ปวดหลัง ไข้สูง หนาวสั่น อาการเตือนภัยจากโรคกรวยไตอักเสบเฉียบพลัน
หลายคนมักคิดว่าอาการแสบขัดเวลาปัสสาวะเป็นเรื่องธรรมดาที่เดี๋ยวก็หายเองได้ แต่ถ้าวันดีคืนดีคุณเริ่มมีไข้สูงปรี๊ด หนาวสั่นจนเตียงสั่น และปวดร้าวบริเวณบั้นเอวอย่างรุนแรง นั่นไม่ใช่แค่กระเพาะปัสสาวะอักเสบธรรมดาแล้วครับ นี่คือสัญญาณเตือนคลาสสิกของโรคกรวยไตอักเสบเฉียบพลัน ภาวะที่เชื้อโรคเดินทางย้อนกลับขึ้นไปถึงไต และกำลังส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากคุณ
โรคกรวยไตอักเสบเฉียบพลันคืออะไร และทำไมถึงอันตรายกว่าที่คิด
ในมุมมองของแพทย์ ไตทำหน้าที่เหมือนเครื่องกรองน้ำบริสุทธิ์ของร่างกาย แต่เมื่อแบคทีเรียจากภายนอกเล็ดลอดเข้าไปทางท่อปัสสาวะ ลามขึ้นสู่กระเพาะปัสสาวะ และดื้อดึงเดินทางต่อจนถึงเนื้อเยื่อไต ก็จะเกิดการอักเสบติดเชื้ออย่างรุนแรง ความน่ากลัวของโรคกรวยไตอักเสบเฉียบพลันคือ เชื้อโรคเหล่านี้สามารถกระจายเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดที่อันตรายถึงชีวิตได้หากรักษาไม่ทันเวลา
เช็คลิสต์อาการแบบไหนที่ฟันธงได้เลยว่าเป็นโรคกรวยไตอักเสบเฉียบพลัน
เวลาที่คนไข้เดินเข้ามาที่ห้องตรวจด้วยโรคนี้ มักจะมาเล่าอาการคล้ายๆ กันเสมอ อาการมักจะเกิดขึ้นค่อนข้างเร็วภายใน 1-2 วัน โดยมักมีสัญญาณเตือนเหล่านี้:
- ไข้สูงและหนาวสั่น: มักมีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส พร้อมอาการสั่นสะท้าน แม้ห่มผ้าหนาแค่ไหนก็ไม่หายหนาว
- ปวดบั้นเอวหรือหลังส่วนล่าง: อาการปวดมักเป็นที่ข้างใดข้างหนึ่ง (ตามไตข้างที่อักเสบ) เวลาแพทย์ใช้มือเคเบาๆ บริเวณ 45 องศาใต้ซี่โครงหลัง คนไข้จะสะดุ้งสุดตัวด้วยความเจ็บปวด
- ระบบปัสสาวะรวน: ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อยแต่ได้ทีละนิด หรือมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ บางรายอาจมีเลือดปนออกมาด้วย
- อาการร่วมทั่วไป: คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร และอ่อนเพลียไม่มีแรง
ใครบ้างเสี่ยงที่จะต้องเจอโรคกรวยไตอักเสบเฉียบพลัน
โรคนี้ผู้หญิงจะมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ชายค่อนข้างมาก เนื่องจากสรีระท่อปัสสาวะสั้นและอยู่ใกล้ทวารหนัก ทำให้แบคทีเรียเล็ดลอดเข้าไปได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ ที่ผมมักจะเตือนเป็นพิเศษ:
- คนที่ชอบกลั้นปัสสาวะบ่อยๆ: พฤติกรรมยอดฮิตที่ทำให้แบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะมีเวลาแบ่งตัวและว่ายทวนกระแสขึ้นไปข้างบน
- หญิงตั้งครรภ์: ขนาดของมดลูกที่ใหญ่ขึ้นไปเบียดท่อไต ทำให้ปัสสาวะไหลลงกระเพาะได้ยากขึ้น เชื้อโรคจึงสะสมได้ดี
- ผู้ที่มีนิ่วในทางเดินปัสสาวะหรือต่อมลูกหมากโต: สิ่งเหล่านี้ขัดขวางทางไหลของปัสสาวะ เปรียบเสมือนท่อน้ำตันที่รอวันน้ำเน่าเสีย
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว: เช่น โรคเบาหวาน หรือคนที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งร่างกายจะต่อสู้กับเชื้อโรคได้ยากกว่าคนทั่วไป
วิธีรักษาจากแพทย์เมื่อป่วยเป็นโรคกรวยไตอักเสบเฉียบพลัน
เมื่อวินิจฉัยแน่ชัดแล้วว่าเป็นโรคกรวยไตอักเสบเฉียบพลัน แนวทางหลักคือการกำจัดเชื้อแบคทีเรียให้หมดจด:
- การใช้ยาปฏิชีวนะ: แพทย์จะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะที่ตรงกับเชื้อ โดยในรายที่มีอาการมาก คลื่นไส้อาเจียนจนกินยาไม่ได้ หรือมีความเสี่ยงสูง จำเป็นต้องให้นอนโรงพยาบาลเพื่อฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ
- การรักษาตามอาการ: ให้ยาลดไข้ ยาแก้ปวด และให้น้ำเกลือทดแทนในรายที่ร่างกายขาดน้ำจากการอาเจียน
- การติดตามผล: เมื่อกลับบ้านแล้ว ต้องกินยาปฏิชีวนะต่อเนื่องให้ครบตามกำหนด แม้ว่าอาการจะดีขึ้นภายใน 2-3 วันแรกก็ตาม ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด เพื่อป้องกันเชื้อดื้อยาและการกลับมาเป็นซ้ำ
วิธีดูแลตัวเองและป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
การป้องกันโรคกรวยไตอักเสบเฉียบพลันเริ่มต้นได้ที่พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ วันละ 8-10 แก้ว เพื่อช่วยชะล้างแบคทีเรียออก, ไม่กลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน, รักษาความสะอาดบริเวณจุดซ่อนเร้นอย่างเหมาะสม และหากมีโรคประจำตัวอย่างเบาหวานหรือนิ่ว ควรควบคุมอาการให้อยู่ในเกณฑ์ที่แพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดครับ