ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยไหมที่พอนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืน แต่ตาตื่นสว่างโร่ ทว่าพอถึงเวลาแปดโมงเช้าที่ต้องลุกไปทำงาน ร่างกายกลับอ่อนเพลียสะลึมสะลือจนแทบขยับตัวไม่ไหว อาการเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความขี้เกียจ หรือการนอนดึกธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าระบบควบคุมเวลาในร่างกายกำลังทำงานผิดพลาด

คนไข้หลายคนที่เดินเข้ามาปรึกษาหมอที่คลินิกมักจะบ่นเรื่องเดียวกันคือ พยายามข่มตานอนเท่าไหร่ก็ไม่หลับ หรือหลับๆ ตื่นๆ ทั้งคืน ซึ่งเมื่อซักประวัติอย่างละเอียดแล้ว มักจะพบว่าจุดเริ่มต้นที่แท้จริงไม่ได้มาจากความเครียดเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความไม่สอดคล้องกันระหว่างพฤติกรรมการใช้ชีวิตกับนาฬิกาธรรมชาติของร่างกาย การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ปัญหาการนอนไม่หลับและความแปรปรวนของนาฬิกาชีวภาพจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถกู้คืนสุขภาพและการนอนหลับที่มีคุณภาพกลับคืนมาได้อีกครั้ง

ทำความรู้จักนาฬิกาชีวิต: วงจรธรรมชาติที่คอยสั่งให้เราตื่นและนอน

ร่างกายของมนุษย์เรามีนาฬิกาชีวภาพ หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Circadian Rhythm คอยควบคุมระบบต่างๆ ให้ทำงานประสานกันตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีศูนย์บัญชาการใหญ่อยู่ในสมองส่วนไฮโปทาลามัส คอยรับสัญญาณแสงสว่างจากดวงตาเพื่อระบุว่าเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน

เมื่อมีแสงสว่าง สมองจะสั่งให้หยุดหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมการนอนหลับ เพื่อให้เราตื่นตัวและมีพลังงานในการทำกิจกรรม และเมื่อแสงแดดเริ่มหมดลง สมองจะเริ่มหลั่งเมลาโทนินออกมาเรื่อยๆ ทำให้เราเริ่มรู้สึกง่วงและพร้อมที่จะเข้านอน หากวงจรนี้ทำงานได้อย่างเป็นปกติ ร่างกายจะตื่นและหลับเป็นเวลาโดยธรรมชาติโดยแทบไม่ต้องพึ่งพานาฬิกาปลุกเลยด้วยซ้ำ

ทำไมนาฬิกาชีวิตถึงรวนจนทำให้นอนไม่หลับ?

ในโลกที่เต็มไปด้วยแสงสีเสียงและกิจกรรมตลอด 24 ชั่วโมง นาฬิกาชีวภาพของเราถูกรบกวนได้ง่ายขึ้นมาก ซึ่งสาเหตุหลักที่หมอมักจะเจอในคนไข้บ่อยๆ มีดังนี้

แสงสีฟ้าจากหน้าจอมือถือ ตัวการร้ายที่หลอกสมองว่ายังเป็นกลางวัน

การไถหน้าจอมือถือ แท็บเล็ต หรือเปิดคอมพิวเตอร์ทำงานก่อนนอน แสงสีฟ้าจากหน้าจอเหล่านี้จะผ่านเข้าสู่ดวงตาและส่งสัญญาณไปหลอกสมองว่า ขณะนี้ยังคงเป็นเวลากลางวัน ส่งผลให้การหลั่งเมลาโทนินถูกกดไว้ ร่างกายจึงไม่มีอาการง่วงตามเวลาที่ควรจะเป็น

การทำงานเป็นกะและการเดินทางข้ามเขตเวลา

กลุ่มคนที่ต้องทำงานกะดึก หรือเปลี่ยนกะไปมาบ่อยๆ รวมถึงผู้ที่ต้องเดินทางข้ามทวีปบ่อยครั้ง ร่างกายจะต้องเผชิญกับการปรับเปลี่ยนเวลานอนและเวลาตื่นอย่างรวดเร็ว ทำให้นาฬิกาชีวภาพปรับตัวตามไม่ทัน ส่งผลให้เกิดอาการนอนไม่หลับในช่วงกลางคืนและง่วงนอนอย่างรุนแรงในเวลากลางวัน

