ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายครั้งที่เราผ่านเหตุการณ์เลวร้ายในชีวิตมาได้ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุครั้งใหญ่ การสูญเสียบุคคลสำคัญ หรือเหตุการณ์ภัยพิบัติ เราอาจคิดว่าเวลาผ่านไปแล้วทุกอย่างคงจะดีขึ้นเอง แต่สำหรับบางคน ความทรงจำในวันนั้นไม่ได้จางหายไปตามกาลเวลา กลับยังคงตามหลอน สร้างความหวาดผวา และทำให้รู้สึกเหมือนว่าเหตุการณ์นั้นกำลังเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า นั่นคือสัญญาณเตือนว่าเราอาจกำลังเผชิญกับโรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ หรือที่รู้จักกันในชื่อย่อว่าพีทีเอสดี

เหตุการณ์แบบไหนบ้างที่ทิ้งรอยแผลลึกไว้ในสมอง?

โรคนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับทหารผ่านศึกในในสนามรบเท่านั้น แต่เกิดขึ้นได้กับทุกคนที่ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่คุกคามชีวิตและความปลอดภัยอย่างรุนแรง สมองและร่างกายมนุษย์ถูกออกแบบมาให้เอาตัวรอด แต่เมื่อความกลัวนั้นมีมากเกินกว่าที่ระบบประสาทจะรับไหว กลไกการประมวลผลความทรงจำจึงเกิดการสะดุด ทำให้เหตุการณ์สะเทือนใจนั้นฝังแน่นอยู่ในส่วนลึกของสมองแบบไม่ยอมย่อยสลาย

อาการแบบไหนที่ฟ้องว่าใจเรากำลังป่วยและต้องการความช่วยเหลือ?

เมื่อเผชิญกับโรคนี้ อาการมักไม่ได้แสดงออกทันที บางคนอาจเริ่มรู้สึกผิดปกติหลังจากผ่านเหตุการณ์นั้นไปแล้วหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน โดยอาการหลักๆ จะแบ่งออกเป็นกลุ่มที่สังเกตได้ง่ายดังนี้

  • ภาพหลอนหรือความฝันที่ตามมาหลอกหลอน: มักมีภาพเหตุการณ์เดิมๆ ผุดขึ้นมาในหัวแบบควบคุมไม่ได้ หรือฝันร้ายเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้นซ้ำๆ จนสะดุ้งตื่น
  • การหลีกเลี่ยงทุกสิ่งที่ชวนให้นึกถึง: พยายามหนีห่างจากสถานที่ ผู้คน หรือเรื่องราวที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เพื่อไม่ให้ความรู้สึกแย่ๆ กลับมา
  • สะดุ้งกลัวและระแวดระวังตลอดเวลา: รู้สึกเหมือนมีภัยอันตรายรอบตัวตลอดเวลา นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย และตกใจกับเสียงหรือการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ได้ง่ายกว่าปกติ
  • ชาชินและรู้สึกตัดขาดจากโลก: รู้สึกเหมือนความสุขในชีวิตหายไป ไม่สามารถรู้สึกอินกับเรื่องรอบตัวได้เหมือนเดิม และมักมีความรู้สึกผิดติดตัวอยู่เสมอ

เราจะช่วยเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำนี้ได้อย่างไรบ้าง?

การปล่อยให้แผลใจเรื้อรังรังแต่จะทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงเรื่อยๆ การรักษาโรคนี้ไม่ได้พึ่งพาแค่กำลังใจจากคนรอบข้างเท่านั้น แต่ต้องอาศัยแนวทางการแพทย์ที่ช่วยปรับสมดุลในสมอง โดยแพทย์มักจะใช้การพูดคุยบำบัดทางจิตวิทยาเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยทำความเข้าใจและจัดการกับความทรงจำที่เจ็บปวด รวมถึงการใช้ยาปรับสารสื่อประสาทในสมองเพื่อลดอาการวิตกกังวลและช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น

เมื่อไหร่ควรพาตัวเองหรือคนใกล้ตัวไปพบจิตแพทย์?

หากพบว่าอาการกลัว สะดุ้งผวา หรือภาพความทรงจำแย่ๆ เริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน หรือการเข้าสังคม นานเกินกว่าหนึ่งเดือนโดยไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น นั่นคือเวลาที่ควรเดินเข้าไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ การไปพบจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการยอมรับความจริงเพื่อให้ร่างกายและจิตใจได้มีโอกาสซ่อมแซมตัวเองอย่างถูกต้อง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down