ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกนั่งไม่นิ่ง เหม่อลอย หรือแค่เบื่อง่าย เปิดเทอมทีไรคุณครูส่งข่าวเรื่องพฤติกรรมทุกที

ช่วงเวลาเปิดเทอมมักเป็นช่วงเวลาที่พ่อหลายๆ บ้านเริ่มกุมขมับ เมื่อคุณครูประจำชั้นทักมาทำทำนองว่า ลูกของเราดูซุกซนเกินไป นั่งไม่ติดที่ หรือทำงานไม่ค่อยเสร็จตามเพื่อน จนบางครั้งคุณพ่อคุณแม่เริ่มสับสนว่า ตกลงลูกเป็นเด็กพลังงานเยอะตามวัย มีภาวะสมาธิสั้น หรือกำลังเผชิญกับปัญหาความบกพร่องในการเรียนรู้กันแน่

ในฐานะหมอเด็กที่มักจะเจอคุณพ่อคุณแม่พาเจ้าตัวเล็กมาปรึกษาด้วยปัญหาทำนองนี้อยู่บ่อยๆ ผมเข้าใจดีถึงความกังวลใจครับ เพราะอาการเหล่านี้มักมีความคาบเกี่ยวกันจนแยกยากด้วยตาเปล่า วันนี้เรามาลองทำความเข้าใจเรื่องนี้กันแบบง่ายๆ เหมือนนั่งคุยกันที่ห้องตรวจ เพื่อให้เรามองเห็นภาพรวมและรู้วิธีรับมือได้อย่างถูกต้องครับ

ทำความรู้จักสมาธิสั้นและปัญหาการเรียนรู้ สองเรื่องนี้ต่างกันอย่างไร?

ก่อนอื่นเราต้องเคลียร์ความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า ภาวะสมาธิสั้น (ADHD) กับปัญหาความบกพร่องในการเรียนรู้ (Learning Disorders หรือ LD) แม้จะพบร่วมกันได้บ่อย แต่มีความแตกต่างกันในแง่ของจุดเริ่มต้นและพฤติกรรมที่แสดงออกมา

เด็กสมาธิสั้น (ADHD) มีอาการแบบไหน สังเกตอย่างไร?

เด็กกลุ่มนี้จะมีปัญหาหลักเรื่องการควบคุมตัวเองครับ สมองส่วนหน้าทำหน้าที่ในการยับยั้งชั่งใจและการจดจ่อทำงานได้ไม่เต็มที่ อาการเด่นๆ จะแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ

    อาการขาดสมาธิ: ใจลอยง่าย ทำของหายบ่อย ลืมขั้นตอนการทำงาน หรือเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นกลางคันโดยไม่ทันเสร็จ อาการอยู่ไม่สุข: ยุ๊กยิ๊ก นั่งนิ่งไม่ได้ มือเท้าขยับตลอดเวลา หรือชอบลุกจากที่นั่งในเวลาเรียน อาการหุนหันพลันแล่น: พูดแทรกเวลาคนอื่นยังพูดไม่จบ รอคิวไม่เป็น หรือทำอะไรโดยไม่ทันคิดถึงผลลัพธ์

ปัญหาความบกพร่องในการเรียนรู้ (LD) คืออะไร ทำไมลูกถึงอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้?

ในขณะที่เด็กสมาธิสั้นมีปัญหาเรื่องการจดจ่อ แต่เด็กที่มีปัญหาความบกพร่องในการเรียนรู้ หรือ LD นั้น ปัญหาความบกพร่องในการเรียนรู้แฝงอยู่ในการประมวลผลข้อมูลของสมองในบางด้านโดยเฉพาะ แม้ว่าเด็กจะมีระดับสติปัญญาหรือไอคิวปกติ หรือบางคนฉลาดเฉลียวในเรื่องอื่นๆ แต่สมองกลับมีปัญหาในการแปลความหมายของตัวอักษร ตัวเลข หรือเสียง

เรามักจะพบเด็กกลุ่มนี้ใน 3 รูปแบบหลักๆ คือ

    ด้านการอ่าน (Dyslexia): อ่านหนังสือข้ามคำ ผสมคำไม่ได้ อ่านช้า และสะกดคำผิดบ่อย ด้านการเขียน (Dysgraphia): เขียนหนังสือตัวหนังสือไม่สวย ลายมืออ่านยาก สลับพยัญชนะ หรือเว้นวรรคผิด ด้านAการคำนวณ (Dyscalculia): ไม่เข้าใจเรื่องตัวเลข การนับจำนวน หรือการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์

