ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงตั้งครรภ์เป็นเวลาที่คุณแม่มักจะมีความอยากอาหารแปลกๆ หรืออยากกินของโปรดที่ชอบเป็นพิเศษ แต่บางครั้ง อาหารที่เราคิดว่าธรรมดาและปลอดภัย อาจแฝงอันตรายร้ายแรงที่คุณแม่หลายคนคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นคือเรื่องของเจ้าแบคทีเรียตัวร้ายที่มีชื่อว่า ลิสทีเรีย (Listeria) ซึ่งในฐานะหมอที่ตรวจคุณแม่ตั้งครรภ์มานาน ยอมรับเลยว่าค่อนข้างเป็นห่วงเรื่องนี้มาก เพราะเชื้อตัวนี้ส่งผลกระทบต่อลูกน้อยในท้องได้มากกว่าที่คิด

ลิสทีเรียคืออะไร และทำไมคุณแม่ตั้งครรภ์ถึงต้องระวังเป็นพิเศษ

เจ้าแบคทีเรียตัวนี้มีชื่อเต็มๆ ว่า ลิสทีเรีย โมโนไซโตจีเนส (Listeria monocytogenes) ความน่ากลัวของมันคือมันเก่งกว่าแบคทีเรียทั่วไปตรงที่มันชอบความเย็นครับ ต่อให้เราเอาอาหารไปแช่ตู้เย็น เจ้าตัวนี้ก็ยังสามารถเติบโตได้สบายๆ ในขณะที่แบคทีเรียอื่นอาจจะตายไปแล้ว

สำหรับคนทั่วไป ถ้าติดเชื้อนี้อาจจะมีอาการท้องเสีย ไข้ขึ้น ปวดเมื่อยตัวนิดหน่อยแล้วก็หายได้เองเหมือนอาหารเป็นพิษทั่วไป แต่สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายจะทำงานลดลงตามธรรมชาติ เพื่อไม่ให้ร่างกายไปต่อต้านตัวอ่อนในครรภ์ ทำให้เชื้อโรคชนิดนี้เข้าจู่โจมร่างกายคุณแม่ได้ง่ายมาก และที่น่ากลัวที่สุดคือ เชื้อนี้สามารถเดินทางผ่านรกไปสู่ลูกน้อยในครรภ์ได้โดยตรง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแท้งบุตร คลอดก่อนกำหนด หรือทารกติดเชื้อในกระแสเลือดที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

อาหารกลุ่มเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาดในช่วงตั้งครรภ์

ข่าวดีคือ เราสามารถป้องกันการติดเชื้อนี้ได้ง่ายมาก แค่รู้ว่าอาหารอะไรบ้างที่เจ้าลิสทีเรียชอบแอบซ่อนอยู่ โดยเฉพาะอาหารที่ไม่ผ่านความร้อนหรือผ่านความร้อนไม่เพียงพอ:

  • นมและผลิตภัณฑ์จากนมที่ยังไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรส์: รวมถึงชีสที่ทำจากนมดิบ เช่น เฟต้าชีส บรีชีส หรือกามองแบร์ชีส หากชอบทานชีส ต้องมั่นใจว่าทำมาจากนมพาสเจอร์ไรส์เท่านั้น
  • เนื้อสัตว์แปรรูปและเนื้อสัตว์แช่เย็น: เช่น แฮม ไส้กรอก เบคอน หรือเนื้อสัตว์ปรุงสุกที่เก็บบนชั้นวางซูเปอร์มาเก็ตแล้วนำมาทานทันทีโดยไม่ผ่านการอุ่นร้อนให้เดือด
  • อาหารทะเลรมควันและอาหารดิบ: เช่น แซลมอนรมควัน ซูชิหน้าปลาดิบ หอยนางรมสด หรืออาหารทะเลที่ปรุงแบบสๆ ดิบๆ
  • ผักและผลไม้สดที่ล้างไม่สะอาด: สลัดผักกล่องพร้อมทานตามร้านสะดวกซื้อ หากล้างไม่สะอาดพอก็เป็นแหล่งสะสมชั้นดี

อาการแบบไหนที่ฟ้องว่าคุณแม่กำลังเสี่ยงติดเชื้อลิสทีเรีย

ความยากของการติดเชื้อลิสทีเรียคือ ระยะฟักตัวค่อนข้างกว้าง บางคนแสดงอาการตั้งแต่ 2-3 วันแรก แต่บางคนอาจใช้เวลานานถึง 2 เดือนหลังจากรับเชื้อเข้ามา อาการมักจะคล้ายกับเป็นไข้หวัดใหญ่หรืออาหารเป็นพิษ ได้แก่:

  • มีไข้สูงและหนาวสั่น
  • ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัว ปวดกล้ามเนื้อ
  • รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน หรือมีอาการท้องเสีย
  • หากเชื้อลุกลามไปที่ระบบประสาท อาจมีอาการปวดหัวรุนแรง คอแข็ง หรือสับสน ซึ่งต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที

แต่บางครั้ง คุณแม่อาจติดเชื้อโดยแทบไม่มีอาการอะไรเลย หรือมีแค่ไข้ต่ำๆ คล้ายเป็นหวัด แต่เชื้อกลับส่งผลไปถึงลูกในท้องแล้ว ดังนั้น การสังเกตความผิดปกติของร่างกายและการดิ้นของลูกจึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ

วิธีปฏิบัติตัวเพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และลูกน้อย

การดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากแบคทีเรียลิสทีเรีย ไม่ได้แปลว่าต้องอดของอร่อยทุกอย่างนะครับ แค่ปรับพฤติกรรมการกินเล็กน้อยตามหลักการเหล่านี้:

  • กินร้อน ช้อนกลาง ล้างสะอาด: เน้นทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ร้อนๆ ทุกครั้ง เนื้อสัตว์ต้องสุก 100 เปอร์เซ็นต์ไม่มีเลือดแดงๆ
  • อุ่นอาหารให้เดือด: หากจะกินอาหารแช่เย็นที่เหลือค้างคา นำมาอุ่นด้วยความร้อนสูงจนควันขึ้น เพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อนเสมอ
  • ล้างผักผลไม้ให้สะอาดหมดจด: ก่อนทานผลไม้สดหรือผักสลัด ควรล้างน้ำหลายๆ ครั้ง หรือแช่ด้วยน้ำเกลือหรือน้ำส้มสายชูเจือจางเพื่อความปลอดภัย
  • แยกระหว่างของสดและของสุก: ในตู้เย็นควรแยกเนื้อสัตว์ดิบออกจากอาหารพร้อมทาน เพื่อไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายใส่กัน

ช่วงเวลาตั้งครรภ์เก้าเดือนนี้อาจจะต้องระมัดระวังเรื่องการกินมากกว่าปกติสักหน่อย แต่เชื่อเถอะว่าความอดทนและการใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นี้ จะช่วยปกป้องลูกน้อยให้ลืมตาออกมาดูโลกด้วยสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์อย่างแน่นอนครับ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down