ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คนที่เป็นภาวะกลัวความสูงกำลังรู้สึกอะไรอยู่กันแน่

หลายคนมักเข้าใจว่าการที่ใจสั่นเมื่ออยู่บนตึกสูงหรือริมหน้าผาเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ทั่วไป แต่สำหรับผู้ที่มี ภาวะกลัวความสูง (Acrophobia) อาการเหล่านั้นจะทวีความรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นความหวาดกลัวที่ควบคุมไม่ได้ สมองจะสั่งการเหมือนร่างกายกำลังตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต ทั้งที่ในความเป็นจริงเรายืนอยู่บนพื้นที่มีความปลอดภัยดี อาการที่พบบ่อยคือใจสั่น หัวใจเต้นแรง เหงื่อออกตามฝ่ามือ ขาสั่น หรือแม้กระทั่งรู้สึกเวียนหัวเหมือนพื้นจะทรุดตัวลงไปตรงหน้า

ความลับของสมองที่สั่งให้เราขาสั่นเมื่ออยู่บนที่สูง

กลไกเบื้องหลังเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการทำงานของสมองส่วนที่ควบคุมความรู้สึกกลัวและการตอบสนองต่อภัยคุกคาม เมื่อเราอยู่ในที่สูง ร่างกายจะเกิดความขัดแย้งระหว่างการมองเห็นกับการทรงตัว สมองส่วนการรับรู้ความลึก (Depth Perception) จะทำงานหนักขึ้น เพื่อประเมินความปลอดภัย แต่สำหรับบางคน ระบบนี้กลับทำงานไวเกินไปจนเปลี่ยนความรู้สึกระมัดระวังให้กลายเป็นความตื่นตระหนกแบบเฉียบพลัน ทำให้ร่างกายหลั่งสารอะดรีนาลีนออกมาทันที ส่งผลให้เกิดอาการใจสั่นและกล้ามเนื้อเกร็งตัวเพื่อเตรียมพร้อมหนี ทั้งที่ความจริงเราเพียงแค่ยืนชมวิวอยู่เท่านั้น

แยกให้ออกระหว่างความรู้สึกหวาดเสียว กับภาวะกลัวความสูงที่เป็นปัญหา

ไม่ใช่ทุกคนที่กลัวความสูงจะเป็นโรคกลัวความสูง (Phobia) โดยทั่วไปคนส่วนใหญ่จะรู้สึกหวิวๆ หรือไม่สบายใจเมื่อมองจากที่สูงมาก ซึ่งเป็นสัญชาตญาณเอาตัวรอดตามปกติ แต่ภาวะกลัวความสูงที่มีปัญหาคือ:

  • ความกลัวนั้นรุนแรงจนขัดขวางการใช้ชีวิตประจำวัน
  • พยายามหลีกเลี่ยงทุกสถานการณ์ที่จะต้องขึ้นที่สูง เช่น ไม่ยอมขึ้นตึกสูง ไม่ยอมข้ามสะพานลอย หรือแม้แต่เลี่ยงการมองออกไปนอกหน้าต่าง
  • อาการตื่นตระหนกเกิดขึ้นทันทีที่รู้ว่าจะต้องอยู่ในสถานการณ์นั้น แม้จะยังไม่ได้ขึ้นไปจริงๆ

รับมืออย่างไรเมื่อใจสั่งให้กลัวความสูง

ปัจจุบันมีวิธีจัดการกับอาการนี้ให้ดีขึ้นได้ โดยเน้นไปที่การฝึกสมองให้คุ้นชินและไม่มองว่าที่สูงคือภัยคุกคาม:

  • การฝึกเผชิญหน้าแบบค่อยเป็นค่อยไป: เริ่มจากที่สูงระดับต่ำๆ แล้วอยู่กับความรู้สึกนั้นจนกว่าความตื่นตระหนกจะลดลง ฝึกหายใจเข้าออกช้าๆ เพื่อดึงสติให้สมองรับรู้ว่าไม่มีอันตรายเกิดขึ้น
  • การบำบัดด้วยการปรับความคิดและพฤติกรรม (CBT): เป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด โดยหมอจะช่วยให้ผู้ป่วยปรับมุมมองต่อที่สูงใหม่ แทนที่จะมองว่าเป็นที่ที่อันตราย ก็เปลี่ยนเป็นการมองว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่แค่อยู่สูงกว่าปกติ
  • การใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง (VR): ช่วยจำลองสถานการณ์ความสูงในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้และปลอดภัย ทำให้ผู้ป่วยค่อยๆ ปรับตัวจนอาการกลัวค่อยๆ จางหายไป

เมื่อไหร่ที่ความกลัวนี้เริ่มส่งผลกระทบและควรปรึกษาหมอ

หากอาการกลัวความสูงเริ่มทำให้การทำงานสะดุด เช่น ไม่สามารถไปทำงานที่ตึกสูงได้ หรือไม่สามารถไปเที่ยวกับครอบครัวในสถานที่ที่มีการชมวิวได้ สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณที่บอกว่าเราควรหันมาดูแลสภาพจิตใจอย่างจริงจัง การปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการหาเครื่องมือช่วยให้เรากลับมาใช้ชีวิตได้ปกติและมีความสุขมากขึ้น โดยไม่ต้องคอยระแวงหรือกังวลกับสถานการณ์ต่างๆ อีกต่อไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down