ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาหมอด้วยอาการปวดท้องเรื้อรัง ถ่ายเหลวบ่อยครั้ง หรือมีมูกเลือดปนมากับอุจจาระ หลายคนอาจเข้าใจว่าตัวเองเป็นแค่ลำไส้แปรปรวนหรืออาหารเป็นพิษทั่วไป แต่ถ้าอาการเหล่านี้เป็นๆ หายๆ ติดต่อกันนานจนน้ำหนักลดหรือซีดเพลีย หมออยากให้ลองทำความรู้จักกับ โรคลำไส้อักเสบเรื้อรังชนิดไอบีดี (Inflammatory Bowel Disease) ซึ่งเป็นโรคที่ต้องอาศัยการดูแลต่อเนื่องและใส่ใจเป็นพิเศษ

ไอบีดี (IBD) คืออะไร ทำไมลำไส้ถึงอักเสบไม่หยุด

โรคนี้เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานผิดปกติ โดยเข้าใจผิดว่าเซลล์ในผนังลำไส้ของตัวเองคือสิ่งแปลกปลอม จึงส่งทหารเม็ดเลือดขาวเข้าไปโจมตีจนเกิดการอักเสบเรื้อรัง ทำให้ผนังลำไส้มีแผลและบวมแดง โดยหลักๆ แล้วแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ โรคโครห์น (Crohn’s disease) ซึ่งอักเสบได้ตั้งแต่ปากยันลำไส้ใหญ่ และโรคลำไส้อักเสบชนิดเป็นแผล (Ulcerative Colitis) ที่มักเกิดเฉพาะที่ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

อาการแบบไหนที่เตือนว่าเราอาจกำลังเป็นโรคนี้

ถ้าอาการปวดท้องของคุณไม่ใช่แค่แป๊บๆ แล้วหาย แต่มีความผิดปกติเหล่านี้เกิดขึ้น หมอแนะนำว่าไม่ควรนิ่งนอนใจครับ:

  • ถ่ายอุจจาระบ่อยครั้งมากกว่าปกติ หรือถ่ายเหลวเรื้อรังเกิน 4 สัปดาห์
  • พบมูกเลือดปนในอุจจาระอย่างชัดเจน
  • ปวดท้องบิดรุนแรง โดยเฉพาะช่วงก่อนหรือหลังขับถ่าย
  • น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งที่ไม่ได้ควบคุมอาหาร
  • มีอาการซีด อ่อนเพลีย เนื่องจากร่างกายขาดสารอาหารหรือเสียเลือดเรื้อรัง
  • บางรายอาจมีอาการทางร่างกายส่วนอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดข้อ ตาอักเสบ หรือมีผื่นขึ้น

หมอตรวจวินิจฉัยกันอย่างไรบ้าง

เมื่ออาการน่าสงสัย หมอจำเป็นต้องส่งตรวจเพื่อยืนยันโรคให้ชัดเจน การตรวจที่แม่นยำที่สุดคือการส่องกล้องดูลำไส้ใหญ่ เพื่อดูลักษณะของแผลและการอักเสบในลำไส้ รวมถึงการตัดชิ้นเนื้อบางส่วนไปตรวจในห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันว่าไม่มีเซลล์ผิดปกติอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีการตรวจเลือดเพื่อดูค่าการอักเสบและภาวะโลหิตจาง รวมถึงการตรวจอุจจาระเพื่อแยกโรคจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือพยาธิ

วิธีรักษาเพื่อคุมโรคให้อยู่หมัด

เป้าหมายหลักของการรักษาคือการลดการอักเสบและทำให้แผลในลำไส้หายสนิท เพื่อให้คนไข้กลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ

  • การใช้ยา: หมอจะเริ่มจากยาต้านการอักเสบเพื่อกดภูมิคุ้มกันให้สงบลง ซึ่งมีทั้งยากิน ยาฉีด หรือยาชีวภาพ (Biologics) ที่มีความจำเพาะเจาะจงสูงขึ้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค
  • การปรับโภชนาการ: ในช่วงที่โรคกำเริบ การเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นการอักเสบ เช่น อาหารรสจัด อาหารที่มีกากใยสูงมาก หรือนมวัว อาจช่วยลดภาระของลำไส้ได้
  • การผ่าตัด: หากมีการอักเสบรุนแรงจนเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ลำไส้อุดตันหรือลำไส้ทะลุ หมอศัลยกรรมจะเข้ามาช่วยดูแลเพื่อแก้ไขส่วนที่เสียหาย

การใช้ชีวิตร่วมกับไอบีดีให้มีความสุข

โรคลำไส้อักเสบเรื้อรังชนิดไอบีดีไม่ใช่จุดจบของชีวิต แม้จะเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายขาดในครั้งเดียว แต่การหมั่นสังเกตอาการ กินยาตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด และมาตรวจติดตามอาการตามนัด จะช่วยให้โรคอยู่ในระยะสงบได้ยาวนาน คุณสามารถทำงาน เรียน และเดินทางท่องเที่ยวได้เหมือนคนทั่วไป เพียงแค่ต้องฟังเสียงร่างกายตัวเองให้บ่อยขึ้นเท่านั้นครับ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down