เวลาปัสสาวะแล้วขัดๆ เจ็บแปล๊บ หรือรู้สึกว่าออกไม่สุด เป็นสัญญาณเตือนอะไรหรือเปล่า?
เวลาที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจแล้วบอกว่า มีอาการปวดท้องน้อยเวลาปัสสาวะ ปัสสาวะกะปริบกะปรอย หรือบางทีมีเลือดปนออกมาจางๆ หนึ่งในโรคที่หมอมักจะนึกถึงและต้องตรวจเช็กให้ละเอียดก็คือ เจ้าก้อนนิ่วที่แอบไปนอนก้อนอยู่ในกระเพาะปัสสาวะของเรานี่เองครับ
นิ่วในกระเพาะปัสสาวะเกิดขึ้นได้อย่างไร และทำไมมันถึงไปอยู่ตรงนั้นได้?
หลายคนอาจจะสงสัยว่า นิ่วไม่ได้อยู่ที่ไตหรอกหรือ? ความจริงแล้ว นิ่วในกระเพาะปัสสาวะเกิดขึ้นได้ 2 แบบหลักๆ ครับ แบบแรกคือ ก้อนนิ่วที่หลุดตกลงมาจากไตไหลตามท่อไตแล้วมาค้างเติ่งอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ แต่อีกแบบที่พบบ่อยไม่แพ้กันคือ นิ่วที่ก่อตัวขึ้นเองในกระเพาะปัสสาวะโดยตรง ซึ่งมักมีสาเหตุมาจากการที่เราขับปัสสาวะออกไม่หมด มีน้ำปัสสาวะตกค้างเรื้อรัง ทำให้แร่ธาตุต่างๆ ในน้ำปัสสาวะตกตะกอนรวมตัวกันจนกลายเป็นก้อนแข็งเหมือนก้อนกรวด
ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นนิ่วในกระเพาะปัสสาวะกลุ่มนี้มากกว่าคนอื่น?
โรคนี้มักจะไม่ค่อยมามือเปล่าครับ แต่มักจะมีปัจจัยแวดล้อมบางอย่างเป็นตัวกระตุ้นหลักๆ ได้แก่
- ผู้ชายที่มีปัญหาต่อมลูกหมากโต: เมื่อต่อมลูกหมากโตขึ้น มันจะไปเบียดท่อปัสสาวะให้แคบลง ทำให้ปัสสาวะไหลยากและเหลือค้างในกระเพาะปัสสาวะเยอะ กลายเป็นบ่อเกิดของนิ่วในที่สุด
- คนที่มีปัญหาเรื่องการขับถ่ายปัสสาวะ: เช่น คนที่เป็นโรคกระเพาะปัสสาวะพิการจากโรคทางระบบประสาท หรือเคยได้รับบาดเจ็บที่ไขสันหลัง ทำให้กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะบีบตัวได้ไม่ดี
- ดื่มน้ำน้อยเกินไป: ทำให้ความเข้มข้นของแร่ธาตุในปัสสาวะสูงขึ้นโดยปริยาย
- การใส่สายสวนปัสสาวะเป็นเวลานาน: อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและติดเชื้อ จนตกตะกอนเป็นก้อนนิ่วเกาะอยู่ตามสายหรือผนังกระเพาะปัสสาวะ
สังเกตอาการเตือนแบบนี้ รีบมาหาหมอก่อนที่ก้อนนิ่วจะโตเกินแก้
อาการของนิ่วในกระเพาะปัสสาวะมีความเฉพาะตัวพอสมควรครับ ถ้าใครมีอาการเหล่านี้ เริ่มวางใจไม่ได้แล้วนะครับ
- ปัสสาวะขัด ปัสสาวะแสบ หรือรู้สึกเจ็บปวดบริเวณท้องน้อยตอนช่วงท้ายของการปัสสาวะ
- ปัสสาวะไหลๆ หยุดๆ ระหว่างทำธุระ เหมือนมีอะไรมาอุดกั้นกะทันหัน
- มีปัสสาวะเป็นเลือด หรือปัสสาวะขุ่น มีตะกอนปน
- ปวดหน่วงท้องน้อยเวลาเดินหรือขยับตัวแรงๆ เพราะก้อนนิ่วไปกลิ้งกระทบกับผนังกระเพาะปัสสาวะ
- ในผู้ชายบางคนอาจมีอาการปวดร้าวไปที่บริเวณอวัยวะเพศ
หมอวินิจฉัยโรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะอย่างไรบ้าง?
เวลามาตรวจที่คลินิกหรือโรงพยาบาล หมอไม่ได้แค่ฟังอาการอย่างเดียวนะครับ เราต้องอาศัยเครื่องมือทางการแพทย์ช่วยยืนยันให้ชัดเจน เริ่มตั้งแต่การซักประวัติ ตรวจปัสสาวะเพื่อหาเม็ดเลือดแดงหรือเชื้อแบคทีเรีย และการตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำที่สุดคือ การทำอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนล่าง เอกซเรย์ หรือในบางรายอาจต้องใช้กล้องส่องตรวจเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ เพื่อดูขนาดและจำนวนของก้อนนิ่วให้เห็นกับตาตัวเอง
วิธีรักษา: ต้องผ่าตัดอย่างเดียวไหม หรือมีวิธีอื่นอีก?
การรักษานิ่วในกระเพาะปัสสาวะขึ้นอยู่กับขนาดของก้อนนิ่วและอาการของคนไข้เป็นหลักครับ ถ้าก้อนเล็กมากๆ หมออาจจะแนะนำให้ดื่มน้ำมากๆ เพื่อขับออกมาเอง แต่ส่วนใหญ่แล้วก้อนนิ่วในกระเพาะปัสสาวะมักจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่จนขับออกเองไม่ได้ วิธีการรักษาที่นิยมจึงเป็นการส่องกล้องผ่านท่อปัสสาวะเข้าไปเพื่อทำการเลเซอร์หรือใช้อุปกรณ์กรุบก้อนนิ่วให้แตกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วล้างออก โดยที่ไม่มีแผลผ่าตัดที่หน้าท้องเลยครับ ช่วยให้ฟื้นตัวไวและกลับบ้านได้เร็ว
ปรับพฤติกรรมง่ายๆ เพื่อป้องกันไม่ให้นิ่วกลับมากวนใจอีก
โรคนี้รักษาหายได้ครับ แต่ถ้าไม่แก้ที่ต้นเหตุ นิ่วก็สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีก วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการดื่มน้ำเปล่าสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร เพื่อเจือจางแร่ธาตุในปัสสาวะ ไม่กลั้นปัสสาวะนานๆ และสำหรับคุณผู้ชายที่มีอาการต่อมลูกหมากโต ควรรักษากับแพทย์เฉพาะทางอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ปัสสาวะค้างเติ่งในกระเพาะปัสสาวะจนกลายเป็นแหล่งสะสมของนิ่วอีกครับ