เวลานั่งตรวจคนไข้อยู่ที่ห้องตรวจ สิ่งหนึ่งที่หมอมักจะเจออยู่บ่อยๆ และแอบเป็นห่วงทุกครั้งคือ เวลาที่คนไข้เจ็บป่วยกะทันหันแล้วเกิดความกังวลใจว่าตัวเองมีสิทธิ์รักษาอยู่ที่ไหน ต้องจ่ายเงินเองไหม หรือเบิกได้หรือเปล่า หลายคนปล่อยให้เลยตามเลยเพราะคิดว่าขั้นตอนคงยุ่งยากน่าดู จนบางครั้งกลกลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่โดยไม่จำเป็น
จริงๆ แล้วเรื่องของ การเข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาลแ ละสวัสดิการต่างๆ ของรัฐ เป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด และเป็นเกราะคุ้มครองทางการเงินที่สำคัญที่สุดเวลาที่เราหรือคนในครอบครัวล้มป่วย วันนี้หมอเลยอยากชวนมาเช็คสิทธิ์ของตัวเองกันแบบเข้าใจง่าย ไม่ต้องมีศัพท์ราชการยากๆ ให้ปวดหัวครับ
บัตรทอง ประกันสังคม ข้าราชการ: ตอนนี้เราถือสิทธิ์อะไรอยู่กันแน่?
ก่อนอื่นเลยเราต้องมารู้จัก 3 สหลักหลักที่คนไทยส่วนใหญ่มีกันก่อนครับ เหมือนกับการเช็คกระเป๋าตังค์ตัวเองนั่นแหละว่ามีบัตรอะไรอยู่ในมือบ้าง
- สิทธิ์บัตรทอง (หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า): สิทธิ์นี้สำหรับคนไทยทุกคนที่ไม่ได้มีสิทธิ์ประกันสังคมหรือสิทธิ์ข้าราชการ จุดเด่นคือดูแลตั้งแต่การสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ไปจนถึงการรักษาพยาบาลตามขั้นตอน
- สิทธิ์ประกันสังคม: สำหรับคนทำงานในระบบหรือพนักงานบริษัทที่เราคุ้นเคยกับการหักเงินสมทบทุกเดือน นอกจากจะได้เรื่องการรักษาพยาบาลยามเจ็บป่วยแล้ว ยังคุ้มครองไปถึงกรณีว่างงาน คลอดบุตร หรือทุพพลภาพด้วย
- สิทธิ์สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ: สำหรับข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และครอบครัวสายตรง ซึ่งครอบคลุมค่อนข้างกว้างและเบิกจ่ายได้ตามระเบียบของกระทรวงการคลัง
วิธีเช็คสิทธิรักษาพยาบาลด้วยตัวเองแบบง่ายๆ ในสองนาที
หลายคนชอบถามหมอว่า แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าตอนนี้สิทธิ์ของเราอยู่โรงพยาบาลไหน? ไม่ต้องเดินทางไปถึงโรงพยาบาลหรือสำนักงานเขตหรอกครับ ยุคนี้เราเช็คผ่านมือถือได้เลย สะดวกและรวดเร็วมาก
สำหรับคนที่มีสมาร์ทโฟน สามารถเช็คสิทธิ์บัตรทองได้ผ่านแอปพลิเคชันของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือจะเช็คผ่านไลน์ Official ของ สปสช. ก็ได้เช่นกัน ส่วนใครที่เป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ก็สามารถเช็คผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของประกันสังคมได้เลย แค่กรอกเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ก็จะรู้ทันทีว่าโรงพยาบาลตามสิทธิ์ของเราคือที่ไหน
ขั้นตอนการใช้สิทธิ์เมื่อยามเจ็บป่วยฉุกเฉินและเจ็บป่วยทั่วไป
เวลาป่วย อาการแต่ละแบบจะมีวิธีเข้าถึงการรักษาที่ต่างกันออกไป เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์และไม่ต้องสำรองจ่ายเงินก้อนโต หมอแบ่งง่ายๆ แบบนี้ครับ
ป่วยไข้ทั่วไป นอนซม เป็นไข้หวัด หรือปวดท้อง
ให้เริ่มต้นที่หน่วยบริการประจำตามสิทธิ์ของเราก่อน เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้าน หรือโรงพยาบาลเอกชน/รัฐที่ระบุไว้ในบัตรประกันสังคม การเริ่มต้นจากจุดนี้จะทำให้เราได้รับการรักษาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายตามสิทธิ์ และหากเกินศักยภาพ คุณหมอที่นั่นจะทำเรื่องส่งตัวไปโรงพยาบาลใหญ่ให้เอง โดยที่เราไม่ต้องวิ่งเต้นหาโรงพยาบาลต่อเอง
เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต ถึงขั้นชีวิตตกอยู่ในอันตราย
ถ้าเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น แน่นหน้าอกคล้ายโรคหัวใจ อัมพฤกษ์เฉียบพลัน หรืออุบัติเหตุรุนแรง จำไว้เลยว่าเราสามารถเข้ารับการรักษาได้ทุกโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ตามนโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตมีสิทธิ์ทุกที่ โดยไม่ต้องกลัวเรื่องค่าใช้จ่ายใน 72 ชั่วโมงแรก โรงพยาบาลจะปฏิเสธการรักษาไม่ได้
สิทธิประโยชน์ที่หลายคนมักมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย
นอกจากเรื่องการนอนโรงพยาบาลหรือการกินยาแล้ว สิทธิ์การรักษาพยาบาลของรัฐยังมีเรื่องดีๆ อีกหลายอย่างที่เรามีสิทธิ์ได้รับฟรี แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ เช่น การตรวจสุขภาพประจำปีฟรีตามช่วงอายุ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามฤดูกาล การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกหรือมะเร็งเต้านมสำหรับผู้หญิง และการได้รับอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยติดเต็ง
การรู้เท่าทันสิทธิ์ของตัวเองไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยครับ เพราะความเจ็บป่วยเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การที่เราเตรียมความพร้อมและรู้ว่าเมื่อไหร่ควรไปที่ไหน จะช่วยลดความกังวลใจ และทำให้เราได้รับการรักษาที่รวดเร็ว ถูกต้องตามขั้นตอน โดยไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เกินความจำเป็นครับ