ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยไหมที่รู้สึกว่าปัสสาวะไม่พุ่งเหมือนเมื่อก่อน ต้องเบ่งเยอะขึ้นกว่าจะออก หรือรู้สึกปวดหน่วงๆ เวลาปัสสาวะแต่ละครั้ง บางคนอาจคิดว่านี่เป็นเรื่องปกติของวัยที่มากขึ้น หรืออาจจะแค่ดื่มน้ำน้อยไป แต่รู้ไหมว่าอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะที่เรียกว่า “ภาวะรูเปิดท่อปัสสาวะตีบตันจากการอักเสบและเป็นแผลเป็นเรื้อรัง” ได้เหมือนกัน

ในฐานะหมอ เรามักจะเจอคนไข้ที่มาด้วยอาการเหล่านี้บ่อยๆ และหลายคนก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี่คือโรคที่รักษาได้ วันนี้เราจะมาคุยกันถึงเรื่องนี้แบบเข้าใจง่ายๆ เหมือนนั่งเล่าให้เพื่อนฟัง จะได้รู้เท่าทัน และดูแลตัวเองได้อย่างถูกวิธี

ภาวะท่อปัสสาวะตีบตันคืออะไร? แล้วทำไมถึงเป็นได้

ลองนึกภาพท่อปัสสาวะเหมือนท่อส่งน้ำเล็กๆ ที่พาปัสสาวะจากกระเพาะปัสสาวะออกสู่ภายนอกร่างกาย ภาวะท่อปัสสาวะตีบตันก็คือการที่ท่อส่งน้ำนี้มันแคบลงหรือตีบตันบางส่วน ทำให้การไหลของปัสสาวะไม่สะดวกเหมือนเดิม ทีนี้สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกิดการตีบตันนี้มักมาจากการอักเสบและการเกิดแผลเป็นเรื้อรังในท่อปัสสาวะนั่นเอง

เรื่องการอักเสบและแผลเป็นนี้ เกิดขึ้นได้จากหลายอย่าง ไม่ใช่แค่อายุที่เพิ่มขึ้น เช่น

  • การบาดเจ็บ: เคยประสบอุบัติเหตุที่บริเวณอวัยวะเพศหรือเชิงกรานไหม? การกระทบกระแทกหรือการใส่เครื่องมือทางการแพทย์ เช่น สายสวนปัสสาวะค้างไว้นานๆ ก็อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ ในท่อปัสสาวะและนำไปสู่การอักเสบเรื้อรังได้
  • การติดเชื้อ: โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิด เช่น หนองใน หรือการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะซ้ำๆ โดยเฉพาะที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจทำให้เกิดการอักเสบและแผลเป็นขึ้นได้
  • การผ่าตัด: การผ่าตัดบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับท่อปัสสาวะหรืออวัยวะใกล้เคียง ก็อาจเป็นสาเหตุของการเกิดแผลเป็นตามมาได้
  • โรคผิวหนังบางชนิด: ในบางกรณี โรคผิวหนังที่บริเวณอวัยวะเพศก็อาจลามไปทำให้เกิดการตีบตันที่รูเปิดท่อปัสสาวะได้เช่นกัน

ปัสสาวะยากกว่าที่เคย... อาการแบบไหนบอกว่าท่อปัสสาวะอาจมีปัญหา?

