ความตกใจของคุณพ่อคุณแม่เมื่อเห็นลูกน้อยแหวะนมออกมาแล้วมีสีแดงสด สีกระดำกระเหิน ปนคราบสีน้ำตาลเข้มคล้ายกากกาแฟ หรือแม้แต่การเปิดผ้าอ้อมมาเจออุจจาระสีดำเหนียวคล้ายเฉาก๊วย เป็นสิ่งที่หมอเข้าใจดีว่าสร้างความกังวลใจให้ครอบครัวมากแค่ไหน เหตุการณ์เหล่านี้คือสัญญาณเตือนของ ภาวะเลือดออกทางเดินอาหารส่วนต้นในทารก ที่จำเป็นต้องได้รับการสังเกตและประเมินอย่างใกล้ชิด
ทำความเข้าใจภาวะเลือดออกทางเดินอาหารส่วนต้นในทารกกันก่อน
ในอวัยวะระบบทางเดินอาหาร หมอจะแบ่งออกเป็นส่วนต้นและส่วนปลาย โดยคำว่าทางเดินอาหารส่วนต้นจะนับตั้งแต่หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ไปจนถึงลำไส้เล็กส่วนต้น (Duodenum) หากเกิดบาดแผลหรือความผิดปกติใดๆ ที่ทำให้มีเลือดออกในตำแหน่งเหล่านี้ เลือดจะปฏิสัมพันธ์กับกรดและเอนไซม์ในกระเพาะอาหาร
ผลลัพธ์ที่สังเกตได้ชัดเจนจะมี 2 ลักษณะหลัก คือ การอาเจียนหรือแหวะนมออกมามีเลือดปน (Hematemesis) ซึ่งอาจเห็นเป็นสีแดงสดหากเลือดเพิ่งออก หรือเห็นเป็นคราบสีน้ำตาลดำคล้ายกากกาแฟหากเลือดสัมผัสกับกรดในกระเพาะสักระยะหนึ่งแล้ว และอีกลักษณะคือการถ่ายอุจจาระสีดำสนิทและมีกลิ่นคาวจัด (Melena) เนื่องจากเลือดถูกย่อยผ่านลำไส้ลงมา
สาเหตุยอดฮิตที่พบได้บ่อย เมื่อเจ้าตัวเล็กมีเลือดออกในทางเดินอาหาร
เมื่อพบภาวะเลือดออกทางเดินอาหารส่วนต้นในทารก หมอจะค่อยๆ สืบค้นสาเหตุโดยแบ่งตามความน่าจะเป็น ซึ่งมีตั้งแต่เรื่องธรรมดาที่ไม่น่ากังวล ไปจนถึงภาวะที่ต้องรักษาทันที
1. เลือดของแม่ที่ลูกกลืนเข้าไป (Swallowed Maternal Blood)
นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในทารกแรกเกิดที่กินนมแม่ หากคุณแม่มีปัญหาหัวนมแตก เป็นแผล หรือมีเลือดออกบริเวณเต้านม ทารกอาจกลืนเลือดของคุณแม่เข้าไปพร้อมกับน้ำนม เมื่อลูกแหวะนมออกมาจึงเห็นเป็นคราบเลือดปนอยู่ ซึ่งในกรณีนี้ไม่ได้เกิดจากโรคของตัวทารกเอง คุณหมอสามารถทำการทดสอบห้องปฏิบัติการง่ายๆ ที่เรียกว่า Apt Test เพื่อแยกแยะว่าเป็นเลือดของแม่หรือเลือดของลูก
2. แผลในกระเพาะอาหารหรือหลอดอาหาร (Gastritis / Esophagitis / Peptic Ulcer)
ทารกบางคนอาจมีกรดไหลย้อนรุนแรงจนทำให้หลอดอาหารเกิดการอักเสบและเป็นแผล หรือทารกที่เจ็บป่วยหนัก มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด หรืออยู่ภายใต้ความเค้นของร่างกาย (Physiological Stress) ก็สามารถเกิดแผลในกระเพาะอาหารจนทำให้มีภาวะเลือดออกทางเดินอาหารส่วนต้นได้เช่นกัน
3. ภาวะขาดวิตามินเคในเด็กทารก (Vitamin K Deficiency Bleeding)
วิตามินเคมีบทบาทสำคัญมากในการสร้างสารลิ่มเลือดในร่างกาย เด็กทารกแรกเกิดยังมีแบคทีเรียในลำไส้ที่สร้างวิตามินเคได้ไม่เต็มที่ หากทารกไม่ได้รับวิตามินเคฉีดกระตุ้นหลังคลอดอย่างครบถ้วน อาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกง่ายในระบบต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงระบบทางเดินอาหาร
4. การแพ้โปรตีนนมวัว (Cow's Milk Protein Allergy)
แม้ว่าการแพ้โปรตีนนมวัวมักทำให้เกิดการอักเสบที่ลำไส้ใหญ่และถ่ายเป็นมูกเลือดสด แต่ในทารกบางราย การอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้ทั่วระบบทางเดินอาหาร ส่งผลให้เยื่อบุทางเดินอาหารส่วนต้นอักเสบจนมีเลือดออกซึมๆ ปนออกมากับนมที่แหวะได้
5. แผลฉีกขาดที่หลอดอาหารจากการอาเจียนพุ่ง (Mallory-Weiss Tear)
หากทารกมีอาการไออย่างรุนแรง หรือมีภาวะแหวะนมพุ่งอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง แรงดันที่สูงขึ้นทันทีอาจทำให้เยื่อบุบริเวณรอยต่อระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารเกิดรอยฉีกขาดเล็กๆ ส่งผลให้มีเลือดสดปนออกมากับการอาเจียนครั้งหลังๆ
อาการแบบไหนที่คุณแม่ต้องรีบพาเจ้าตัวเล็กไปพบแพทย์ทันที?
