ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ตรงซอกนิ้วโป้งลามไปถึงข้อมือ พอลองเอามือไปแตะดู กลับพบว่ามี อาการบวมแดงและร้อนบริเวณซอกนิ้ วโป้งและข้อมืออย่างเห็นได้ชัด จับแล้วเจ็บ ลูบแล้วรู้สึกอุ่นร้อนกว่าผิวหนังรอบข้าง จนทำให้การหยิบจับแก้วน้ำ พิมพ์งาน หรือแม้แต่การกดโทรศัพท์กลายเป็นเรื่องทรมาน อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ และเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่คุณไม่ควรมองข้าม
เช็กอาการบวมแดงและร้อนบริเวณซอกนิ้วโป้งและข้อมือ คุณกำลังเป็นโรคไหนอยู่?
เมื่อเกิดความผิดปกติบริเวณซอกนิ้วโป้งและข้อมือ หมอมักจะตรวจหาสาเหตุหลักๆ ที่พบได้บ่อยในคลินิก ซึ่งเกิดจาก 3 กลุ่มโรคสำคัญ ดังนี้
1. ปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ (De Quervain's Tenosynovitis)
นี่คือต้นเหตุอันดับหนึ่งของคนที่ใช้มือทำงานหนัก ไม่ว่าจะเป็นสายพิมพ์งาน เล่นสมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน คุณแม่ที่ต้องอุ้มลูกน้อย หรือคนที่ยกของหนักเป็นประจำ การเกร็งและเอียงข้อมือซ้ำๆ จะทำให้เส้นเอ็นและปลอกหุ้มเส้นเอ็นบริเวณโคนนิ้วโป้งเกิดการเสียดสีจนอักเสบ เมื่ออักเสบรุนแรงขึ้นจะแสดงออกด้วยอาการปวด กดเจ็บ บวม และรู้สึกร้อนผ่าวบริเวณซอกนิ้วโป้ง
2. โรคเกาต์หรือเกาต์เทียม (Gout / Pseudogout)
หลายคนคิดว่าโรคเกาต์จะเกิดแค่ที่ข้อต่อนิ้วหัวแม่เท้าเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ข้อโคนนิ้วโป้งและข้อกระดูกข้อมือก็เป็นจุดที่พบการตกผลึกของกรดยูริกได้บ่อยเช่นกัน อาการเด่นของโรคเกาต์คือจะเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน มักเป็นขึ้นมาทันทีในตอนกลางคืนหรือตอนตื่นนอน บริเวณข้อจะปวดบวมจัด ผิวหนังตึง แดง และมีความร้อนสูงอย่างเห็นได้ชัด
3. การติดเชื้อแบคทีเรียที่เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง (Cellulitis) หรือข้อติดเชื้อ
หากคุณมีประวัติเพิ่งโดนแมลงสัตว์กัดต่อย มีแผลถลอก แผลโดนหนามเกี่ยว หรือแผลเล็กๆ บริเวณมือ แล้วปล่อยให้เชื้อแบคทีเรียเล็ดลอดเข้าไป อาการบวมแดงและร้อนบริเวณซอกนิ้วโป้งอาจเกิดจากการติดเชื้อได้ ซึ่งกรณีนี้อันตรายมาก เพราะความร้อนและรอยแดงจะขยายวงกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจมีไข้ร่วมด้วย
วิธีประคบและดูแลตัวเองเบื้องต้น เมื่อเริ่มมีอาการปวด บวม ร้อน
เมื่อพบว่าข้อมือและซอกนิ้วโป้งเริ่มบวมแดงและมีความร้อน สิ่งแรกที่ต้องทำไม่ใช่การนวดเฟ้น แต่เป็นการปฐมพยาบาลอย่างถูกวิธีเพื่อหยุดการอักเสบ
ต้องประคบเย็นหรือประคบร้อน?
เมื่อมีอาการบวม แดง และรู้สึกร้อนอย่างชัดเจน ต้องประคบเย็นเท่านั้น ห้ามใช้ยานวดสูตรร้อน ประคบร้อน หรือนำข้อมือไปแช่น้ำอุ่นเด็ดขาด เพราะความร้อนจะยิ่งกระตุ้นให้หลอดเลือดขยายตัว ส่งผลให้การอักเสบ บวม และปวดรุนแรงยิ่งขึ้น
- วิธีประคบเย็นที่ถูกต้อง: ใช้ถุงน้ำแข็งหรือเจลเย็นห่อด้วยผ้าขนหนูบางๆ นำมาวางประคบบริเวณซอกนิ้วโป้งและข้อมือครั้งละ 15-20 นาที ทำซ้ำได้ทุกๆ 2-3 ชั่วโมง ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก
- พักการใช้งาน: งดการเกร็งนิ้วโป้ง การบิดข้อมือ การยกของหนัก และพยายามงดใช้โทรศัพท์มือถือด้วยมือข้างที่มีอาการ
- ยกมือสูง: เวลานอนหรือนั่งพัก ให้ใช้หมอนรองหนุนข้อมือให้สูงกว่าระดับหัวใจเล็กน้อย เพื่อช่วยลดการคั่งของเลือดและลดอาการบวม
อาการแบบไหนที่ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที?
แม้ว่าอาการอักเสบส่วนใหญ่จะค่อยๆ ดีขึ้นจากการพักและการประคบเย็น แต่หากพบสัญญาณเตือนต่อไปนี้ หมอแนะนำว่าควรรีบไปโรงพยาบาลหรือพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
- รอยบวมแดงและ ความร้อนลุกลามขยายวงกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือลามขึ้นมาตามแขน
- เริ่มมีไข้ หนาวสั่น หรือรู้สึกมึนงงอ่อนเพลีย
- มีตุ่มหนอง หรือมีของเหลวไหลออกมาจากบาดแผลบริเวณใกล้เคียง
- ปวดรุนแรงจนไม่สามารถขยับนิ้วโป้งหรือข้อมือได้เลย แม้จะอยู่เฉยๆ ก็ปวดมาก
- อาการไม่ดีขึ้นเลยหลังจากดูแลตัวเองและพักการใช้งานผ่านไป 3-5 วัน
วิธีรักษาทางการแพทย์ที่คุณหมอจะช่วยดูแลคุณ
เมื่อคุณมาพบแพทย์ หมอจะเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียด ร่วมกับการตรวจร่างกาย ขยับข้อต่อ และตรวจหาจุดกดเจ็บ หากสงสัยภาวะติดเชื้อหรือเกาต์ อาจมีการเจาะเลือด ตรวจเอกซเรย์ หรืออัลตราซาวนด์เพิ่มเติม
สำหรับการรักษานั้นจะขึ้นอยู่กับสาเหตุอย่างตรงจุด หากเป็นการอักเสบจากปลอกหุ้มเอ็น (De Quervain's) หมออาจจ่ายยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) สั่งใส่อุปกรณ์พยุงข้อมือและนิ้วโป้ง (Thumb Spica Splint) หรือทำการฉีดยาสเตียรอยด์เข้าปลอกหุ้มเอ็นเฉพาะจุดเพื่อลดการอักเสบอย่างรวดเร็ว ส่วนในกรณีที่มีการติดเชื้อแบคทีเรีย จำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะอย่างทันท่วงทีเพื่อป้องกันไม่ให้การติดเชื้อแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด