ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมอุปกรณ์พ่นยาและเครื่องดูดเสมหะถึงกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค

เวลาที่คนไข้ต้องใช้เครื่องพ่นยาหรือเครื่องดูดเสมหะ หลายคนอาจกังวลเรื่องตัวโรคหลักที่ป่วยอยู่ แต่มีอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่หมออยากเน้นย้ำ คือเรื่อง การติดเชื้อในโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องพ่นยาและอุปกรณ์ดูดเสมหะ อุปกรณ์เหล่านี้หากดูแลรักษาไม่สะอาดพอ จะกลายเป็นทางผ่านของเชื้อโรคเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของคนไข้ได้โดยตรง โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือปอดอ่อนแออยู่แล้ว เชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนอยู่ในสายดูดเสมหะหรือกระบอกพ่นยาอาจทำให้เกิดภาวะปอดอักเสบซ้ำซ้อน ซึ่งรักษาได้ยากกว่าเดิมหลายเท่า

กลไกการปนเปื้อนที่คนดูแลมักมองข้าม

เชื้อโรคไม่ได้เข้ามาจากอากาศเพียงอย่างเดียว แต่มักมาจากการจัดการที่ไม่ถูกวิธีในระหว่างการใช้งาน เช่น การวางปลายสายดูดเสมหะไว้บนพื้นที่ไม่สะอาด การใช้ขวดน้ำพ่นยาซ้ำโดยไม่ล้างทำความสะอาด หรือการสัมผัสอุปกรณ์ด้วยมือที่ยังไม่ได้ล้าง นอกจากนี้ เชื้อยังสามารถสร้างฟิล์มชีวภาพ หรือที่เรียกว่า ไบโอฟิล์ม (Biofilm) เกาะอยู่ตามผนังท่อด้านในของสายดูดเสมหะ ซึ่งคราบเหล่านี้ล้างออกด้วยน้ำเปล่าไม่หมด ทำให้เชื้อสะสมและถูกพ่นเข้าปอดคนไข้ในทุกครั้งที่มีการดูดหรือพ่นยา

ขั้นตอนการทำความสะอาดอุปกรณ์ดูดเสมหะให้ปลอดภัย

หัวใจสำคัญคือการลดการปนเปื้อนก่อนที่เชื้อจะก่อตัวเป็นกลุ่มก้อน

  • ถอดแยกชิ้นส่วนอุปกรณ์ทุกครั้งหลังใช้งาน โดยเฉพาะส่วนที่สัมผัสกับสารคัดหลั่ง
  • ล้างด้วยน้ำสะอาดผสมน้ำยาล้างจานอ่อนๆ เพื่อกำจัดคราบเสมหะออกให้หมด
  • สำหรับสายดูดเสมหะ หากเป็นแบบใช้ซ้ำได้ ต้องมั่นใจว่ามีการแช่น้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสมตามคำแนะนำของโรงพยาบาล
  • ตากอุปกรณ์ในที่สะอาด มีอากาศถ่ายเทสะดวกและแห้งสนิทก่อนนำมาใช้ใหม่ อย่าเก็บขณะที่ยังมีความชื้นอยู่เด็ดขาด

การดูแลเครื่องพ่นยาอย่างไรไม่ให้เชื้อโรคเข้าปอด

เครื่องพ่นยาคือช่องทางนำละอองยาเข้าสู่ทางเดินหายใจส่วนลึก หากกระบอกพ่นยาหรือหน้ากากมีเชื้อปนเปื้อน เชื้อจะลงไปถึงถุงลมปอดได้ทันที สิ่งที่ควรปฏิบัติคือ

  • ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนหยิบจับอุปกรณ์พ่นยา
  • หลังจากพ่นยาเสร็จ ต้องเทน้ำยาที่เหลือทิ้งทันที ห้ามเก็บไว้ใช้ต่อในรอบถัดไป
  • ล้างกระบอกพ่นยาและหน้ากากด้วยน้ำอุ่นผสมน้ำยาล้างจาน แล้วสะบัดให้แห้งที่สุด
  • เปลี่ยนอุปกรณ์สิ้นเปลือง เช่น สายพ่นยา หรือกระบอกพ่นยา ตามรอบระยะเวลาที่หมอหรือพยาบาลแนะนำ ห้ามใช้จนเก่าเกินไปหรือมีคราบเหลืองเกาะ

สัญญาณเตือนที่ต้องรีบแจ้งหมอทันที

หากสังเกตเห็นอาการเหล่านี้หลังจากเริ่มใช้เครื่องพ่นยาหรืออุปกรณ์ดูดเสมหะไปได้สักพัก ควรรีบปรึกษาทีมแพทย์

  • เสมหะเปลี่ยนสีจากใสเป็นข้น เหลือง หรือเขียวเข้มขึ้นอย่างผิดปกติ
  • คนไข้เริ่มมีไข้กลับมาใหม่ หรือไข้สูงขึ้นหลังจากอาการเดิมเริ่มคงที่
  • ไอถี่ขึ้น หายใจหอบเหนื่อย หรือมีเสียงครืดคราดในลำคอมากขึ้นขณะดูดเสมหะ
  • ระดับออกซิเจนในเลือดลดลงกว่าค่าปกติที่เคยได้รับ

การป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องพ่นยาและอุปกรณ์ดูดเสมหะไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องอาศัยความใส่ใจและระเบียบวินัยในการทำความสะอาด เพราะความสะอาดเพียงเล็กน้อยในแต่ละวัน คือเกราะป้องกันชีวิตของคนไข้ที่ดีที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down