจะเล่นงาน
โรคหอบหืดมักจะส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้าเสมอ ก่อนที่อาการหอบรุนแรงจะเกิดขึ้น 1-2 วัน หากเรารู้จักสังเกตความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ เราก็จะสามารถปรับตัวและป้องกันไม่ให้อาการแย่ลงได้ทันเวลา
- ตื่นกลางดึกเพราะไอหรือแน่นหน้าอกบ่อยขึ้น
- รู้สึกอึดอัดหายใจไม่เต็มอิ่มเวลาออกกำลังกายตามปกติ
- ต้องใช้ยาพ่นขยายหลอดลมฉุกเฉินถี่ขึ้นกว่าเดิม
- มีอาการคอแห้ง ระคายคอ หรือจามบ่อยเหมือนจะเป็นหวัด
วิธีรับมือเมื่อเริ่มมีอาการไอหรือแน่นหน้าอก
เมื่อไหร่ก็ตามที่เริ่มสังเกตเห็นสัญญาณเตือน สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติ อย่าตกใจ เพราะความเครียดจะยิ่งทำให้หลอดลมยิ่งหดเกร็งมากขึ้นไปอีก ให้รีบหลีกเลี่ยงจากสิ่งกระตุ้นทันที นั่งพักในท่าที่สบายตัว เช่น นั่งโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อหน้าอกทำงานได้ดีขึ้น
จากนั้นให้ปฏิบัติตามแผนการรักษาฉุกเฉินที่แพทย์เขียนไว้ให้ (Asthma Action Plan) ใช้ยาพ่นขยายหลอดลมตามแพทย์สั่ง และประเมินอาการตัวเอง หากผ่านไปสิบหาทาทีแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือหายใจลำบากจนพูดเป็นประโยคไม่ได้ ริมฝีปากเริ่มเขียวคล้ำ นี่คือสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที