ช่วงเวลาที่ลูกน้อยมีตุ่มนูนแดงขึ้นตามตัว เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวก็ยุบ ย้ายที่ไปเรื่อยๆ แถมยังคันยิบจนนอนไม่หลับ เป็นภาพที่ทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่ใจคอไม่ดีเอามากๆ หลายครอบครัวพยายามหายาทา ยาแก้แพ้มาป้อน แต่ผ่านมาเป็นเดือนๆ อาการก็ยังวนกลับมาเป็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกลายเป็นเรื่องหนักใจ
ในฐานะหมอที่ตรวจเด็กๆ มาเยอะ เข้าใจความกังวลนี้ดีครับ อาการที่เป็นๆ หายๆ นานเกินหกสัปดาห์แบบนี้ ทางการแพทย์เราเรียกว่าภาวะ ลมพิษเรื้อรังในเด็ก ซึ่งมีรายละเอียดและวิธีรับมือที่ต่างจากลมพิษธรรมดาพอสมควร วันนี้ผมขอมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่คลายความกังวลและรู้วิธีดูแลลูกรักอย่างถูกทางครับ
ลมพิษเรื้อรังในเด็ก หน้าตาเป็นอย่างไร และต่างจากลมพิษทั่วไปตรงไหน
อาการลมพิษที่เราคุ้นเคยกัน มักจะเกิดขึ้นฉับพลันหลังไปโดนอะไรที่แพ้ เช่น กินอาหารทะเล หรือโดนแมลงสัตว์กัดต่อย ผื่นจะขึ้นแดงนูน คันมาก แล้วมักจะยุบหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือวันเดียว
แต่สำหรับ ลมพิษเรื้อรังในเด็ก นั้นมีความต่างอย่างชัดเจนคือ ผื่นตัวร้ายนี้จะขยันมาเยี่ยมลูกน้อยเกือบทุกวัน หรือเป็นๆ หายๆ ต่อเนื่องกันนานเกิน 6 สัปดาห์ขึ้นไป ลูกจะตื่นมาพร้อมกับรอยแดงหรือรอยนูนตามแขน ขา ลำตัว หรือใบหน้า พอทายาหรือกินยาหายไป วันรุ่งขึ้นหรืออีกสองวันก็กลับมาขึ้นที่เดิมหรือย้ายไปที่อื่นอีก สร้างความทรมานจากอาการคันให้เด็กๆ เป็นอย่างมาก
สาเหตุที่แท้จริง ทำไมลูกถึงเป็นลมพิษนานขนาดนี้
คำถามยอดฮิตที่หมอได้ยินบ่อยที่สุดคือ ลูกไปแพ้อะไรมา ทำไมถึงไม่หายสักที ความจริงที่ต้องทำความเข้าใจคือ ลมพิษเรื้อรังส่วนใหญ่ ไม่ใช่เกิดจากการแพ้อาหารหรือแพ้ฝุ่นแบบที่หลายคนเข้าใจผิดกันครับ
ในเด็กที่เป็นเรื้อรัง ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเขาอาจจะไวต่อสิ่งกระตุ้นรอบตัวเป็นพิเศษ หรือเซลล์เม็ดเลือดขาวบางตัวที่ชื่อว่าแมสต์เซลล์ (Mast cells) เกิดอาการปล่อยสารฮีสตามีนออกมาเองโดยไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน ซึ่งปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้ผื่นกำเริบมีหลายอย่าง เช่น
- การติดเชื้อไวรัสซ่อนเร้น: เช่น ไข้หวัดเรื้อรัง หรือการติดเชื้อในทางเดินหายใจส่วนบนที่บางทีแทบไม่มีอาการไข้เลย
- ความร้อนและความเย็น: อากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย หรือการที่เด็กวิ่งเล่นจนเหงื่อออกตัวร้อน
- ความเครียดและความเหนื่อยล้า: การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้รวนได้เช่นกัน
- แรงกดทับ: เช่น การใส่เสื้อผ้าที่คับเกินไป หรือการนั่งทับรอยเดิมนานๆ
วิธีตรวจหาสาเหตุ เมื่อลูกต้องเผชิญกับลมพิษเรื้อรัง
