ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

วันหนึ่งหมอได้เจอกับคุณแม่มือใหม่ท่านหนึ่งที่อุ้มลูกน้อยวัยหนึ่งเดือนเข้ามาในห้องตรวจด้วยสีหน้ากังวลใจอย่างเห็นได้ชัด คุณแม่เล่าให้หมอฟังว่า ลูกกินนมแม่ล้วนแต่ไม่ถ่ายมาห้าวันแล้ว กลัวว่าลูกจะมีอาการท้องผูกหรือลำไส้อุดตัน แต่พอหมอตรวจดูร่างกายของเจ้าตัวเล็ก ก็พบว่าท้องยังนิ่มดี น้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์ และเด็กยังร่าเริงเล่นได้ตามปกติ เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมากในคลินิกเด็ก หมอจึงอยากชวนคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านมาทำความเข้าใจกับเรื่องนี้ให้ดี เพื่อลดความกังวลใจที่ไม่จำเป็นกัน

ชวนทำความเข้าใจ: ภาวะท้องผูกเทียมในทารกที่ได้รับนมแม่คืออะไรกันแน่?

เมื่อพูดถึง ภาวะท้องผูกเทียมในทารกที่ได้รับนมแม่ หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Pseudo-constipation นั้น จริงๆ แล้วไม่ใช่โรค และไม่ใช่ภาวะท้องผูกที่แท้จริง แต่เป็นลักษณะการทำงานของร่างกายตามปกติของเด็กวัยนี้ มักจะเริ่มพบได้ตั้งแต่อายุประมาณ 1 เดือนขึ้นไป โดยทารกอาจจะไม่ถ่ายอุจจาระติดต่อกันหลายวัน บางรายอาจนานถึง 10-14 วัน แต่เมื่อถ่ายออกมา อุจจาระจะมีลักษณะนิ่ม เหลว หรือเป็นเนื้อครีมเหลืองทองตามปกติ ไม่ใช่อุจจาระที่แข็งแห้งเป็นเม็ดกระสุนเหมือนคนท้องผูกจริง

ทำไมกินนมแม่ล้วนแล้วถึงไม่ถ่ายหลายวัน?

สาเหตุที่ทำให้เด็กที่กินนมแม่ล้วนมีอาการนี้ เป็นเพราะนมแม่มีสารอาหารที่ยอดเยี่ยมและมีประโยชน์สูงมาก ร่างกายของทารกจึงสามารถย่อยและดูดซึมสารอาหารในน้ำนมแม่ไปใช้ได้อย่างเกือบหมดสิ้น จนแทบจะไม่เหลือของเสียหรือกากอาหารหลงเหลือให้ออกมาเป็นอุจจาระเลย ประกอบกับในช่วงอายุประมาณ 1 เดือนขึ้นไป ลำไส้ของทารกจะเริ่มพัฒนาและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการดูดซึมน้ำและสารอาหาร จึงทำให้อุจจาระสะสมตัวช้าลง กว่าจะรวมตัวกันจนมากพอที่จะกระตุ้นให้ร่างกายขับถ่ายออกมา จึงใช้เวลานานขึ้นหลายวันนั่นเอง

เช็กให้ชัวร์: ลูกแค่ท้องผูกเทียม หรือกำลังท้องผูกจริงๆ?

คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตความแตกต่างได้ง่ายๆ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องกังวลใจโดยไม่จำเป็น โดยมีจุดสังเกตดังนี้:

  • ลักษณะของอุจจาระ: ถ้าเป็นภาวะท้องผูกเทียม เมื่อลูกถ่ายออกมา อุจจาระจะต้องนิ่ม เหลว หรือปนน้ำ ไม่มีก้อนแข็ง แต่ถ้าเป็นท้องผูกจริง อุจจาระจะแข็ง แห้ง เป็นเม็ดเล็กๆ หรือเป็นก้อนใหญ่ที่เบ่งออกยาก
  • อาการทางร่างกาย: เด็กที่มีภาวะท้องผูกเทียมจะยังคงกินนมได้ดี ร่าเริง ท้องนิ่ม ไม่ปวดท้องอืดเกร็ง อาจมีอาการเบ่งบ้างแต่เมื่อเบ่งออกแล้วอุจจาระก็นิ่มดี ส่วนเด็กที่ท้องผูกจริงมักจะมีอาการร้องงอแง ท้องแข็งตึง ปวดท้อง และอาจมีเลือดปนออกมากับอุจจาระเนื่องจากรูทวารหนักฉีกขาดจากก้อนอุจจาระที่แข็ง
  • การเจริญเติบโต: น้ำหนักตัวของลูกยังคงขึ้นตามเกณฑ์ปกติ มีพัฒนาการสมวัย

