ภาพลูกน้อยนอนหลับปุ๋ยแล้วอยู่ๆ ก็มีนมไหลย้อนออกมาจากปากพร้อมกับสำลัก เสียงร้องสำลักแหลมสูงด้วยความตกใจ เป็นหนึ่งในภาพที่ทำให้หัวใจของคุณพ่อคุณแม่มือใหม่แทบสลาย ความกังวลใจว่าลูกจะหายใจไม่ออกหรือเกิดอันตรายรุนแรงมักพรั่งพรูเข้ามาทันที ในฐานะหมอเด็กและคนใกล้ชิดครอบครัว ผมเข้าใจดีว่าความตกอกตกใจในวินาทีนั้นมันมากมายแค่ไหน
การที่ทารกแหวะนมออกมาแล้วเกิดการสำลักลงไปในทางเดินหายใจ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยครับ เพราะระบบย่อยอาหารและกล้ามเนื้อหูรูดส่วนปลายหลอดอาหารของเจ้าตัวเล็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้ภาวะสำลักนมลงหลอดลมและปอดจากการแหวะเกิดขึ้นได้บ่อย แต่ถ้าเราเข้าใจกลไกและรู้วิธีรับมือที่ถูกต้อง ความน่ากลัวนี้จะลดลงไปเยอะมากครับ
ทำไมลูกถึงแหวะนม และสำลักลงปอดได้อย่างไร?
ลองนึกภาพกระเพาะอาหารของทารกแรกเกิดที่มีลักษณะเหมือนขวดนมกลมๆ นอนแนวนอน แถมกล้ามเนื้อหูรูดที่กั้นระหว่างหลอดอาหารกับกระเพาะยังหลวมๆ อยู่เลยครับ พอนมเต็มท้อง หรือเวลาที่ลูกขยับตัวแรงๆ ร้องไห้ หรือมีลมในท้องเยอะๆ นมก็พร้อมจะไหลย้อนขึ้นมาตามแรงดันได้ง่ายมาก ซึ่งเรียกว่าการแหวะนม
ทีนี้ พอรcมมันไหลย้อนขึ้นมาถึงคอหอย ในจังหวะที่ลูกกำลังหายใจพอดี กลไกการปิดกั้นทางเดินหายใจทำงานไม่ทัน หรือลูกกำลังสำลักและสูดหายใจเฮือกใหญ่เข้าไประหว่างนั้น ทำให้นมบางส่วนหลุดลอดผ่านกล่องเสียง ลงไปสู่หลอดลมและลึกถึงปอด กลายเป็นภาวะสำลักนมลงหลอดลมและปอดจากการแหวะที่สร้างความระคายเคืองและอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจของเด็กๆ ได้ครับ
สังเกตอย่างไรว่าลูกกำลังสำลักนมลงปอด ไม่ใช่แค่แหวะธรรมดา
การแหวะนมธรรมดา ลูกแค่อ้วกออกมาเปื้อนปากหรือเสื้อผ้าแล้วร้องงอแงเล็กน้อย หรือบางทีก็ยังนอนต่อได้สบายดี แต่ถ้าเกิดการสำลักลงหลอดลมและปอด อาการจะต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงครับ
- ไอสำลักรุนแรง: ลูกจะสำลักเสียงดัง หน้าดำหน้าแดง หรือไอติดๆ กันหลายครั้งเพื่อขับของเหลวออกมา
- หายใจผิดปกติ: มีเสียงหายใจครืดคราด หายใจเร็ว หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม หรือจมูกบาน
- สีผิวเปลี่ยน: ในรายที่สำลักปริมาณมาก อาจมีอาการริมฝีปากเขียวคล้ำเพราะขาดออกซิเจนชั่วขณะ
- ซึมลง: หลังจากสำลักแล้วลูกดูอิดโรย ไม่สดชื่น หรือหายใจหอบเหนื่อยอย่างต่อเนื่อง
วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อลูกสำลักนม