เมื่อคุณพ่อคุณแม่พาลูกมาหาหมอ เราจะเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียด เช่น ลูกเป็นเวลาไหน มากน้อยแค่ไหน มีอาการบวมที่ริมฝีปากหรือตาร่วมด้วยหรือไม่ จากนั้นหมออาจพิจารณาเจาะเลือดตรวจเพิ่มเติมในบางราย เพื่อดูว่ามีภาวะติดเชื้อแฝง การทำงานของต่อมไทรอยด์ หรือภาวะภูมิแพ้ซ่อนอยู่หรือเปล่า แต่ต้องบอกตามตรงว่า ในเด็กส่วนใหญ่ เรามักจะไม่พบสาเหตุที่ชัดเจนจากการตรวจเลือดครับ
วิธีรักษาและดูแลลูกน้อยเมื่อเป็นลมพิษเรื้อรัง
เนื่องจากเราอาจหาผู้ร้ายตัวจริงไม่เจอ การรักษาจึงมุ่งเน้นไปที่การควบคุมอาการและลดความทรมานให้ลูกสามารถใช้ชีวิตประจำวันและนอนหลับได้ตามปกติ
การใช้ยาแก้แพ้กลุ่มไม่ง่วงและง่วงตามความเหมาะสม
ยาหลักในการรักษาคือยากลุ่มต้านฮีสตามีน หมออาจให้ลูกกินต่อเนื่องเป็นประจำทุกวันตามแพทย์สั่ง แม้ว่าในวันนั้นจะไม่มีผื่นขึ้นก็ตาม เพื่อเป็นการบล็อกสารฮีสตามีนไม่ให้หลั่งออกมา การกินยาแบบขาดๆ หายๆ จะทำให้ควบคุมอาการได้ไม่ดีเท่าที่ควร
การสังเกตและจดบันทึกสมุดบันทึกอาการ
วิธีนี้มีประโยชน์มากครับ ลองทำสมุดบันทึกเล็กๆ จดไว้เลยว่าแต่ละวันลูกกินอะไร ไปเที่ยวไหน อากาศเป็นอย่างไร และผื่นขึ้นช่วงไหน เพื่อช่วยคัดกรองว่ามีสิ่งกระตุ้นเฉพาะตัวอะไรที่ทำให้ลูกเป็นมากขึ้นหรือไม่
เคล็ดลับดูแลผิวและจัดการสิ่งแวดล้อมที่บ้าน
นอกจากการกินยาแล้ว การดูแลผิวพรรณของลูกในช่วงนี้ก็สำคัญไม่แพ้กันครับ
- หลีกเลี่ยงน้ำอุ่นจัด: เวลาอาบน้ำให้ใช้น้ำอุณหภูมิห้อง เพราะน้ำอุ่นจะทำให้เส้นเลือดขยายตัวและกระตุ้นให้ผื่นเห่อหนักขึ้น
- เลือกเสื้อผ้าโปร่งสบาย: สวมใส่เสื้อผ้าเนื้อผ้าฝ้ายที่ไม่หนาและไม่คับจนเกินไป เพื่อลดการเสียดสีและแรงกดทับ
- ทาโลชั่นเพิ่มความชุ่มชื้น: หลังอาบน้ำเสร็จขณะผิวหมาดๆ ให้ทาครีมบำรุงที่ไม่มีน้ำหอม เพื่อเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง
- จัดการความเครียดและการนอน: ให้ลูกเข้านอนตรงเวลาและพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะร่างกายที่ได้พักผ่อนจะช่วยปรับสมดุลภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น
อาการแบบไหนที่แปลว่าอาการของลูกเริ่มรุนแรงและต้องรีบไปหาหมอด่วน
โดยทั่วไปลมพิษที่ผิวหนังอย่างเดียวไม่อันตรายถึงชีวิตครับ แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยสังเกตสัญญาณเตือนอันตรายที่เรียกว่าภาวะภูมิแพ้รุนแรง หากลูกมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที
- มีอาการบวมที่ริมฝีปาก ลิ้น หรือเปลือกตาอย่างรวดเร็ว
- รู้สึกหายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีด หรือแน่นหน้าอก
- มีอาการเจ็บคอ กลืนน้ำลายลำบาก หรือเสียงแหบ
- มีอาการปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน ร่วมกับผื่นลมพิษ
สุดท้ายนี้อยากบอกคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านว่า ลมพิษเรื้อรังในเด็กเป็นโรคเรื้อรังที่ใช้เวลาเดินทางร่วมกันค่อนข้างนาน บางคนเป็นอยู่หลายเดือนหรือเป็นปีแล้วก็ค่อยๆ หายไปได้เองเมื่อภูมิคุ้มกันเขาโตเต็มที่ ขอให้อดทน พามาพบแพทย์ตามนัด และกินยาอย่างสม่ำเสมอ ลูกน้อยจะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างแน่นอนครับ