การเห็นลูกน้อยวัยทารกอาเจียนออกมามีคราบเลือดปน หรือถ่ายอุจจาระออกมาเป็นสีดำสนิท เป็นเรื่องที่สร้างความตกใจและกังวลใจให้กับคนเป็นพ่อเป็นแม่อย่างมาก อาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนของ ภาวะเลือดออกทางเดินอาหารส่วนต้นในทารก ซึ่งหมายถึงการมีเลือดออกจากหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร หรือลำไส้เล็กส่วนต้น
หมออยากให้คุณพ่อคุณแม่ตั้งสติก่อนเป็นอันดับแรก เพราะเลือดที่เห็นอาจจะไม่ได้มาจากความผิดปกติรุนแรงในตัวลูกเสมอไป ในบทความนี้ หมอจะเล่าให้ฟังถึงสาเหตุที่พบบ่อย วิธีสังเกตอาการ และขั้นตอนการรักษาอย่างละเอียด
สังเกตอาการอย่างไรว่านี่คือภาวะเลือดออกทางเดินอาหารส่วนต้น
ตำแหน่งของจุดที่เลือดออกในระบบทางเดินอาหาร มีผลโดยตรงต่อลักษณะอุจจาระและอาเจียนของลูก หากเป็นภาวะเลือดออกทางเดินอาหารส่วนต้น เลือดจะสัมผัสกับกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีจนเห็นเป็นลักษณะเฉพาะดังนี้
- อาเจียนเป็นเลือดสดหรือคราบสีน้ำตาลเข้ม: ลูกอาจอ้วกออกมาเป็นเลือดสีแดงสด หรือมีลักษณะเป็นตะกอนสีน้ำตาลเข้มคล้ายกากกาแฟ (Coffee-ground emesis) ซึ่งเกิดจากเลือดทำปฏิกิริยากับกรดในกระเพาะ
- ถ่ายอุจจาระสีดำเหนียว: อุจจาระของทารกจะมีสีดำสนิท คล้ายยางตาดน้ำมัน และมักมีกลิ่นคาวจัด เรียกว่า อุจจาระดำ (Melena) เกิดจากการที่เลือดเดินทางผ่านลำไส้และถูกย่อยสลาย
- ซึม งอแง ร้องไห้ผิดปกติ: หากเสียเลือดมาก ลูกอาจมีภาวะตัวซีด หัวใจเต้นเร็ว ดูเพลีย หรือกระวนกระวายจากอาการปวดท้อง
สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้เกิดเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบนของวัยเตาะแตะและทารก
การหาสาเหตุของภาวะเลือดออกทางเดินอาหารส่วนต้น ในเด็กเล็ก ต้องอาศัยการซักประวัติอย่างถี่ถ้วน เพราะต้นเหตุในทารกแรกเกิดกับทารกวัยหลายเดือนนั้นมีความแตกต่างกันพอสมควร
เลือดแม่หรือเลือดลูก: เรื่องที่หมอมักจะตรวจเช็กเป็นอันดับแรก
ในทารกแรกเกิดหรือทารกที่กินนมแม่ สาเหตุอันดับหนึ่งที่เจอบ่อยที่สุดไม่ใช่โรคของตัวเด็กเอง แต่เกิดจากการที่ทารกกลืนเลือดของคุณแม่อย่างไม่ตั้งใจ เช่น กลืนเลือดแม่ระหว่างกระบวนการคลอด หรือคุณแม่มีแผลหัวนมแตกจากการให้นม เมื่อลูกดูดนมพร้อมเลือดเข้าไป กรดในกระเพาะจะย่อยเลือดนั้น ทำให้ลูกอ้วกออกมาเป็นคราบสีน้ำตาลหรือถ่ายดำได้
แผลในกระเพาะอาหาร การแพ้นมวัว และภาวะขาดวิตามินเค
หากพิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่เลือดของแม่ สาเหตุทางการแพทย์ที่พบได้ในทารก มีดังนี้
- ภาวะเยื่อบุกระเพาะอาหารอักเสบหรือเป็นแผล: มักพบในทารกที่มีความเครียดทางร่างกาย เช่น ทารกคลอดก่อนกำหนด มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด หรือหายใจลำบาก
- การแพ้โปรตีนนมวัว: การแพ้นมวัวหรืออาหารที่คุณแม่กินผ่านนมแม่ อาจทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในทางเดินอาหาร จนมีเลือดซึมออกมาปะปนกับอ้วกหรืออุจจาระ
- ภาวะขาดวิตามินเค: วิตามินเคมีความสำคัญต่อการแข็งตัวของเลือด ทารกที่ไม่ได้รับวิตามินเคฉีดแรกเกิด หรือทารกที่กินนมแม่อย่างเดียวโดยไม่ได้รับวิตามินเสริม อาจเสี่ยงต่อภาวะเลือดออกง่ายในร่างกาย รวมถึงในทางเดินอาหาร
- หลอดอาหารฉีกขาดจากการอาเจียนรุนแรง: หากทารกมีอาการแหวะนมหรืออ้วกพุ่งอย่างรุนแรงติดต่อกันหลายครั้ง เยื่อบุบริเวณหลอดอาหารและกระเพาะอาหารอาจฉีกขาดเล็กน้อยจนมีเลือดปนออกมาได้
หมอมีวิธีตรวจและหาสาเหตุของการเลือดออกอย่างไรบ้าง?