ตั้งสติให้มั่นแล้วทำตามขั้นตอนเหล่านี้ทันทีครับ เมื่อลูกสำลักนม
- อุ้มลูกขึ้นในท่าคว่ำหน้าบนตัก: ให้ศีรษะอยู่ต่ำกว่าลำตัวเล็กน้อย เพื่อให้แรงโน้มถ่วงช่วยระบายน้ำนมออกจากหลอดลม
- ตบหลังเบาๆ: ใช้สันมือตบเบาๆ บริเวณสะบักหลัง 3-5 ครั้ง ห้ามใช้วิธีเขย่าตัวลูกเด็ดขาดเพราะเป็นอันตรายต่อสมอง
- เช็ดทำความสะอาดช่องปาก: ใช้ผ้าสะอาดกวาดคราบนมออกจากปากและจมูกเพื่อให้ทางเดินหายใจโล่ง
- สังเกตการหายใจ: ถือลูกตั้งตรง อุ้มแนบอก ปลอบโยนให้หายตกใจ และคอยสังเกตการหายใจอย่างใกล้ชิด
สัญญาณเตือนแบบไหนที่ต้องพาลูกส่งโรงพยาบาลด่วน
บางครั้งการสำลักอาจทิ้งคราบน้ำนมหรือเชื้อโรคลงไปทำให้เกิดภาวะปอดอักเสบตามมาได้ หากคุณพ่อคุณแม่พบอาการเหล่านี้หลังลูกสำลักนม ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที
- ลูกยังมีอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจมีเสียงครืดคราดไม่หายไป
- มีไข้สูงร่วมด้วยหลังจากการสำลักผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง
- ลูกซึมลง ไม่ยอมดูดนม หรืออาเจียนพุ่งทุกครั้งที่ป้อน
- มีอาการไอเรื้อรังติดต่อกันหลายวัน
เทคนิคง่ายๆ ในการป้องกันไม่ให้ลูกแหวะแล้วสำลักซ้ำ
การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอครับ เราสามารถลดโอกาสเกิดภาวะสำลักนมลงหลอดลมและปอดจากการแหวะได้ด้วยวิธีปฏิบัติเหล่านี้ในชีวิตประจำวัน
- จับเรอทุกครั้งหลังมื้อนม: อย่าลืมอุ้มลูกพาดบ่าหรือคว่ำหน้าบนตักแล้วลูบหลังเบาๆ เพื่อไล่ลมในกระเพาะออกให้หมด
- แบ่งมื้อนมให้พอดี: หากลูกกินนมเก่งแต่แหวะบ่อย ลองเปลี่ยนเป็นลดปริมาณนมต่อมื้อลง แต่เพิ่มความถี่ในการป้อนแทน
- อุ้มตัวตั้งหลังกินนม: หลังจากกินอิ่ม อย่าเพิ่งให้ลูกนอนราบทันที ควรให้อุ้มตั้งตรงหรือนอนศีรษะสูงประมาณ 30 นาที
- เลือกจุกนมให้เหมาะสม: หากใช้ขวดนม ควรเลือกขนาดรูจุกนมที่น้ำนมไหลออกพอดี ไม่ไหลเร็วหรือช้าจนเกินไป เพื่อไม่ให้ลูกต้องกลืนลมเข้าไปเยอะ
ท้ายที่สุดนี้ อยากให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจว่า เด็กเกือบทุกคนต้องเคยผ่านช่วงเวลาแหวะนมด้วยกันทั้งนั้นครับ เมื่อเวลาผ่านไป ระบบย่อยอาหารของลูกแข็งแรงขึ้น อาการเหล่านี้จะค่อยๆ ลดลงและหายไปเอง ขอแค่เรามีความเข้าใจ สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด และรู้วิธีรับมือที่ถูกต้อง เจ้าตัวเล็กก็จะเติบโตได้อย่างปลอดภัยและแข็งแรงแล้วครับ