ช่วงนี้รู้สึกเพลียๆ เดินนิดหน่อยก็เหนื่อย หน้ามืดตาลายบ่อยแถมตื่นมาแล้วไม่สดชื่นเอาเสียเลย หลายคนมักคิดว่าตัวเองพักผ่อนน้อยหรือทำงานหนักเกินไป จนปล่อยให้ร่างกายทรุดโทรมสะสม แต่อีกหนึ่งสาเหตุใกล้ตัวที่หลายคนมักมองข้ามไปเพราะคิดไม่ถึง นั่นคือภาวะที่ร่างกายมีเม็ดเลือดแดงไม่สมบูรณ์จากปัญหาการขาดสารอาหารบางชนิด โดยเฉพาะวิตามินกลุ่มบีที่สำคัญมากๆ อย่างโฟเลต
ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้ด้วยอาการอ่อนเพลียเรื้อรังอยู่บ่อยๆ วันนี้อยากชวนมาทำความรู้จักกับโรคโลหิตจางจากการขาดโฟเลตให้มากขึ้น เพื่อที่เราจะได้เข้าใจว่าทำไมสารอาหารเม็ดเล็กๆ ถึงมีความหมายต่อระบบเลือดของเรามากขนาดนี้ และเราจะสังเกตตัวเองได้อย่างไรก่อนที่อาการจะลุกลามใหญ่โต
โฟเลตคืออะไร และทำไมการขาดสารตัวนี้ถึงทำให้เราป่วยเป็นโรคโลหิตจาง?
โฟเลต หรือที่หลายคนคุ้นหูกับชื่อวิตามินบี 9 เป็นวิตามินชนิดที่ละลายได้ในน้ำ ร่างกายของเราไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ครับ ต้องรับเข้าไปผ่านทางการกินอาหารเท่านั้น หน้าที่หลักของเจ้าโฟเลตคือการเป็นผู้ช่วยคนสำคัญในการสร้างดีเอ็นเอและช่วยแบ่งเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะเซลล์เม็ดเลือดแดงที่ไขกระดูกต้องผลิตขึ้นมาใหม่ทุกวันเพื่อนำออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะทั่วร่าง
พอนึกภาพตามออกไหมครับว่า ถ้าจู่ๆ วัตถุดิบอย่างโฟเลตมันหมดสต็อก ไขกระดูกของเราก็เหมือนโรงงานที่ไม่มีวัตถุดิบในการผลิตสินค้า ผลลัพธ์ที่ได้คือ เม็ดเลือดแดงที่สร้างออกมาจะมีขนาดใหญ่เกินปกติแต่กลับอ่อนแอ อายุสั้น และทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เม็ดเลือดแดงมีน้อยลง ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองและกล้ามเนื้อไม่พอ ร่างกายก็เลยส่งสัญญาณเตือนออกมาเป็นความอ่อนเพลีย หน้ามืด และเรี่ยวแรงที่หายไปนั่นเองครับ
สัญญาณเตือนจากร่างกาย เมื่อเรากำลังเผชิญกับโรคโลหิตจางจากการขาดโฟเลต
อาการของโรคนี้มักจะค่อยเป็นค่อยไปจนเราชินชาและคิดว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา ลองเช็กดูครับว่าคุณมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วยหรือไม่
- อ่อนเพลียเรื้อรัง: นอนเต็มอิ่มแต่ตื่นมาก็ยังรู้สึกเหนื่อย ไร้เรี่ยวแรงจะทำอะไร
- หน้ามืดวิงเวียน: ลุกขึ้นยืนเร็วๆ แล้วรู้สึกโลกเอียง หรือตาพร่ามัวชั่วขณะ
- ผิวพรรณซีดเซียว: สังเกตง่ายๆ ที่ริมฝีปาก เปลือกตาด้านใน หรือฝ่ามือดูซีดกว่าปกติ
- หงุดหงิดง่ายและไม่มีสมาธิ: สมองตื้อ คิดอะไรไม่ค่อยออก
- ลิ้นอักเสบ เจ็บปาก: บางคนอาจมีแผลในปากบ่อย หรือรู้สึกว่าลิ้นแดงและเรียบกว่าปกติ
- ใจสั่นหรือหายใจลำบาก: เวลาเดินขึ้นบันไดหรือทำกิจกรรมเบาๆ แล้วรู้สึกเหนื่อยหอบผิดปกติ
ใครบ้างเสี่ยงที่จะขาดโฟเลตโดยไม่รู้ตัว?
