ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ก้อยปลาจานโปรดกับแขกไม่ได้รับเชิญที่ซ่อนอยู่

สำหรับหลายคน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ เมนูอาหารพื้นบ้านที่ทำจากปลาน้ำจืดดิบ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ อย่างก้อยปลา ปลาส้มลาบปลา หรือปลาจ่อม ถือเป็นเมนูโปรดรสแซ่บที่ขาดไม่ได้ในหลายมื้ออาหาร แต่ในความอร่อยนั้น บ่อยครั้งกลับมีภัยเงียบตัวฉกาจซ่อนตัวอยู่เงียบๆ โดยที่เราไม่รู้ตัวเลยจนกระทั่งเวลาผ่านไปนับสิบปี แขกไม่ได้รับเชิญตัวนี้มีชื่อว่า พยาธิใบไม้ในตับชนิด Opisthorch หรือชื่อเต็มทางวิทยาศาสตร์คือ Opisthorchis viverrini

ในฐานะหมอที่เคยดูแลคนไข้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับและท่อน้ำดีมาหลายราย อยากจะขอบอกเล่าเรื่องนี้ให้ฟังอย่างอบอุ่นและเข้าใจง่าย เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงอันตรายที่แท้จริง และรู้วิธีปกป้องตัวเองและคนที่รักอย่างถูกต้อง

ทำความรู้จักเจ้าตัวร้าย พยาธิใบไม้ในตับชนิด Opisthorch

เจ้าพยาธิชนิดนี้เป็นพยาธิใบไม้ขนาดเล็ก มีรูปร่างแบนคล้ายใบไม้ ยาวเพียงประมาณ 5-10 มิลลิเมตรเท่านั้น แหล่งกบดานหลักของพวกมันคือในท่อน้ำดีภายในตับของมนุษย์ รวมถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างสุนัขและแมว

การติดเชื้อ พยาธิใบไม้ในตับชนิด Opisthorch นั้นเกิดขึ้นง่ายมากหากเราชอบกินปลาน้ำจืดมีเกล็ดตระกูลปลาตะเพียน (เช่น ปลาขาว ปลาสร้อย ปลาซิว) แบบดิบๆ หรือปรุงไม่สุกดี เพราะในเนื้อปลาเหล่านี้จะมีตัวอ่อนระยะติดต่อของพยาธิฝังตัวอยู่ เมื่อเรากินเข้าไป ตัวอ่อนจะเดินทางผ่านกระเพาะอาหารลงไปยังลำไส้เล็ก แล้วคืบคลานเข้าไปอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีในตับเพื่อเติบโตเป็นตัวแก่และออกไข่สืบพันธุ์ต่อไป

เส้นทางลึกลับจากปลาสู่ตับ: พยาธิเข้ามาอยู่ในตัวเราได้อย่างไร

วงจรชีวิตของพยาธิชนิดนี้มีความน่าสนใจและซับซ้อน แต่เข้าใจได้ไม่ยาก ดังนี้

  • ขั้นแรกเริ่ม: คนหรือสัตว์ที่มีพยาธิใบไม้ในตับตัวแก่ถ่ายอุจจาระที่มีไข่พยาธิปนออกมาลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ
  • ตัวกลางที่หนึ่ง: หอยน้ำจืดบางชนิดกินไข่พยาธิเข้าไป ตัวอ่อนจะฟักตัวและเจริญเติบโตในตัวหอย ก่อนจะว่ายน้ำออกมาหาโฮสต์ถัดไป
  • ตัวกลางที่สอง: ตัวอ่อนพยาธิจะชอนไชเข้าสู่ใต้เกล็ดและเนื้อของปลาน้ำจืดตระกูลปลาตะเพียน และสร้างเกราะหุ้มตัวเองกลายเป็นตัวอ่อนระยะติดต่อ
  • เข้าสู่ร่างกายคน: เมื่อเรานำปลาเหล่านี้มาทำอาหารกินแบบดิบๆ หรือสุกๆ ดิบๆ เช่น การบีบมะนาว (ซึ่งกรดมะนาวไม่ได้ช่วยฆ่าพยาธิ) ตัวอ่อนก็จะเข้าสู่ร่างกายเราและเจริญเติบโตในท่อน้ำดีอย่างมีความสุขไปยาวนานหลายสิบปี

