ตื่นมาแล้วรู้สึกเหมือนในปากไม่มีน้ำลายเลย เกิดอะไรขึ้นกับเรา
ช่วงนี้มีคนไข้หลายคนเดินเข้ามาบ่นให้ฟังที่คลินิกด้วยอาการแปลกๆ เริ่มจากรู้สึกว่าคอแห้งผาก ตื่นกลางดึกเพราะกระหายน้ำบ่อยจนต้องลุกขึ้นมาจิบน้ำ หรือเวลาพูดคุยนานๆ แล้วรู้สึกว่าลิ้นติดเพดานปาก กลืนอาหารก็ลำบากแถมยังเคี้ยวไม่ค่อยสะดวก หลายคนคิดว่าเป็นเพราะดื่มน้ำน้อยเกินไป หรืออากาศร้อนจัด แต่พอซักประวัติลึกลงไปจึงรู้ว่าต้นเหตุไม่ได้มาจากเรื่องนั้นเลยครับ
อาการเหล่านี้มักเป็นสัญญาณเตือนของ ภาวะต่อมน้ำลายแห้ง ซึ่งเป็นภาวะที่ต่อมน้ำลายของเราผลิตน้ำออกมาหล่อเลี้ยงช่องปากลดลงอย่างผิดปกติ และหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่หมอมักพบเจอได้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ ในคนไข้กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ ก็คือการใช้ยาพ่นรักษาโรคบางชนิดนั่นเองครับ
รู้จักหน้าตาของภาวะต่อมน้ำลายแห้งและสาเหตุที่ซ่อนอยู่
น้ำลายของเรามีความสำคัญมากกว่าที่คิดครับ ไม่ได้มีหน้าที่แค่ช่วยย่อยอาหารประเภทแป้งเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันฟันผุ ชะล้างเศษอาหาร และช่วยให้เราเคี้ยว กลืน รวมถึงพูดคุยได้อย่างราบรื่น เมื่อเกิดภาวะต่อมน้ำลายแห้ง ช่องปากจะสูญเสียสมดุลตามธรรมชาติ ทำให้เยื่อบุช่องปากอักเสบ เป็นแผลได้ง่าย และเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุอย่างรวดเร็ว
สาเหตุหลักๆ ของปัญหานี้มักเกิดจากผลข้างเคียงของยาบางกลุ่ม โดยเฉพาะยาพ่นจมูกหรือยาพ่นขยายหลอดลมที่คนไข้โรคหอบหืด ภูมิแพ้ หรือปอดอุดกั้นเรื้อรังต้องใช้เป็นประจำทุกวัน ยาเหล่านี้ออกฤทธิ์โดยตรงเพื่อขยายทางเดินหายใจหรือลดอาการบวม แต่บางตัวก็มีฤทธิ์ข้างเคียงในการไปยับยั้งการทำงานของต่อมน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
ยาพ่นกลุ่มไหนบ้างที่ชอบทำให้ปากแห้งคอแห้ง
เวลาที่หมอจ่ายยาพ่นให้คนไข้ มักจะเน้นย้ำเสมอเรื่องวิธีใช้และการดูแลช่องปากหลังพ่นยา เนื่องจากยาพ่นในกลุ่มหลักๆ มีส่วนทำให้เกิดอาการปากแห้งได้ ดังนี้ครับ
- ยากลุ่มแอนติโคลินออร์จิก (Anticholinergic inhalers): เป็นยาขยายหลอดลมที่มักใช้ในผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง ยานี้มีฤทธิ์เด่นชัดในการลดการสร้างสารคัดหลั่ง ทำให้ต่อมน้ำลายทำงานช้าลงและผลิตน้ำลายน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
- ยาสเตียรอยด์แบบพ่น (Inhaled corticosteroids): แม้จะออกฤทธิ์เฉพาะที่ในปอด แต่ละอองยาบางส่วนอาจตกค้างบริเวณลำปากและลำคอ หากบ้วนปากไม่สะอาดหลังพ่น นอกจากจะทำให้เกิดเชื้อราในปากแล้ว ยังส่งผลให้เยื่อบุช่องปากแห้งและระคายเคืองได้อีกด้วย
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อต้องใช้ยาพ่นแต่ไม่อยากปากแห้ง
สำหรับคนไข้ที่จำเป็นต้องใช้ยาพ่นรักษาโรคประจำตัวเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ไม่ควรหยุดยาเองเด็ดขาดนะครับ เพราะอาจทำให้อาการทางระบบทางเดินหายใจกำเริบได้ แต่เราสามารถปรับ พฤติกรรม เพื่อรับมือกับผลข้างเคียงเรื่องปากแห้งได้ไม่ยากครับ
- บ้วนปากและบ้วนคอทุกครั้งหลังพ่นยา: นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ช่วยล้างคราบยาที่ตกค้างในช่องปากออกไป ลดอาการระคายเคืองและช่วยบรรเทาความแห้งผากได้ระดับหนึ่ง
- จิบน้ำเปล่าบ่อยๆ ระหว่างวัน: พกขวดน้ำติดตัวไว้และจิบทีละน้อยตลอดทั้งวัน เพื่อช่วยให้เนื้อเยื่อในช่องปากมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงน้ำหวานหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเพราะจะยิ่งทำให้ปากแห้ง
- กระตุ้นการสร้างน้ำลายตามธรรมชาติ: อาจเลือกเคี้ยวหมากฝรั่งชนิดไม่มีน้ำตาล หรืออมลูกอมสูตรปราศจากน้ำตาล เพื่อกระตุ้นให้ต่อมน้ำลายทำงานตื่นตัวขึ้น
- ใช้ผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นในช่องปาก: ปัจจุบันมีเจลหรือสเปรย์ทดแทนน้ำลายวางขายตามร้านขายยา ซึ่งช่วยเคลือบช่องปากไม่ให้แห้งแสบในช่วงที่ต้องใช้ยาพ่น
อาการแบบไหนที่ควรกลับมาปรึกษาแพทย์ทันที
หากเราปรับพฤติกรรมเบื้องต้นแล้ว อาการปากแห้งยังคงรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรือเริ่มมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มีแผลในปากเรื้อรัง เจ็บคอตลอดเวลา กลืนอาหารลำบากมากจนน้ำหนักลด หรือรู้สึกว่าฟันผุเร็วผิดปกติ แนะนำให้กลับมาพบแพทย์หรือทันตแพทย์เพื่อประเมินอาการอย่างละเอียดครับ บางครั้งแพทย์อาจพิจารณาปรับเปลี่ยนชนิดของยาพ่น หรือแนะนำแนวทางรักษาอื่นๆ ที่เหมาะสมกับตัวคนไข้มากกว่า เพื่อให้เราควบคุมโรคประจำตัวได้ดีโดยไม่ต้องทนทรมานกับอาการปากแห้งอีกต่อไป