อาการของภาวะท่อปัสสาวะตีบตันมักจะค่อยเป็นค่อยไป ทำให้หลายคนไม่ทันสังเกต หรือคิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ถ้าลองสังเกตดีๆ อาจพบอาการเหล่านี้ได้

  • ปัสสาวะไม่พุ่ง หรือลำบางลง: เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด รู้สึกว่าต้องออกแรงเบ่งมากขึ้นกว่าปัสสาวะจะออก
  • ปัสสาวะเป็นสองแฉก หรือปัสสาวะกระจาย: แทนที่จะเป็นลำตรงๆ อาจพบว่าปัสสาวะแยกเป็นเส้น หรือเป็นฝอยกระจาย
  • ปัสสาวะไม่สุด หรือมีหยดตามหลัง: รู้สึกเหมือนปัสสาวะออกไม่หมด มีน้ำหยดเล็ดออกมาหลังถ่ายเสร็จ
  • ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ: โดยเฉพาะตอนกลางคืน เพราะกระเพาะปัสสาวะไม่สามารถขับปัสสาวะออกได้หมดในแต่ละครั้ง
  • ปัสสาวะแสบขัด หรือปวดหน่วงๆ: อาจรู้สึกไม่สบายตัว หรือมีอาการเจ็บปวดขณะปัสสาวะ
  • ปัสสาวะมีเลือดปน หรือปัสสาวะขุ่น: หากมีการติดเชื้อร่วมด้วย อาจพบอาการเหล่านี้
  • ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะบ่อยๆ: เพราะปัสสาวะคั่งค้างในกระเพาะปัสสาวะ ทำให้เชื้อโรคเติบโตได้ดี

เมื่อสงสัย... คุณหมอจะตรวจและวินิจฉัยภาวะท่อปัสสาวะตีบตันได้อย่างไร?

ถ้าคุณเริ่มมีอาการเหล่านี้และสงสัยว่าท่อปัสสาวะอาจมีปัญหา อย่าลังเลที่จะมาปรึกษาคุณหมอ การวินิจฉัยที่แม่นยำจะช่วยให้ได้รับการรักษาที่ถูกต้องได้ทันเวลา โดยคุณหมออาจจะมีการตรวจดังนี้

  • ซักประวัติและตรวจร่างกาย: คุณหมอจะถามถึงอาการต่างๆ ที่เป็น และอาจมีการตรวจร่างกายบริเวณอวัยวะเพศเพื่อดูความผิดปกติ
  • ตรวจปัสสาวะ: เพื่อดูว่ามีการติดเชื้อร่วมด้วยหรือไม่ หรือมีเม็ดเลือดแดงปนในปัสสาวะ
  • การตรวจการไหลของปัสสาวะ (Uroflowmetry): เป็นการตรวจง่ายๆ โดยการให้คนไข้ปัสสาวะลงในเครื่องมือที่วัดอัตราการไหลของปัสสาวะ ซึ่งจะช่วยบอกได้ว่ามีภาวะอุดกั้นหรือไม่
  • การตรวจอัลตราซาวนด์: เพื่อดูขนาดของไต กระเพาะปัสสาวะ และตรวจหาสิ่งอุดกั้นอื่นๆ
  • การฉีดสีเอกซเรย์ดูท่อปัสสาวะ (Urethrography): เป็นการฉีดสารทึบรังสีเข้าไปในท่อปัสสาวะแล้วเอกซเรย์ เพื่อดูตำแหน่งและขนาดของการตีบตัน
  • การส่องกล้องตรวจท่อปัสสาวะ (Cystoscopy): คุณหมอจะใช้กล้องขนาดเล็กสอดเข้าไปในท่อปัสสาวะเพื่อดูพยาธิสภาพภายในโดยตรง ซึ่งเป็นวิธีที่ให้ข้อมูลได้ชัดเจนที่สุด

ท่อปัสสาวะตีบตันรักษาหายได้ไหม? มาดูทางเลือกการรักษาที่เหมาะสม

ข่าวดีคือภาวะท่อปัสสาวะตีบตันสามารถรักษาได้ แต่การรักษาจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ความยาว และความรุนแรงของการตีบตัน โดยทั่วไปมีทางเลือกดังนี้

