ลูกเดินเอียง ไหล่ไม่เท่ากัน: สัญญาณเตือนที่พ่อแม่เผลอมองข้าม
เวลาที่นั่งมองลูกวิ่งเล่นหรือทำการบ้าน พ่อแม่อย่างเรามักจะสนใจว่าลูกกินอิ่มนอนหลับไหม หรือการบ้านจะเสร็จทันส่งหรือเปล่า แต่อาจจะมีบางมุมเล็กๆ เช่น เวลาลูกยืนตรงแล้วทำไมไหล่ข้างหนึ่งดูสูงกว่าอีกข้าง หรือเวลาใส่เสื้อผ้าแล้วชายเสื้อดูเบี้ยวไปข้างหนึ่ง อาการเหล่านี้หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพราะความซุ่มซ่ามหรือท่านั่งที่ไม่เรียบร้อยตามประสาเด็ก แต่ในฐานะหมอ อยากชวนพ่อแม่มาลองสังเกตให้ลึกกว่านั้น เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของภาวะกระดูกสันหลังคดในเด็กที่แอบซ่อนอยู่
กระดูกสันหลังคดคืออะไร และทำไมถึงเกิดขึ้นกับเด็กวัยกำลังโต
ตามธรรมชาติแล้ว เมื่อเรามองด้านหลัง กระดูกสันหลังของคนเราควรจะตั้งตรงลงมาตั้งแต่คอจนถึงก้น แต่สำหรับเด็กที่มีภาวะนี้ กระดูกสันหลังจะเกิดการบิดเบี้ยวและโค้งงอไปด้านข้างคล้ายตัวเอส (S) หรือตัวซี (C) โดยส่วนใหญ่แล้ว เรามักจะพบภาวะนี้ชัดเจนในช่วงวัยรุ่นตอนต้น หรือช่วงที่เด็กกำลังโตเร็วมากๆ (Growth Spurt) อายุประมาณสิบถึงสิบห้าปี ซึ่งเป็นวัยที่กระดูกและกล้ามเนื้อกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่วนสาเหตุส่วนใหญ่นั้น ทางการแพทย์ยังไม่แน่ชัดร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่กว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์พบว่าเป็นแบบที่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่อาจมีเรื่องของกรรมพันธุ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
วิธีสังเกตง่ายๆ ด้วยตัวเองที่บ้านก่อนพามาหาหมอ
หมอรู้ว่าพ่อแม่คงไม่อยากให้ลูกต้องโดนตรวจร่างกายโดยไม่จำเป็น แต่การตรวจเช็กเบื้องต้นที่บ้านทำได้ง่ายมาก และใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที ลองให้ลูกถอดเสื้อออกแล้วยืนตรงหันหลังให้เรา จากนั้นสังเกตตามจุดเหล่านี้
- ระดับของหัวไหล่: ไหล่สองข้างสูงต่ำไม่เท่ากัน หรือข้างหนึ่งดูปูดออกมาชัดเจน
- ความเว้าของเอว: ร่องเอวสองข้างไม่เท่ากัน ข้างหนึ่งดูตรงส่วนอีกข้างเว้าเข้าไปลึก
- สะโพกและแนวลำตัว: สะโพกข้างหนึ่งดูเด่นออกมา หรือแนวตัวดูเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง
- กระดูกสะบัก: มีสะบักข้างใดข้างหนึ่งนูนโดดเด่นขึ้นมามากกว่าปกติ
และยังมีท่าตรวจที่เรียกว่าการก้มตัวไปข้างหน้า (Adam's Forward Bend Test) โดยให้ลูกยืนเท้าชิดกันแล้วก้มตัวลงให้มือแตะปลายเท้า มือหมอหรือพ่อแม่มองจากด้านหลังจะเห็นได้ชัดเจนทันทีว่า แนวซี่โครงหรือหลังฝั่งไหนโก่งนูนสูงกว่าอีกฝั่งอย่างผิดปกติ ถ้าเจอแบบนี้แนะนำว่าควรพามาพบแพทย์เพื่อตรวจเอกซเรย์ยืนยันให้แน่ชัด
โรคนี้รุนแรงแค่ไหน และต้องรักษาอย่างไรตามอาการ
พอได้ยินคำว่ากระดูกสันหลังคด พ่อแม่หลายคนมักจะตกใจกลัวว่าจะต้องผ่าตัดใหญ่ทันที หมออยากให้สบายใจขึ้นว่า ไม่ใช่เด็กทุกคนจะต้องผ่าตัด แนวทางการรักษาจะแบ่งตามความมากน้อยของมุมที่คด
- กลุ่มที่มุมคดน้อยๆ: แค่ติดตามอาการและนัดมาตรวจดูความเปลี่ยนแปลงเป็นระยะทุกๆ สี่ถึงหกเดือน โดยเฉพาะในช่วงที่เด็กยังโตไม่เต็มที่
- กลุ่มที่มุมคดปานกลาง: เป็นช่วงวัยที่ยังโตได้อีก และมุมคดเริ่มมากขึ้น หมอจะแนะนำให้ใส่เสื้อเกราะพยุงหลัง (Brace) เพื่อช่วยหยุดไม่ให้มุมมันคดงอไปมากกว่าเดิมในช่วงที่กระดูกกำลังยืดตัว
- กลุ่มที่มุมคดมากและมีผลต่อการหายใจ: หากมุมโค้งงอเกินสี่สิบถึงห้าสิบองศาขึ้นไป และส่งผลกระทบต่ออวัยวะภายใน เช่น ปอดหรือหัวใจ แพทย์ถึงจะพิจารณาเรื่องการผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง
ปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเพื่อช่วยดูแลกระดูกลูก
แม้ว่าภาวะนี้ส่วนใหญ่จะไม่ใช่เกิดจากการสะพายกระเป๋าหนักหรือท่านั่งเรียนหนังสือ แต่การดูแลสุขภาพกล้ามเนื้อและกระดูกโดยรวมให้แข็งแรงก็เป็นสิ่งสำคัญ พ่อแม่ควรสนับสนุนให้ลูกออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังและลำตัว เช่น การว่ายน้ำ หรือการเล่นโยคะเด็ก รวมถึงเลือกกระเป๋าเป้ที่สะพายไหล่สองข้างกระจายน้ำหนักได้ดี หลีกเลี่ยงการสะพายกระเป๋าหนักข้างเดียวเป็นประจำ และที่สำคัญที่สุดคือการหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของลูกอยู่เสมอ เพราะหากเจอความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ โอกาสที่จะควบคุมและรักษาให้หายโดยไม่ต้องผ่าตัดก็จะมีสูงมากครับ