ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกหลานเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องนานผิดปกติ สัญญาณแบบนี้ใช่โรคฮิคิโกะโมริหรือไม่

หลายครั้งที่หมอตรวจคนไข้ในคลินิก มักได้ยินคำถามจากพ่อแม่ว่า ลูกหลานเปลี่ยนไปจากที่เคยร่าเริง กลายเป็นคนเก็บตัวเงียบ ไม่ยอมออกจากห้อง ไม่ยอมไปโรงเรียน หรือแม้แต่ไม่ยอมคุยกับใครในบ้านเลย อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเขากำลังขี้เกียจหรือแค่มีโลกส่วนตัวสูง แต่มันอาจเป็นสัญญาณของ ภาวะการปฏิเสธการเข้าสังคมหรือโรคฮิคิโกะโมริ ที่กำลังกัดกินความมั่นใจของพวกเขาอยู่

ภาวะการปฏิเสธการเข้าสังคมหรือโรคฮิคิโกะโมริ คืออะไรกันแน่

คำว่า ฮิคิโกะโมริ (Hikikomori) มีรากศัพท์มาจากภาษาญี่ปุ่น แปลว่า การถอยห่างหรือการแยกตัว ในทางการแพทย์เราไม่ได้มองว่ามันเป็นความผิดปกติทางบุคลิกภาพเพียงอย่างเดียว แต่มันคือสภาวะที่บุคคลเลือกที่จะแยกตัวออกจากสังคมอย่างรุนแรง โดยใช้เวลาส่วนใหญ่ขลุกอยู่แต่ในห้องนอนเป็นเวลานานติดต่อกันมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป โดยที่ไม่ได้มีกิจกรรมทางสังคมหรือการออกไปพบปะผู้คนภายนอกเลย ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียน ที่ทำงาน หรือแม้แต่การพบปะเพื่อนฝูง

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ใครสักคนเลือกขังตัวเองไว้ในห้อง

การที่คนหนึ่งคนจะตัดสินใจตัดขาดจากโลกภายนอก ไม่ได้เกิดจากเหตุผลเดียวเสมอไป แต่มักเป็นปมปัญหาที่สะสมมานาน โดยมีปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญดังนี้

  • แรงกดดันจากสังคมและโรงเรียน: ความคาดหวังเรื่องการเรียนหรือผลงานที่สูงเกินไปจนเด็กเกิดความกลัวที่จะล้มเหลว
  • การถูกกลั่นแกล้งหรือบูลลี่: ประสบการณ์เลวร้ายจากการถูกเพื่อนหรือคนรอบข้างทำร้ายจิตใจจนไม่อยากเผชิญหน้ากับใครอีก
  • ปัญหาสุขภาพจิตที่ซ่อนอยู่: เช่น ภาวะซึมเศร้า โรควิตกกังวล หรือความผิดปกติทางพัฒนาการบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกไม่เข้าพวก
  • ความเปราะบางทางอารมณ์: การขาดทักษะในการรับมือกับความผิดหวัง ทำให้เขารู้สึกว่าการหลบอยู่ในห้องคือทางออกที่ปลอดภัยที่สุด

วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นว่าคนใกล้ชิดกำลังเข้าข่ายหรือไม่

หากสังเกตพบพฤติกรรมเหล่านี้ต่อเนื่องกันเกินครึ่งปี หมอแนะนำว่าไม่ควรนิ่งเฉยครับ

  • งดเว้นกิจกรรมนอกบ้านอย่างสิ้นเชิง แม้แต่เรื่องที่เคยชอบทำ
  • ปฏิเสธการมีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัว หรือออกมาเฉพาะเวลาที่สมาชิกคนอื่นหลับแล้ว
  • มีตารางเวลานอนและตื่นที่สลับกับคนปกติอย่างชัดเจน
  • มีความวิตกกังวลสูงมากเมื่อต้องคิดถึงเรื่องการออกไปข้างนอก
  • ความสนใจในโลกความเป็นจริงลดลงอย่างมาก

วิธีช่วยเหลือและพาพวกเขากลับคืนสู่โลกภายนอก

ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การบังคับให้เขาเปิดประตูออกมา แต่เป็นการสื่อสารเพื่อให้เขารู้สึกว่าเขายังมีที่ยืน การรับฟังโดยไม่ตัดสิน คือกุญแจสำคัญ หมออยากให้ครอบครัวทำความเข้าใจก่อนว่าเขาไม่ได้ทำไปเพราะความเกียจคร้าน แต่เขากำลังเจ็บปวดและกลัวการเผชิญหน้ากับความคาดหวังจากโลกภายนอก การได้รับคำปรึกษาจากจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง จะช่วยให้วางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาเพื่อปรับสมดุลสารเคมีในสมอง หรือการทำจิตบำบัดเพื่อสร้างความมั่นใจให้พวกเขากล้ากลับมาใช้ชีวิตในสังคมอีกครั้งในจังหวะของตัวเอง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down