  • การขยายท่อปัสสาวะ (Urethral Dilatation): เป็นการใช้เครื่องมือเล็กๆ ที่มีขนาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สอดเข้าไปในท่อปัสสาวะเพื่อขยายส่วนที่ตีบให้กว้างขึ้น วิธีนี้มักใช้กับผู้ป่วยที่มีการตีบตันไม่มาก และอาจต้องทำซ้ำหลายครั้ง
  • การผ่าตัดส่องกล้องตัดรอยตีบ (Direct Vision Internal Urethrotomy - DVIU): เป็นการสอดกล้องเข้าไปในท่อปัสสาวะ แล้วใช้มีดขนาดเล็กตัดเปิดรอยตีบตันออก วิธีนี้มักใช้กับการตีบตันที่สั้นๆ และต้องเฝ้าระวังการกลับมาตีบซ้ำ
  • การผ่าตัดซ่อมแซมท่อปัสสาวะ (Urethroplasty): เป็นการผ่าตัดแบบเปิดที่ถือเป็นการรักษาที่ได้ผลถาวรที่สุด โดยคุณหมอจะตัดส่วนที่ตีบตันออก แล้วเย็บปลายท่อที่เหลือเข้าหากัน หรืออาจใช้เนื้อเยื่อส่วนอื่นมาต่อซ่อมแซม เช่น เนื้อเยื่อจากกระพุ้งแก้ม หรือหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ
  • การใส่สายสวนปัสสาวะค้างไว้ (Urethral Stent Placement): เป็นการใส่ท่อตาข่ายเล็กๆ เข้าไปในท่อปัสสาวะเพื่อช่วยเปิดทางเดินปัสสาวะไว้ เหมาะสำหรับผู้ป่วยบางรายที่ไม่สามารถผ่าตัดใหญ่ได้

ดูแลตัวเองอย่างไร ไม่ให้ท่อปัสสาวะกลับมาตีบซ้ำอีก

หลังจากได้รับการรักษาแล้ว การดูแลตัวเองก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้ภาวะท่อปัสสาวะตีบตันกลับมาเป็นซ้ำอีก

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ: ช่วยล้างทางเดินปัสสาวะ และลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ
  • รักษาสุขอนามัย: ทำความสะอาดอวัยวะเพศอย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการบาดเจ็บ: ระมัดระวังการกระทบกระแทกบริเวณอวัยวะเพศ
  • รักษาโรคประจำตัว: ถ้ามีโรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ ควรได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง
  • ไปพบแพทย์ตามนัด: เพื่อติดตามอาการและประเมินผลการรักษา หากมีการกลับมาตีบซ้ำจะได้แก้ไขได้ทันท่วงที

เมื่อไหร่ที่ต้องรีบมาหาหมอทันที?

แม้ว่าอาการส่วนใหญ่มักจะค่อยเป็นค่อยไป แต่ก็มีบางสถานการณ์ที่คุณควรรีบมาพบแพทย์ทันที

  • ปัสสาวะไม่ออกเลย: มีอาการปวดท้องน้อยมาก แต่ปัสสาวะไม่ออก เป็นภาวะฉุกเฉิน
  • มีไข้สูง หนาวสั่น ร่วมกับปัสสาวะลำบาก: อาจบ่งชี้ถึงการติดเชื้อรุนแรง
  • ปวดรุนแรงบริเวณอวัยวะเพศหรือท้องน้อย: เป็นอาการที่ต้องได้รับการตรวจประเมินอย่างเร่งด่วน
  • ปัสสาวะมีเลือดออกมาก: โดยเฉพาะถ้ามีก้อนเลือดปนออกมา

ภาวะรูเปิดท่อปัสสาวะตีบตันจากการอักเสบและแผลเป็นเรื้อรัง อาจฟังดูน่ากลัว แต่ถ้าเรามีความเข้าใจในตัวโรค สังเกตอาการตัวเอง และมาปรึกษาคุณหมอตั้งแต่เนิ่นๆ ก็สามารถรักษาและกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติอย่างมีความสุข หมอหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้ทุกคนใส่ใจสุขภาพของตัวเองมากขึ้นนะ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down