ช่วงนี้หลายคนอาจจะเคยรู้สึกแปลกๆ กับร่างกายตัวเอง ทั้งที่นอนเต็มอิ่มแต่กลับรู้สึกอ่อนเพลียไม่มีแรง กล้ามเนื้อกระตุก หรือเป็นตะคริวบ่อยๆ โดยเฉพาะเวลากลางคืน อาการเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กน้อยที่หลายคนมองข้าม แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่าระดับเกลือแร่สำคัญอย่างโพแทสเซียมในเลือดกำลังลดต่ำลงกว่าปกติ ซึ่งเป็นเรื่องที่หมออยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจกันให้มากขึ้น
โพแทสเซียมคืออะไร และทำไมร่างกายถึงขาดไม่ได้
เวลาพูดถึงเกลือแร่ หลายคนอาจจะนึกถึงเกลือแกงหรือโซเดียมเป็นอันดับแรก แต่ความจริงแล้ว โพแทสเซียม เป็นแร่ธาตุตัวจิ๋วที่มีบทบาทสำคัญระดับมหภาคต่อการทำงานของร่างกาย เปรียบเสมือนตัวจุดชนวนไฟฟ้าที่คอยควบคุมการทำงานของเซลล์กล้ามเนื้อและระบบประสาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้ามเนื้อหัวใจของเรา
เมื่อไหร่ก็ตามที่ร่างกายมีระดับโพแทสเซียมในเลือดน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ ซึ่งโดยทั่วไปจะอยู่ระหว่าง 3.5 ถึง 5.0 มิลลิโมลต่อลิตร ระบบการทำงานต่างๆ เริ่มรวน เหมือนแบตเตอรี่รถยนต์ที่กำลังจะหมดไฟ ส่งผลให้การส่งสัญญาณไฟฟ้าระหว่างเซลล์ติดขัด จนแสดงอาการผิดปกติออกมาให้เราเห็นในที่สุด
สัญญาณเตือนจากร่างกาย เมื่อโพแทสเซียมเริ่มเหลือน้อย
ความน่ากลัวของภาวะนี้คือ ในช่วงแรกๆ ระดับโพแทสเซียมที่ลดลงอาจไม่ได้แสดงอาการชัดเจน ทำให้หลายคนชะล่าใจ แต่พอนานวันเข้า ร่างกายจะเริ่มส่งเสียงร้องเตือนผ่านอาการเหล่านี้
- กล้ามเนื้ออ่อนแรงและเป็นตะคริว: มักเริ่มจากกล้ามเนื้อน่องหรือเท้า อยู่ดีๆ ก็เกร็งแข็งขึ้นมาดื้อๆ หรือรู้สึกว่าแขนขาไม่มีแรงแม้ไม่ได้ยกของหนัก
- ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ: อาการนี้ค่อนข้างอันตราย เพราะหัวใจต้องใช้โพแทสเซียมในการบีบตัว หากขาดไป หัวใจอาจจะเต้นเร็วผิดปกติ หรือรู้สึกเหมือนหัวใจกระตุกวูบ
- ท้องอืด ท้องผูก อาหารไม่ย่อย: เพราะระบบทางเดินอาหารก็ต้องอาศัยการทำงานของกล้ามเนื้อเรียบ เมื่อโพแทสเซียมต่ำ การบีบตัวของลำไส้จึงทำงานได้ไม่เต็มที่
- รู้สึกชาตามปลายมือปลายเท้า: เกิดจากการที่เส้นประสาททำงานผิดปกติเนื่องจากขาดแร่ธาตุหล่อเลี้ยง
สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้โพแทสเซียมหายไปจากร่างกาย
การที่โพแทสเซียมในเลือดต่ำไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่มักจะมีตัวการเบื้องหลังที่ทำให้เกลือแร่นี้สูญเสียออกจากร่างกาย หรือได้รับเข้ามาไม่เพียงพอ
สูญเสียน้ำและเกลือแร่ทางอ้อม
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดหนีไม่พ้นเรื่องของการสูญเสียของเหลว ไม่ว่าจะเป็นการท้องเสียอย่างรุนแรง อาเจียนเรื้อรัง หรือการเสียเหงื่อเป็นจำนวนมากจากการออกกำลังกายหนักๆ นอกจากนี้ การใช้ยาขับปัสสาวะบางกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือโรคหัวใจ ก็เป็นตัวการสำคัญที่ดึงเอาโพแทสเซียมออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะเช่นกัน
พฤติกรรมการกินในชีวิตประจำวัน
หลายคนอาจไม่รู้ว่า ร่างกายเราไม่สามารถสร้างโพแทสเซียมเองได้ ต้องรับประทานเข้าไปเท่านั้น การทานอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลแปรรูปมากๆ แต่หลีกเลี่ยงผักผลสด ก็เป็นอีกหนึ่งทางที่ทำให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุชนิดนี้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ
วิธีปรับพฤติกรรมและเติมโพแทสเซียมให้ร่างกายอย่างปลอดภัย
หากตรวจพบว่าเป็นภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำไม่รุนแรง การปรับเปลี่ยนเรื่องอาหารการกินถือเป็นด่านแรกที่ช่วยได้มากทีเดียว หมอแนะนำให้ลองเพิ่มวัตถุดิบเหล่านี้ลงไปในมื้ออาหารประจำวัน
- กล้วยหอม: แหล่งโพแทสเซียมชั้นยอดที่หาซื้อง่ายและพกพาสะดวก
- มันเทศและมันฝรั่ง: เมนูง่ายๆ ที่อุดมไปด้วยเกลือแร่ชนิดนี้
- ผักใบเขียวเข้ม: เช่น ผักโขม บรอกโคลี ที่นอกจากจะมีวิตามินสูงแล้วยังมีโพแทสเซียมดีต่อร่างกาย
- ผลไม้รสเปรี้ยวอมหวาน: เช่น ส้ม มะนาว หรืออะโวคาโด
อย่างไรก็ตาม การซื้ออาหารเสริมโพแทสเซียมมารับประทานเองเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด เพราะหากร่างกายได้รับโพแทสเซียมมากเกินไป ก็อาจเกิดภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง ซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน ทางที่ดีที่สุดหากมีอาการน่าสงสัย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเจาะเลือดตรวจระดับเกลือแร่ให้แน่ชัด และรับการรักษาที่ตรงจุดและปลอดภัยที่สุด