หมออยากให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตอาการร่วมอื่นๆ ของลูกน้อย หากพบสัญญาณอันตรายเหล่านี้ ควรรีบพาทารกมาโรงพยาบาลโดยด่วน
- อาเจียนเป็นเลือดสดจำนวนมาก หรือแหวะนมเป็นสีกาแฟปริมาณเยอะต่อเนื่อง
- อุจจาระเป็นสีดำสนิท เหนียว มีกลิ่นคาวจัด หรือถ่ายเป็นเลือดสด
- ลูกน้อยมีอาการซึมลง ร้องไห้ไม่มีเสียง ไม่ยอมกอด ไม่ยอมกินนม
- สัญญาณของภาวะช็อก เช่น ผิวชื้น ตัวเย็น ปลายมือปลายเท้าเขียว ริมฝีปากซีด หรือหายใจหอบเหนื่อย
- มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง หรือมีเลือดออกตามไรฟันและจุดอื่นๆ ร่วมด้วย
คุณหมอตรวจวินิจฉัยและมีแนวทางการรักษาอย่างไร?
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล สิ่งแรกที่หมอจะทำคือการประเมินสัญญาณชีพและประเมินว่าทารกเสียเลือดไปมากน้อยเพียงใด หากทารกมีสัญญาณชีพคงที่ หมอจะเริ่มขั้นตอนการหาสาเหตุ
การตรวจจะเริ่มตั้งแต่การซักประวัติอย่างละเอียด รวมถึงการตรวจหัวนมของคุณแม่ การตรวจเลือดของทารกเพื่อดูความเข้มข้นของเลือด การทำงานของลิ่มเลือด และการทำ Apt Test หากสงสัยว่ากลืนเลือดแม่ ในกรณีที่มีเลือดออกมากและไม่หยุด คุณหมออาจพิจารณาใส่สายยางผ่านทางจมูกลงไปถึงกระเพาะอาหาร (Nasogastric Tube) เพื่อประเมินปริมาณเลือด หรือทำส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้น (Upper GI Endoscopy) เพื่อหาตำแหน่งเลือดออกและทำการห้ามเลือด
การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่พบ เช่น การให้ยาลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร การฉีดวิตามินเคเสริม การปรับเปลี่ยนนมในกรณีที่แพ้นมวัว หรือการให้เลือดและน้ำเกลือทดแทนหากทารกสูญเสียเลือดในปริมาณมาก
วิธีดูแลและลดความเสี่ยงภาวะเลือดออกทางเดินอาหารในทารก
การป้องกันและดูแลเบื้องต้นสามารถทำได้โดย:
- ดูแลสุขภาพเต้านมของคุณแม่: หากหัวนมแตก เป็นแผล ควรปรับอุ้มลูกเข้าเต้าให้ถูกวิธี และใช้ครีมบำรุงหัวนมเพื่อลดการอักเสบเลือดออก
- มั่นใจว่าลูกได้รับวิตามินเคหลังคลอด: ตรวจสอบประวัติการรับวัคซีนและวิตามินเคแรกเกิดให้ครบถ้วน
- จัดการเรื่องการแหวะนมอย่างถูกวิธี: อุ้มลูกอุ้มเรอร์หลังกินนมอิ่มทุกครั้งอย่างน้อย 15-30 นาที และไม่ควรจับลูกนอนราบทันทีหลังกินนมเสร็จ
- สังเกตการแพ้นมอย่างใกล้ชิด: หากลูกมีประวัติแพ้นมวัวหรือมีอาการงอแงผิดปกติหลังกินนม ควรร่วมมือกับคุณหมอเด็กในการเลือกสูตรนมที่เหมาะสม
ภาวะเลือดออกทางเดินอาหารส่วนต้นในทารก เป็นเรื่องที่ฟังดูน่าตกใจ แต่หลายครั้งสาเหตุเกิดจากเรื่องที่ไม่รุนแรงและสามารถรักษาให้หายขาดได้ อย่างไรก็ตาม การชะล่าใจไม่ใช่คำตอบ หากคุณแม่สังเกตเห็นความผิดปกติในอ้วกหรืออุจจาระของลูกน้อย การพาลูกมาให้คุณหมอตรวจเช็กอย่างละเอียดคือวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องสุขภาพของเจ้าตัวเล็กครับ