พฤติกรรมการนอนที่ไม่เป็นเวลา

การนอนดึกตื่นสายในวันหยุดเพื่อชดเชยการนอนไม่พอในวันธรรมดา หรือที่เรียกว่า Social Jetlag เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้นาฬิกาชีวิตรวน เพราะสมองจะสับสนว่าเวลาตื่นและเวลานอนที่แท้จริงคือตอนไหนกันแน่

เมื่อร่างกายไม่ได้พักตามเวลา: ผลเสียสะสมที่น่ากลัวกว่าแค่ความเหนื่อยล้า

การปล่อยให้ระบบเวลาในร่างกายรวนติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ไม่เพียงแต่ทำให้รู้สึกเพลียในวันรุ่งขึ้นเท่านั้น แต่ส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานภายในร่างกายเกือบทั้งหมดอย่างคาดไม่ถึง

  • ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง: ร่างกายไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้อย่างเต็มที่ ทำให้เจ็บป่วยง่ายและหายช้ากว่าปกติ
  • ระบบเผาผลาญพัง: ความแปรปรวนของนาฬิกาชีวภาพจะส่งผลต่อฮอร์โมนควบคุมความอิ่มและความหิว ทำให้อยากอาหารรสหวานและแป้งมากกว่าปกติ นำไปสู่ภาวะอ้วนและเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน
  • ปัญหาสุขภาพจิต: การนอนหลับที่ไม่ส่งผลดีต่อสารเคมีในสมอง ทำให้มีอาการหงุดหงิดง่าย สมาธิสั้นลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าหรือวิตกกังวล

วิธีเซ็ตระบบนาฬิกาชีวิตใหม่ เพื่อแก้ปัญหาการนอนไม่หลับอย่างยั่งยืน

การรักษาอาการนอนไม่หลับจากนาฬิกาชีวิตรวนไม่ได้เริ่มต้นที่การกินยาแก้แพ้หรือยาช่วยนอนหลับ แต่เริ่มต้นด้วยการจัดระเบียบพฤติกรรมของตัวเองใหม่ ซึ่งหมอขอแนะนำแนวทางที่ทำได้จริงดังนี้

ปรับเวลาตื่นให้ตรงกันทุกวัน สร้างความเคยชินใหม่ให้สมอง

พยายามตื่นนอนเวลาเดียวกันทุกวัน ไม่เว้นแม้แต่วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ การตั้งเวลาตื่นที่แน่นอนจะช่วยกำหนดจุดเริ่มต้นของนาฬิกาชีวิตในแต่ละวัน และช่วยให้ร่างกายเริ่มง่วงในเวลาเดิมเมื่อถึงช่วงกลางคืน

ออกไปรับแสงแดดยามเช้า

หลังตื่นนอนภายใน 1 ชั่วโมง ควรเปิดม่านรับแสงแดดธรรมชาติ หรือออกไปเดินเล่นกลางแจ้งสัก 10-15 นาที แสงแดดยามเช้าจะเป็นตัวส่งสัญญาณที่แรงที่สุดเพื่อบอกสมองว่า "เริ่มต้นวันใหม่แล้ว" และช่วยหยุดการหลั่งเมลาโทนินทันที ทำให้รู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า

จัดห้องนอนให้มืด สนิท และเย็นสบาย

ควรปิดไฟในห้องนอนให้มืดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เลี่ยงการเปิดทีวีทิ้งไว้ และงดใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนนอน เพื่อเตรียมพร้อมให้ร่างกายเข้าสู่โหมดพักผ่อนอย่างแท้จริง

หลีกเลี่ยงอาหารมื้อหนักและเครื่องดื่มคาเฟอีนก่อนนอน

งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม หลังช่วงบ่าย และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมื้อใหญ่ก่อนนอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักจนรบกวนการนอนหลับ

การปรับนาฬิกาชีวิตที่รวนให้กลับมาเข้าที่เข้าทางต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอ ร่างกายของเราไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ภายในคืนเดียว แต่หากตั้งใจปรับพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องประมาณ 1-2 สัปดาห์ จะเริ่มสังเกตเห็นเลยว่าการนอนหลับจะค่อยๆ ดีขึ้น ตื่นมาพร้อมความสดชื่น และมีพลังในการใช้ชีวิตในทุกๆ วัน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down