ช่วงนี้ใครมีอาการเพลียแปลกๆ, ลุกขึ้นยืนแล้วหน้ามืด, กล้ามเนื้อกระตุก หรือรู้สึกไม่มีแรงแม้แต่จะยกแขนขาตัวเองบ้างไหมครับ หลายคนอาจจะคิดว่าพักผ่อนไม่พอ ดื่มน้ำน้อย หรือเครียดจากการทำงาน แต่ในมุมมองของหมอ อาอาการเหล่านี้บางครั้งกำลังส่งสัญญาณเตือนภัยจากเกลือแร่สำคัญตัวหนึ่งในร่างกาย นั่นคือ ภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำ ที่แอบซ่อนอยู่โดยที่เราไม่รู้ตัว
เกลือแร่ตัวจิ๋วแต่หน้าที่แจ๋ว โพแทสเซียมทำไมถึงสำคัญกับเราขนาดนี้?
ก่อนจะไปดูว่าทำไมถึงขาด เรามาทำความรู้จักเจ้าโพแทสเซียมกันก่อนครับ จริงๆ แล้วมันคือแร่ธาตุและประจุไฟฟ้าตัวสำคัญที่ร่างกายขาดไม่ได้ เปรียบเสมือนน้ำมันเครื่องที่คอยหล่อลื่นระบบการทำงานของเซลล์ทุกเซลล์ โดยเฉพาะเซลล์กล้ามเนื้อและเซลล์ประสาท
หน้าที่หลักๆ ของเขาคือการช่วยให้กล้ามเนื้อหดตัวและคลายตัวได้อย่างปกติ รวมถึงกล้ามเนื้อหัวใจที่เต้นอยู่ทุกวินาทีก็ต้องอาศัยเจ้าโพแทสเซียมตัวนี้แหละครับในการควบคุมจังหวะ นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องสมดุลของเหลวและความดันโลหิตในร่างกายด้วย พอปริมาณเขาตกลงมาต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ ระบบต่างๆ ในร่างกายเลยเริ่มรวนและแสดงอาการประท้วงออกมาให้เราเห็น
สัญญาณเตือนจากร่างกาย เมื่อโพแทสเซียมเริ่มเหลือน้อย
เวลาที่เลือดมีโพแทสเซียมต่ำ ร่างกายจะไม่นิ่งนอนใจครับ เขาจะส่งเสียงร้องเตือนผ่านอาการเหล่านี้ ซึ่งหมอมักจะเจอเป็นประจำเวลาตรวจคนไข้:
- กล้ามเนื้ออ่อนแรงและเป็นตะคริว: รู้สึกไม่มีแรง ขาไม่มีเรี่ยวแรงจะเดิน หรืออยู่ดีๆ ก็เป็นตะคริวที่น่องและเท้าบ่อยครั้ง ทั้งที่ไม่ได้ออกกำลังกายหนัก
- ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ: อันนี้เป็นอาการที่น่ากลัวที่สุด เพราะถ้าระดับต่ำมากๆ จะทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจเพี้ยน รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นสะดุดหรือเต้นเร็วผิดปกติ
- ท้องอืด ท้องผูก อาหารไม่ย่อย: เพราะลำไส้ของเราก็มีกล้ามเนื้อเป็นส่วนประกอบ พอขาดโพแทสเซียม ลำไส้ก็ขี้เกียจทำงาน อาหารเลยเคลื่อนตัวช้า เกิดลมในท้อง
- เหนื่อยล้า อ่อนเพลียเรื้อรัง: นอนเท่าไหร่ก็ไม่พอ ตื่นมาก็ยังเพลีย สมองไม่ค่อยแล่น
- ชาตามมือตามเท้า: มีอาการยิบๆ เหมือนเข็ม
ทำไมอยู่ดีๆ ร่างกายถึงขาดโพแทสเซียมไปได้?
สาเหตุไม่ได้มาจากการกินอาหารไม่พอเพียงอย่างเดียวนะครับ ในชีวิตประจำวันเรามีพฤติกรรมหรือปัญหาสุขภาพหลายอย่างที่ดึงเอาโพแทสเซียมออกไปจากร่างกาย:
อย่างแรกคือเรื่องของการสูญเสียโดยตรง เช่น คนที่ท้องเสีย ท้องร่วง อย่างรุนแรง หรืออาเจียนติดต่อกันหลายครั้ง ร่างกายจะขับเกลือแร่ออกไปหมด หรือใครที่ชอบกินยาขับปัสสาวะเป็นประจำ (มักใช้ในคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือบวมน้ำ) ยาตัวนี้จะเป็นตัวการสำคัญที่พาโพแทสเซียมออกทางปัสสาวะ
อีกกลุ่มคือคนที่เหงื่อออกเยอะมากๆ จากการออกกำลังกายหนักแต่ไม่ได้ดื่มเกลือแร่ทดแทน หรือแม้แต่คนที่ชอบดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ก็มีผลทำให้การดูดซึมแร่ธาตุแย่ลงและขับออกทางปัสสาวะมากขึ้นเช่นกันครับ
เติมโพแทสเซียมให้ร่างกายอย่างไร ผ่านมื้ออาหารในชีวิตประจำวัน
ข่าวดีคือ ภาวะนี้สามารถป้องกันและดูแลเบื้องต้นได้ผ่านการเลือกกินอาหารครับ เราไม่ต้องถึงกับกินอาหารเสริมราคาแพง แค่หันมาใส่ใจวัตถุดิบในจานข้าว:
- กล้วยหอมและผลไม้ตระกูลส้ม: แหล่งโพแทสเซียมชั้นยอดที่หากินง่าย พกพาสะดวก
- มะเขือเทศและมันเทศ: นำมาประกอบอาหารได้หลากหลายและให้เกลือแร่สูงมาก
- ผักใบเขียวเข้ม: เช่น ผักโขม บร็อคโคลี่ ที่นอกจากจะมีวิตามินแล้วยังมีเกลือแร่ตัวนี้เพียบ
- ถั่วและธัญพืชต่างๆ: เหมาะสำหรับกินเป็นของว่างระหว่างวัน
แต่ต้องเตือนไว้ก่อนนะครับว่า สำหรับคนที่เป็นโรคไตเรื้อรัง การกินอาหารที่มีโพแทสเซียมสูงต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะไตขับออกได้ไม่ดี อาจทำให้สะสมและเป็นอันตรายต่อหัวใจได้ กลุ่มนี้ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์อย่างใกล้ชิด
อาการแบบไหนที่ปล่อยไว้ไม่ได้ ต้องรีบมาหาหมอทันที?
ถ้าอาการอ่อนเพลียหรือเป็นตะคริวเริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน หรือมีอาการใจสั่นร่วมด้วย แนะนำว่าอย่าปล่อยไว้เด็ดขาดครับ ควรมาพบแพทย์เพื่อเจาะเลือดตรวจหาระดับเกลือแร่ให้แน่ชัด
โดยเฉพาะถ้ามีอาการใจสั่นรุนแรง แน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงจนขยับตัวไม่ไหว แบบนี้ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องรีบมาโรงพยาบาลทันที เพราะแพทย์จำเป็นต้องได้รับเกลือแร่ทดแทนไม่ว่าจะเป็นทางกินหรือทางน้ำเกลืออย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจที่อันตรายถึงชีวิตครับ