เมื่อพาคนไข้ตัวน้อยมาถึงโรงพยาบาล สิ่งแรกที่หมอจะทำคือการประเมินสัญญาณชีพว่าเด็กมีภาวะช็อกหรือซีดมากน้อยเพียงใด จากนั้นจะเริ่มหาสาเหตุด้วยวิธีดังต่อไปนี้
- การทดสอบแยกเลือดแม่กับเลือดลูก (Apt Test): หมอจะนำสารน้ำที่ลูกอ้วกออกมาหรืออุจจาระไปทดสอบทางสารเคมี เพื่อดูว่าเป็นฮีโมโกลบินของแม่หรือของตัวทารกเอง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่รวดเร็วและช่วยตัดความกังวลได้มาก
- การใส่สายยางลงกระเพาะอาหาร (NG Tube): เพื่อดูว่ายังมีเลือดสดออกอยู่ในกระเพาะหรือไม่ และช่วยล้างกระเพาะอาหารประเมินปริมาณเลือดออก
- การตรวจเลือด: เช็กความเข้มข้นของเลือด ค่าการแข็งตัวของเลือด และดูการทำงานของเกล็ดเลือด
- การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน: ในกรณีที่เลือดออกไม่หยุด หรือสงสัยแผลเรื้อรัง แพทย์เฉพาะทางอาจพิจารณาส่องกล้องเพื่อตรวจดูและทำการห้ามเลือดโดยตรง
วิธีรักษาเมื่อทารกมีเลือดออกทางเดินอาหาร
การดูแลรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและระดับความรุนแรงของภาวะเลือดออกทางเดินอาหารส่วนต้น
- การรักษาประคับประคองและเพิ่มความเสถียร: หากมีภาวะเสียเลือดมาก หมอจะให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ หรือพิจารณาให้เลือดเพื่อรักษาความดันโลหิต ร่วมกับการฉีดวิตามินเค
- การใช้ยาลดการหลั่งกรด: ในกรณีที่มีแผลหรือกระเพาะอาหารอักเสบ การให้ยาลดกรดกลุ่ม H2 Blockers หรือ Proton Pump Inhibitors จะช่วยลดการระคายเคืองและส่งเสริมให้แผลสมานตัวได้เร็วขึ้น
- การปรับเปลี่ยนอาหาร: หากเกิดจากการแพ้โปรตีนนมวัว หมอจะแนะนำให้เปลี่ยนเป็นนมสูตรย่อยพิเศษสำหรับเด็กแพ้นมวัว หรือปรับอาหารของคุณแม่หากเป็นเด็กที่กินนมแม่
อาการแบบไหนของลูกน้อย ที่ต้องพามาพบแพทย์ด่วนที่สุด!
หากสังเกตเห็นลูกน้อยมีอาการดังต่อไปนี้ อย่ารอช้า ให้รีบพามาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที
- อาเจียนออกมาเป็นเลือดสด หรือมีเลือดปนออกมาปริมาณมาก
- อุจจาระเป็นสีดำสนิท ยางตาด เหนียว และมีกลิ่นคาวจัด
- ลูกน้อยมีอาการซึม เรียกไม่ค่อยตื่น หรือซึมลงอย่างเห็นได้ชัด
- ผิวหนัง มือ เท้า ดูซีด ปลายมือปลายเท้าเย็น
- หายใจหอบเร็ว เกร็ง หรือร้องไห้กวนอย่างหนักไม่หยุด
ภาวะเลือดออกทางเดินอาหารส่วนต้นในทารก อาจฟังดูน่ากลัวสำหรับคนเป็นพ่อแม่ แต่หลายกรณีเกิดจากสาเหตุที่ไม่รุนแรงอย่างการกลืนเลือดแม่ อย่างไรก็ตาม การสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดและนำลูกมาตรวจวินิจฉัยอย่างทันท่วงที คือสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้เด็กได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและปลอดภัย