เวลาเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกน้อยแล้วเห็นก้นแดงๆ เป็นรอยจ้ำๆ เชื่อว่าหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่คงรู้สึกปวดใจไม่น้อย เพราะผิวเด็กทารกนั้นบอบบางมาก แค่ความอับชื้นจากเหงื่อ ปัสสาวะ หรืออุจจาระเพียงนิดเดียวก็ทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองกลายเป็นผื่นผ้าอ้อมได้ง่ายๆ แล้ว
หนึ่งในตัวช่วยชีวิตที่หมอแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่มีติดบ้านไว้เสมอคือครีมทาผื่นผ้าอ้อมที่มีส่วนผสมของซิงค์ออกไซด์ แต่การจะหยิบกระปุกไหนมาใช้ก็มีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยให้เราเลือกได้ตอบโจทย์ปัญหาผิวของลูกน้อยมากที่สุด
ซิงค์ออกไซด์ช่วยปกป้องก้นลูกน้อยจากการอับชื้นได้อย่างไร
เวลาที่เราทาครีมลงบนผิว เจ้าตัวซิงค์ออกไซด์หรือสังกะสีออกไซด์นี้จะทำหน้าที่เปรียบเสมือนโล่เกราะใสๆ เคลือบผิวหนังเอาไว้ ทำงานเป็นตัวกั้นระหว่างความชื้น สิ่งสกปรก และสารระคายเคืองต่างๆ ไม่ให้สัมผัสโดนผิวโดยตรง
นอกจากจะกันน้ำและความชื้นได้ดีเยี่ยมแล้ว ซิงค์ออกไซด์ยังมีคุณสมบัติช่วยปลอบประโลมผิวที่กำลังอักเสบแดงให้ค่อยๆ Fซ่อมแซมตัวเอง ลดอาการแสบคัน ทำให้ลูกน้อยกลับมาอารมณ์ดีได้ไวขึ้นเวลาใส่ผ้าอ้อม
เทคนิคเลือกความเข้มข้นของซิงค์ออกไซด์ให้เหมาะกับสภาพผิว
เวลาเดินไปดูที่ร้านขายยาหรือร้านสินค้าแม่และเด็ก จะเห็นว่าครีมแต่ละยี่ห้อมีปริมาณซิงค์ออกไซด์ไม่เท่ากัน การเลือกให้ถูกกับสถานการณ์จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้น
ผิวปกติทั่วไปที่ต้องการทาป้องกันการเกิดผื่น
ถ้าลูกน้อยไม่ได้มีผื่นแดง แค่ต้องการทาเคลือบผิวเพื่อป้องกันการอับชื้นระหว่างวันหรือเวลานอนกลางคืน สามารถเลือกสูตรที่มีความเข้มข้นของซิงค์ออกไซด์ประมาณสิบถึงสิบห้าเปอร์เซ็นต์ได้ เนื้อครีมกลุ่มนี้จะเกลี่ยง่าย ไม่หนาจนเกินไป และล้างออกได้ไม่ยากเวลาอาบน้ำ
ผิวเริ่มแดงระคายเคืองที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
ถ้าเริ่มสังเกตเห็นรอยแดงจางๆ บริเวณที่ผ้าอ้อมเสียดสี แนะนำให้ขยับมาใช้สูตรที่มีความเข้มข้นสูงขึ้น ตั้งแต่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป เนื้อครีมจะมีความเข้มข้นและหนาเป็นพิเศษ ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันขั้นสูงสุดไม่ให้ความชื้นไปซ้ำเติมแผลเดิม พร้อมช่วยเร่งฟื้นฟูผิวให้หายแดงเร็วขึ้น
ส่วนผสมอื่นๆ ในกระปุกที่ช่วยเสริมทัพความชุ่มชื้น
นอกจากซิงค์ออกไซด์ที่เป็นพระเอกแล้ว การมองหาเนื้อครีมที่มีส่วนผสมบำรุงผิวอื่นๆ เพิ่มเข้ามา ก็จะช่วยดูแลผิวลูกน้อยได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น
- สารสกัดจากธรรมชาติ เช่น คาโมมายล์ หรืออโลเวร่า ที่ช่วยลดการอักเสบและปลอบประโลมผิว
- ไขมันดีที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว เช่น เซราไมด์ หรือลาโนลิน ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไม่ให้ผิวแห้งกร้าน
- น้ำมันบำรุงผิว เช่น โจโจ้บาออยล์ หรือน้ำมันมะกอก ช่วยให้เนื้อครีมเกลี่ยง่าย ไม่ดึงผิวลูกเวลาทา
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้ก้นลูกแพ้ซ้ำซ้อน
ผิวที่เป็นผื่นอยู่แล้วจะมีความไวต่อสารเคมีสูงมาก เวลาเลือกซื้อครีมทาผื่นผ้าอ้อม นอกจากดูซิงค์ออกไซด์แล้ว ควรอ่านฉลากด้านหลังให้ละเอียดว่าปราศจากสารเหล่านี้หรือไม่
- น้ำหอมและสารแต่งกลิ่น เพราะเป็นตัวการอันดับต้นๆ ที่กระตุ้นให้ผิวเด็กเกิดการแพ้และระคายเคืองมากกว่าเดิม
- พาราเบนและสารกันเสียกลุ่มรุนแรง เลือกสูตรที่อ่อนโยนผ่านการทดสอบการแพ้จากแพทย์ผิวหนังจะปลอดภัยที่สุด
- แอลกอฮอล์ ที่อาจทำให้ผิวบริเวณที่เป็นแผลแห้งตึงและแสบยิ่งขึ้น
วิธีทาครีมซิงค์ออกไซด์ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
การทาครีมให้ถูกวิธีมีผลอย่างมากต่อการรักษาและป้องกันผื่นผ้าอ้อม เริ่มจากการทำความสะอาดผิวบริเวณก้นและขาหนีบให้สะอาดหมดจดทุกครั้งที่เปลี่ยนผ้าอ้อม จากนั้นซับผิวให้แห้งสนิทด้วยผ้าสะอาดแบบเบามือที่สุด ห้ามถูแรงเด็ดขาด
เมื่อผิวแห้งแล้ว ให้บีบเนื้อครีมซิงค์ออกไซด์แล้วพอกหนาๆ เหมือนเวลาเราทาหน้ากากอนามัย ไม่ต้องถูวนจนครีมซึมหายไปหมด เพราะเนื้อครีมที่เคลือบอยู่บนผิวคือเกราะป้องกันที่จะคอยทำหน้าที่ปกป้องผิวลูกน้อยตลอดการใส่ผ้าอ้อมผืนนั้น ทำแบบนี้ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนผ้าอ้อม จะช่วยลดโอกาสเกิดผื่นแดงกวนใจได้อย่างแน่นอน