ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่เราดูแลคนในครอบครัวที่นอนป่วยติดเตียง หรือคนที่ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย สิ่งหนึ่งที่คนดูแลมักจะกังวลใจอยู่เสมอคือเรื่องของเสมหะในลำคอครับ หลายครั้งเรามักจะรอให้คนไข้ไอจนหน้าดำหน้าแดง หรือได้ยินเสียงครืดคราดดังมากๆ ถึงค่อยเริ่มขยับตัวจัดการ แต่ในทางการแพทย์แล้ว การรู้ว่าตอนไหนควรเข้าไปช่วยเคลียร์ทางเดินหายใจให้เร็ว ถือเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงอย่างปอดอักเสบและการขาดออกซิเจนได้ครับ

เสียงครืดคราดในคอแบบนี้ แปลว่าเสมหะคั่งค้างอยู่ใช่ไหม

อาการแรกที่คนดูแลสังเกตได้ง่ายที่สุดคือเสียงหายใจครับ เวลาที่เราฟังเสียงลมหายใจผ่านหลอดลม ถ้าได้ยินเสียงครืดคราด กุกกัก เหมือนมีน้ำอยู่ในท่อ หรือบางทีเอามือไปวางทาบเบาๆ ที่บริเวณหน้าอกแล้วรู้สึกสะเทือนตามจังหวะหายใจ นั่นแปลว่าเริ่มมีเสมหะปริมาณมากไปอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบนแล้ว และร่างกายของคนไข้ในกลุ่มนี้มักจะไม่มีแรงพอที่จะไอขับออกมาเองได้ตามธรรมชาติครับ

สังเกตสีหน้าและท่าทาง: เมื่อไหร่ที่คนไข้เริ่มหายใจลำบาก

นอกจากเสียงหายใจแล้ว ร่างกายของคนไข้จะส่งสัญญาณเตือนภัยออกมาทางสีหน้าและท่าทางครับ หากเราสังเกตเห็นว่าคนไข้เริ่มหายใจเร็วขึ้น หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม หรือปีกจมูกบานเวลาหายใจเข้า รวมถึงมีอาการกระสับกระส่าย พยายามดึงเสื้อบริเวณคอ หรือพยายามอ้าปากหายใจ อาการเหล่านี้แสดงว่าออกซิเจนในร่างกายเริ่มไม่พอ และความพยายามในการหายใจของคนไข้กำลังลดลง ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าต้องรีบดำเนินการทันที

สัญญาณอันตราย: ริมฝีปากม่วงคล้ำที่แปลว่ารอช้าไม่ได้แล้ว

หากปล่อยให้เสมหะอุดกั้นทางเดินหายใจไว้นานเกินไปโดยไม่ได้รับการจัดการ อาการจะเริ่มลุกลามจนเข้าขั้นวิกฤตครับ สิ่งที่เราต้องระวังให้มากคือ ภาวะพร่องออกซิเจน ซึ่งสังเกตได้จากริมฝีปาก ปลายมือ และปลายเท้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำหรือม่วง (Cyanosis) คนไข้บางรายอาจจะมีอาการซึมลงปลุกไม่ค่อยตื่น หรือสับสนเพ้อร่วมด้วย หากเจอสถานการณ์แบบนี้ถือเป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องทำการดูดเสมหะเพื่อเปิดAviation airway ทันที พร้อมกับประเมินว่าต้องนำส่งโรงพยาบาลหรือไม่

ความถี่ในการดูดเสมหะที่เหมาะสม ทำบ่อยเกินไปดีไหม

คำถามที่หมอมักจะได้ยินบ่อยจากคนดูแลคือ เราควรดูดเสมหะให้คนไข้ทุกๆ กี่ชั่วโมงดี? ต้องบอกแบบนี้ครับว่า การดูดเสมหะไม่มีสูตรตายตัวว่าต้องทำทุกกี่ชั่วโมง แต่เราจะใช้ บ่งชี้ความจำเป็นในการดูดเสมหะ เป็นหลัก นั่นหมายความว่า ถ้าคนไข้อยู่ในเกณฑ์ปกติ หายใจโล่ง ไม่มีเสียงครืดคราด ก็ยังไม่จำเป็นต้องไปรบกวนเขาครับ การสอดสายยางเข้าไปบ่อยเกินไปโดยไม่จำเป็น นอกจากจะทำให้เยื่อบุหลอดลมระคายเคืองและอักเสบแล้ว ยังอาจกระตุ้นให้ร่างกายผลิตเสมหะออกมามากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

การเตรียมตัวและข้อควรระวังก่อนลงมือทำความสะอาดทางเดินหายใจ

ก่อนที่เราจะตัดสินใจใช้เครื่องดูดเสมหะทุกครั้ง สิ่งสำคัญคือการประเมินความจำเป็นอย่างรอบคอบ ล้างมือให้สะอาดและสวมถุงมือทุกครั้งเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ควบคุมแรงดันของเครื่องดูดเสมหะให้เหมาะสม ไม่ควรใช้แรงดันสูงเกินไปเพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อหลอดลมฉีกขาดได้ และที่สำคัญคือในขณะที่สอดสายยางเข้าไป ไม่ควรแช่ไว้นานเกิน 10 ถึง 15 วินาทีต่อครั้ง เพื่อให้คนไข้ยังมีโอกาสได้รับออกซิเจนระหว่างทำกระบวนการครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down