ช่วงนี้เวลามีคุณแม่ตั้งครรภ์มาฝากครรภ์ที่คลินิก มักจะมีคำถามยอดฮิตวนเวียนอยู่เรื่องหนึ่งเสมอว่า ทานสลัดผักได้ไหม ทานซูชิได้หรือเปล่า หรือแอบกินชีสที่ทำจากนมดิบได้ไหมเวลาอยากของอร่อย หมอเข้าใจดีเลยว่าช่วงท้องนี่เรื่องกินคือความสุขอันดับหนึ่ง แต่ในฐานะคนดูแลสุขภาพคุณแม่และเจ้าตัวเล็กในท้อง หมออดเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ ครับ เพราะมีแบคทีเรียตัวร้ายชื่อว่า การติดเชื้อแบคทีเรียลิสทีเรียในสตรีมีครรภ์ หรือ Listeria monocytogenes ที่มักจะซ่อนตัวอยู่ในอาหารโปรดของเรานี่แหละครับ
ลิสทีเรียคืออะไร ทำไมถึงน่ากลัวเป็นพิเศษสำหรับคนท้อง
เจ้าแบคทีเรียตัวนี้ไม่ได้แปลกใหม่อะไรหรอกครับ มันคбแบคทีเรียทั่วไปที่พบได้ในดิน น้ำ และสัตว์บางชนิด แต่ความแสบของมันคือมันสามารถเจริญเติบโตได้ดีแม้กระทั่งในตู้เย็นที่มีความเย็นจัด ซึ่งแบคทีเรียตัวอื่นมักจะยอมแพ้ความเย็นไปแล้ว
พอคุณแม่ตั้งครรภ์ทานอาหารที่มีเชื้อนี้ปนเปื้อนเข้าไป ระบบภูมิคุ้มกันที่ธรรมชาติออกแบบมาให้ทำงานอ่อนลงนิดหน่อยในช่วงท้อง เพื่อไม่ให้ไปต่อต้านตัวอ่อน ก็เลยเปิดทางให้เจ้าลิสทีเรียบุกรุกเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่ายขึ้น ที่น่ากลัวที่สุดคือ เชื้อตัวนี้มีความสามารถพิเศษในการข้ามผ่านรกไปสู่เจ้าตัวเล็กในครรภ์ได้โดยตรง ซึ่งอาจส่งผลรุนแรงถึงขั้นแท้ง คลอดก่อนกำหนด หรือเด็กติดเชื้อในกระแสเลือดได้เลยครับ
อาหารจานโปรดแบบไหนที่ซ่อนเชื้อโรคนี้ไว้บ้าง
เวลาหมอเตือนเรื่องนี้ คุณแม่หลายคนมักทำหน้าตกใจเพราะคิดว่าเป็นอาหารแปลกปลอมอะไร แต่ความจริงแล้วมันคืออาหารใกล้ตัวที่เรากินกันบ่อยนี่แหละครับ
- นมและผลิตภัณฑ์จากนมที่ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรส์: ชีสนิ่มๆ อย่างเฟตา (Feta) บรี (Brie) หรือกามองแบร์ (Camembert) ที่ทำจากนมดิบไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ
- เนื้อสัตว์แปรรูปและเนื้อสัตว์แช่เย็นพร้อมทาน: ไส้กรอก แฮม หรือเนื้อสัตว์รมควันต่างๆ ที่หยิบออกมาจากตู้เย็นแล้วทานได้ทันทีโดยไม่ผ่านการอุ่นร้อนให้เดือด
- อาหารทะเลดิบและปลาควันเร่: ซูชิหน้าปลาดิบ ซาชิมิ หรือปลมาร์ลินรมควัน
- ผักและผลไม้สดที่ล้างไม่สะอาด: สลัดผักสำเร็จรูป หรือผลไม้ที่ปอกเปลือกทิ้งไว้
สัญญาณเตือนภัย เมื่อร่างกายส่งเสียงว่ากำลังมีปัญหา
เรื่องที่ท้าทายสำหรับการติดเชื้อนี้คือ อาการเริ่มต้นมันช่างคล้ายกับไข้หวัดใหญ่หรืออาหารเป็นพิษธรรมดาเหลือเกินครับคุณแม่ ทำให้หลายคนชะล่าใจ
โดยทั่วไป อาการมักจะเริ่มแสดงหลังจากได้รับเชื้อไปตั้งแต่หลักไม่กี่วันจนถึงสองสัปดาห์ อาการที่ต้องสังเกตมีดังนี้ครับ
- มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว หนาวสั่น
- คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย
- หากเชื้อลามไปที่ระบบประสาท อาจมีอาการปวดหัวรุนแรง คอแข็ง หรือสับสน ซึ่งอันตรายมาก
สิ่งที่หมอมักจะบอกคุณแม่เสมอคือ ถ้าช่วงท้องแล้วมีไข้สูงร่วมกับอาการปวดเมื่อยแปลกๆ โดยหาสาเหตุที่ชัดเจนไม่ได้ อย่าเพิ่งซื้อยาทานเองเด็ดขาด รีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดหาสาเหตุจะปลอดภัยที่สุดครับ
วิธีป้องกันง่ายๆ ให้คุณแม่และลูกน้อยปลอดภัยตลอดเก้าเดือน
หมอไม่ได้หมายความว่าคุณแม่จะต้องงดอาหารอร่อยทุกอย่างจนเครียดนะครับ เรายังมีความสุขกับการกินได้ แค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเลือกและปรุงอาหารสักนิดหน่อย
- ยึดหลัก ร้อน ร้อน ร้อน: อาหารประเภทเนื้อสัตว์หรืออาหารแปรรูป ต้องอุ่นให้ร้อนจัดจนควันขึ้นก่อนทานเสมอ เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
- เลี่ยงของดิบและนมดิบ: งดเด็ดขาดกับอาหารทะเลดิบ ชีสนิ่มที่ไม่ได้พาสเจอร์ไรส์ และน้ำผลไม้คั้นสดที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ
- ล้างมือและทำความสะอาดครัวเสมอ: ล้างผักและผลไม้สดให้สะอาดด้วยน้ำไหล หลีกเลี่ยงการใช้เขียงและมีดร่วมกันระหว่างเนื้อสัตว์ดิบและอาหารพร้อมทาน
- จัดการตู้เย็นให้สะอาด: เช็ดทำความสะอาดตู้เย็นสม่ำเสมอ และแยกเก็บอาหารสุกกับอาหารดิบให้อย่างเป็นระเบียบ
การดูแลครรภ์ให้ราบรื่นนอกจากเรื่องการไปตรวจตามนัดแล้ว เรื่องอาหารการกินนี่แหละครับที่เป็นเกราะป้องกันด่านแรกที่สำคัญที่สุด ระวังไว้หน่อย แลกกับความปลอดภัยของเจ้าตัวเล็กในท้อง คุ้มค่าแน่นอนครับ