วิธีรับมือและช่วยให้เจ้าตัวเล็กสบายท้องขึ้น

เมื่อมั่นใจแล้วว่าลูกไม่ได้ท้องผูกจริง หมอไม่แนะนำให้สวนทวารหรือซื้อยาระบายมาให้ลูกกินเองเด็ดขาด เพราะการสวนทวารบ่อยๆ จะทำให้ลูกเสียวงจรการขับถ่ายตามธรรมชาติ และอาจเกิดการบาดเจ็บที่ทวารหนักได้ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยบรรเทาความอึดอัดให้ลูกได้ มีดังนี้:

  • การนวดท้องท่าปั่นจักรยานอากาศ: จับขาของลูกขยับขึ้นลงเบาๆ เหมือนกำลังปั่นจักรยาน ท่านี้จะช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้และช่วยขับลม
  • การนวดท้องรอบสะดือ: ใช้ปลายนิ้วนวดวนเบาๆ บนท้องของลูกตามเข็มนาฬิกา เพื่อช่วยให้ลมอึดอัดในท้องเคลื่อนตัวได้ดีขึ้น
  • การแช่น้ำอุ่น: ให้ลูกได้อาบน้ำอุ่นหรือแช่ก้นในน้ำอุ่นสักระยะ น้ำอุ่นจะช่วยให้กล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักและกล้ามเนื้อหน้าท้องผ่อนคลาย ทำให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น
  • ให้กินนมแม่ต่อไป: นมแม่มีสารอาหารที่ช่วยเคลือบและกระตุ้นการทำงานของลำไส้ได้ดีที่สุดแล้ว ไม่จำเป็นต้องสลับไปให้นมผงหรือป้อนน้ำเปล่าเพิ่มในทารกวัยต่ำกว่า 6 เดือน

อาการแบบไหนที่แปลว่าไม่ปกติ และควรพามาหาหมอ

แม้ว่าภาวะนี้จะเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นอาการผิดปกติดังต่อไปนี้ ควรพาลูกมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดทันที:

  • ลูกมีอาการท้องอืดอย่างรุนแรง ท้องแข็งตึง เคาะแล้วมีเสียงโปร่งเหมือนมีลมอยู่เต็มท้อง
  • มีอาการอาเจียนร่วมด้วย โดยเฉพาะหากอาเจียนออกมาเป็นสีเขียวหรือสีเหลืองเข้ม
  • ลูกร้องงอแงตลอดเวลา ดูเจ็บปวดทรมาน หรือซึมลง ไม่ยอมดูดนม
  • เมื่อถ่ายออกมาแล้ว อุจจาระมีลักษณะแข็ง เป็นก้อน มีมูกเลือดปน หรืออุจจาระมีสีซีด ขาวเผือก หรือสีเทา ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติในระบบท่อน้ำดี
  • ลูกไม่ถ่ายอุจจาระเลยตั้งแต่แรกเกิดภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรก

การเข้าใจธรรมชาติและพัฒนาการทางร่างกายของลูกน้อย จะช่วยลดความกังวลใจในครอบครัวลงได้มาก หากลูกยังคงร่าเริง กินอิ่ม นอนหลับ และน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นดี การที่ลูกไม่ถ่ายหลายวันขณะกินนมแม่ล้วนจึงเป็นเรื่องปกติที่คุณแม่สามารถเฝ้ารอดูอาการอย่างอบอุ่นและปลอดภัยที่บ้านได้เสมอ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down