เมื่อลูกมีทั้งสองอย่างพร้อมกัน ความยุ่งยากที่ต้องทำความเข้าใจ

ความท้าทายคือ เด็กสมาธิสั้นประมาณหนึ่งในสามมักจะมีปัญหาความบกพร่องในการเรียนรู้ร่วมด้วย ลองจินตนาการดูว่า ถ้าเด็กคนหนึ่งไม่มีสมาธิในการนั่งฟังครูอยู่แล้ว แถมพอจะก้มลงอ่านหนังสือ สมองยังแปลตัวอักษรกลับหน้าหลังหรืออ่านไม่ออกอีก ความเครียดและความหงุดหงิดจะสะสมมากแค่ไหน

เด็กหลายคนจึงแสดงออกด้วยการไม่อยากไปโรงเรียน ปวดท้องคลื่นไส้ทุกเช้าวันจันทร์ หรือบางคนกลายเป็นเด็กเกเรหลังห้อง เพราะรู้สึกว่าตัวเองโง่และทำไม่ได้ ทั้งที่จริงแล้วเขามีศักยภาพแต่สมองต้องการความช่วยเหลือที่ถูกวิธีต่างหาก

ขั้นตอนการวินิจฉัยจากหมอเด็ก ทำไมถึงต้องตรวจให้ละเอียด?

การจะบอกว่าเด็กคนไหนเป็นสมาธิสั้นหรือมีปัญหาการเรียนรู้ ไม่สามารถตัดสินได้จากการมองแค่ผิวเผินในห้องเรียนครับ ในกระบวนการทางการแพทย์ เราต้องอาศัยข้อมูลจากหลายฝ่ายประกอบกัน

    การซักประวัติอย่างละเอียด: พูดคุยกับพ่อแม่และคุณครูถึงพฤติกรรมที่บ้านและโรงเรียน ระยะเวลาที่เป็น และผลกระทบต่อการใช้ชีวิต การประเมินทางจิตวิทยาและสติปัญญา: เพื่อวัดไอคิวและทักษะการเรียนรู้เฉพาะด้าน การทดสอบสมาธิ: เพื่อดูความสามารถในการควบคุมตัวเองและการจดจ่อ การแยกโรคอื่นๆ: เช่น ปัญหาการได้ยิน การมองเห็น หรือภาวะทางอารมณ์และความเครียด

วิธีดูแลและช่วยเหลือลูกรักจากทั้งที่บ้านและโรงเรียน

ข่าวดีคือ ปัญหาเหล่านี้สามารถช่วยเหลือและปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ครับ ยิ่งตรวจพบและเริ่มต้นช่วยเหลือเร็วเท่าไหร่ โอกาสที่เด็กจะปรับตัวและเรียนรู้ได้อย่างมีความสุขก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น

การปรับพฤติกรรมและการจัดสิ่งแวดล้อมที่บ้าน

บ้านต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยและเข้าใจลูก หลีกเลี่ยงการตำหนิหรือเปรียบเทียบกับพี่น้องหรือเพื่อน การทำการบ้านควรแบ่งเป็นช่วงสั้นๆ มีเวลาพักระหว่างช่วง และจัดโต๊ะหนังสือให้โล่ง ปราศจากสิ่งเร้าอย่างของเล่นหรือโทรศัพท์มือถือที่ดึงดูดความสนใจ

การช่วยเหลือด้านการเรียนเฉพาะทาง

สำหรับเด็กที่มีปัญหาความบกพร่องในการเรียนรู้ จำเป็นต้องอาศัยครูการศึกษาพิเศษในการใช้วิธีสอนแบบบูรณาการ เช่น ใช้รูปภาพช่วยจำ ใช้วิธีการฟังแทนการอ่าน หรือให้เวลาสอบที่นานขึ้น เพื่อดึงความสามารถที่แท้จริงของเขาออกมา

การใช้ยาและการบำบัดรักษาทางการแพทย์

ในกรณีของเด็กสมาธิสั้น หากอาการรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการเรียนและการเข้าสังคมอย่างมาก คุณหมออาจพิจารณาเรื่องการใช้ยาร่วมด้วย ยาจะช่วยปรับสารสื่อประสาทในสมองให้เด็กสามารถจดจ่อและควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น ซึ่งพ่อแม่หลายท่านมักกังวลเรื่องผลข้างเคียง แต่หากอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด จะมีความปลอดภัยสูงและช่วยชีวิตเด็กให้กลับมามีความมั่นใจได้อีกครั้งครับ

บทส่งท้ายจากหมอ

ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ตัวโรคที่เป็น แต่อยู่ที่ความเข้าใจและการยอมรับจากคนรอบข้าง ลูกของเราไม่ได้เกียจคร้าน และไม่ได้ตั้งใจดื้อ แต่สมองของเขากำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา พ่อแม่คือทีมซัพพอร์ตที่สำคัญที่สุด เมื่อไหร่ที่เรามองเห็นความพยายามของเขาและก้าวเดินไปพร้อมกัน ลูกจะเติบโตขึ้นพร้อมกับความมั่นใจและมีความสุขในแบบของตัวเองครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down