อาการแบบไหนที่บอกว่าร่างกายกำลังโดนพยาธิเล่นงาน

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดอย่างหนึ่งของโรคนี้คือ ในระยะแรกผู้ป่วยมักจะไม่มีอาการแสดงใดๆ เลย ทำให้หลายคนชะล่าใจคิดว่าตัวเองแข็งแรงดีและกินดิบต่อไปเรื่อยๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป พยาธิสะสมในปริมาณที่มากขึ้นและก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง อาการเหล่านี้จะเริ่มปรากฏขึ้นให้เห็น

อาการระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง

ผู้ป่วยอาจเริ่มรู้สึกท้องอืด ท้องเฟ้อ มีลมในท้องบ่อยๆ แน่นท้องบริเวณใต้ชายโครงขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งของตับ บางครั้งอาจมีอาการเบื่ออาหารหรือคลื่นไส้ร่วมด้วย

อาการเมื่อมีการอักเสบรุนแรง

หากท่อน้ำดีเกิดการอุดตันจากตัวพยาธิหรือมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน จะเริ่มมีไข้ต่ำๆ หรือไข้สูงหนาวสั่น ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) ปัสสาวะมีสีเข้มจัด และอุจจาระมีสีซีดลง

จากพยาธิใบไม้สู่มะเร็งท่อน้ำดี: มหันตภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้าม

ความอันตรายของ พยาธิใบไม้ในตับชนิด Opisthorch ไม่ใช่แค่การแย่งสารอาหารหรือทำให้ท้องอืดเท่านั้น แต่ความน่ากลัวที่แท้จริงคือการที่พวกมันอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีเป็นระยะเวลานานหลายปี ระหว่างที่มันเกาะและขยับตัวไปมา จะเกิดการเสียดสีและหลั่งสารเคมีบางอย่างออกมาบวกกับการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ทำให้ท่อน้ำดีเกิดการอักเสบเรื้อรัง

การอักเสบซ้ำแล้วซ้ำเล่านานนับสิบปีนี้เอง ที่เป็นชนวนเหตุสำคัญกระตุ้นให้เซลล์ท่อน้ำดีเกิดการกลายพันธุ์และพัฒนาไปเป็น โรคมะเร็งท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma) ซึ่งเป็นมะเร็งที่มีความรุนแรง รักษาได้ยาก และมีอัตราการเสียชีวิตที่สูงมากในประเทศไทย

วิธีป้องกันและดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากพยาธิใบไม้ในตับ

แม้โรคนี้จะดูน่ากลัว แต่ข่าวดีคือเราสามารถป้องกันและรักษาให้หายขาดได้หากตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยวิธีปฏิบัติตัวง่ายๆ ดังนี้

  • กินร้อน ช้อนกลาง อาหารปรุงสุก: หลีกเลี่ยงการกินปลาน้ำจืดดิบทุกชนิด การบีบมะนาว การหมักดอง หรือการใช้แอลกอฮอล์ราดไม่ได้ช่วยฆ่าพยาธิ มีเพียงความร้อนจากการต้ม นึ่ง ทอด หรือปิ้งย่างจนสุกทั่วถึงเท่านั้นที่ทำลายตัวอ่อนพยาธิได้
  • ถ่ายอุจจาระในห้องน้ำที่ถูกสุขลักษณะ: ไม่ถ่ายอุจจาระลงในแหล่งน้ำ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไข่พยาธิกลับคืนสู่ธรรมชาติ
  • ตรวจสุขภาพและตรวจอุจจาระประจำปี: หากรู้ตัวว่าเคยมีประวัติกินปลาดิบ ควรเข้ารับการตรวจอุจจาระหาไข่พยาธิ หรือตรวจอัลตราซาวนด์ตับตามคำแนะนำของแพทย์
  • ไม่ซื้อยาถ่ายพยาธิกินเองโดยพลการ: หากสงสัยว่าตนเองติดเชื้อพยาธิ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาด้วยยาถ่ายพยาธิ (เช่น ยาพราซิควอนเทล) ในปริมาณและระยะเวลาที่ถูกต้องเหมาะสมตามที่แพทย์สั่ง

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเพียงเล็กน้อยโดยเน้นการกินอาหารที่ปรุงสุกสะอาด นอกจากจะช่วยปกป้องตัวเราเองแล้ว ยังช่วยลดการแพร่กระจายของโรคนี้ให้แก่ครอบครัวและชุมชนของเราได้อีกด้วย อยากให้ทุกคนรักและดูแลตับของตัวเองตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down