แม้ว่าโฟเลตจะหาได้ทั่วไปในอาหาร แต่ในชีวิตประจำวันของหลายคนก็มีความเสี่ยงที่ทำให้ร่างกายสูญเสียหรือได้รับโฟเลตไม่เพียงพอ กลุ่มคนที่ผมมักจะพบภาวะนี้บ่อยๆ ได้แก่
- คนที่ไม่ชอบกินผักผลไม้สด: เพราะโฟเลตพบมากในผักใบเขียวและผลไม้ การทานอาหารแปรรูปหรืออาหารฟาสต์ฟู้ดเป็นประจำจึงทำให้เสี่ยงขาดได้ง่าย
- คุณแม่ตั้งครรภ์: ช่วงตั้งท้องร่างกายต้องการโฟเลตสูงมากเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาอวัยวะและระบบประสาทของลูกน้อย ถ้าได้รับไม่พอจะไม่1ส่งผลดีต่อคุณแม่ที่เป็นโรคโลหิตจางแล้ว ยังเสี่ยงต่อทารกในครรภ์อีกด้วย
- คนที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ: แอลกอฮอล์เข้าไปขัดขวางการดูดซึมโฟเลตในลำไส้ และทำให้ร่างกายขับสารนี้ออกทางปัสสาวะมากขึ้น
- ผู้ที่มีโรคเรื้อรังบางชนิด: เช่น โรคเกี่ยวกับลำไส้ที่ทำให้การดูดซึมสารอาหารบกพร่อง หรือคนที่ต้องใช้ยาบางประเภทต่อเนื่อง
วิธีปรับพฤติกรรมการกินและการดูแลตัวเองเพื่อเติมโฟเลตให้ร่างกาย
ข่าวดีคือ ภาวะนี้สามารถป้องกันและฟื้นฟูให้กลับมาเป็นปกติได้ค่อนข้างง่ายครับ หัวใจสำคัญคือการปรับเปลี่ยนอาหารการกินในชีวิตประจำวัน
- เพิ่มผักใบเขียวเข้มในทุกมื้อ: เช่น คะน้า ปวยเล้ง บรอกโคลี ผักโขม
- ทานธัญพืชและถั่วต่างๆ: ถั่วลันเตา ถั่วดำ เมล็ดทานตะวัน และข้าวกล้อง
- เลือกผลไม้ที่มีวิตามินสูง: เช่น ส้ม มะละกอ กล้วย หรืออโวคาโด
- ระวังเรื่องการปรุงอาหาร: โฟเลตเป็นวิตามินที่สลายตัวได้ง่ายเมื่อโดนความร้อนนานๆ การต้มผักจนเปื่อยเกินไปจะทำให้สูญเสียโฟเลตไปเยอะมากครับ การกินแบบสด นึ่งพอสุก หรือลวกเร็วๆ จึงช่วยรักษาคุณค่าทางอาหารได้ดีกว่า
เช็กให้ชัวร์และรักษาให้ถูกจุด
หากคุณลองปรับเรื่องอาหารแล้วอาการอ่อนเพลียยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการหน้ามืดร่วมด้วย แนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดวินิจฉัยให้แน่ชัดครับ เพราะโรคโลหิตจางมีหลายชนิด การกินวิตามินเสริมสุ่มสี่สุ่มห้าโดยไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง อาจทำให้การวินิจฉัยโรคอื่นๆ ล่าช้าได้ แพทย์อาจพิจารณาเจาะเลือดดูระดับความเข้มข้นของเลือดและปริมาณวิตามินในร่างกาย เพื่อให้วิตามินเสริมในปริมาณที่เหมาะสมควบคู่กับการแนะนำเรื่องโภชนาการที่ตรงจุดครับ