ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ตื่นมาคว้ามือถือเป็นอย่างแรก นอนไม่หลับถ้ายังไม่ได้ไถฟีด

เวลาที่นั่งตรวจคนไข้ที่ห้องตรวจช่วงนี้ หมอมักจะได้ยินเรื่องเล่าคล้ายๆ กันบ่อยมาก เริ่มตั้งแต่ตื่นนอนปุ๊บ มือยังไม่ทันล้างหน้า ตาเพิ่งลืมขึ้นมาได้ข้างเดียว นิ้วก็ควานหาโทรศัพท์มือถือข้างหมอนเพื่อเช็กข้อความแจ้งเตือนทันที พอกลางคืนจะนอน พยายามวางมือถือไว้ไกลตัวแล้วนะ แต่สุดท้ายก็ต้องลุกขึ้นมาหยิบดูอีกรอบเพราะกลัวพลาดอะไรไป หรือบางคนแค่รู้สึกว่ามือสั่น ทั้งที่ไม่มีเสียงเตือน เรียกว่าอาการหูแว่วตาฝาดทางดิจิทัลกันเลยทีเดียว อาพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ใช่แค่ความเคยชินธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของ โรคย้ำคิดย้ำทำทางพฤติกรรมดิจิทัล ที่กำลังเงียบๆ กัดกินเวลาชีวิตและความสุขของเราไปทีละน้อย

อาการแบบไหนที่เรียกว่าเข้าข่ายโรคนี้

โรคนี้มีรากฐานมาจากความวิตกกังวลในใจ แล้วแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีที่ผิดปกติจนควบคุมไม่ได้ ถ้าลองสังเกตตัวเองหรือคนใกล้ตัวจะมีลักษณะเด่นๆ อยู่สองส่วนด้วยกัน คือความคิดที่คอยรบกวนจิตใจ และพฤติกรรมที่ต้องทำซ้ำๆ เพื่อดับความกังวลนั้น

ความคิดวนเวียนที่สลัดไม่ออก

คนที่เป็นมักจะมีความคิดผุดขึ้นมาในหัวตลอดเวลาว่า มีใครส่งข้อความมาด่าหรือยัง อีเมลงานด่วนเข้าหรือยัง รูปที่เพิ่งโพสต์ไปจะมีคนมากดไลก์ถึงเป้าไหม หรือลืมปิดเตารีดหรือเปล่าอันนี้คือเรื่องปกติ แต่ถ้าเป็นเรื่องดิจิทัลคือกลัวว่าลืมบล็อกหน้าจอ กลัวว่ากดไลก์รูปแฟนเก่าโดยไม่ตั้งใจ ความคิดพวกนี้จะวิ่งวนอยู่ในหัวจนรู้สึกกระวนกระวายใจ นั่งทำงานอยู่ก็ไม่มีสมาธิเพราะมัวแต่พะวงกับหน้าจอโทรศัพท์

พฤติกรรมเช็กซ้ำๆ จนห้ามใจตัวเองไม่ได้

เมื่อมีความคิดกังวลเข้ามา ร่างกายและสมองจะสั่งให้หาทางออกด้วยการทำพฤติกรรมบางอย่างซ้ำๆ เช่น เปิดหน้าจอมือถือเช็กแอปพลิเคชันเดิมซ้ำๆ ทุกห้าดาว รีเฟรชหน้าฟีดข่าววนไปวนมาเป็นสิบๆ รอบทั้งที่ไม่มีอะไรใหม่ หรือถอนการติดตั้งแอปแล้วติดตั้งใหม่เพราะกลัวว่าข้อความจะไม่ซ้ำ พฤติกรรมเหล่านี้กินเวลาชีวิตไปวันละหลายชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว บางคนถึงขั้นตื่นมากลางดึกเพื่อเช็กมือถือทุกสองชั่วโมงจนนอนไม่พอตื่นมาสะลึมสะลือ

ทำไมสมองของเราถึงตกหลุมพรางของหน้าจอ

ในมุมมองทางการแพทย์ สมองของมนุษย์ถูกออกแบบมาให้ตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่ให้รางวัลอย่างรวดเร็ว ระบบโดปามีนในสมองจะทำงานทุกครั้งที่มีเสียงแจ้งเตือน มีคนกดหัวใจให้ หรือมีคอมเมนต์ใหม่ๆ เข้ามา สมองเรียนรู้ว่าหน้าจอโทรศัพท์คือแหล่งความสุขด่วนทันใจ พอไม่ได้เช็ก สมองจะเกิดอาการอยากยาหรือเรียกว่าภาวะขาดสารสื่อประสาทชั่วคราว ทำให้เกิดความกระวนกระวายใจจนต้องกลับไปหยิบมือถือมากดดูอีกรอบเพื่อเติมเต็มความรู้สึกนั้น วงจรนี้วนซ้ำไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นร่องลึกในสมองที่ยากจะถอนตัว

ปรับพฤติกรรมอย่างไรให้รอดพ้นจากวังวนดิจิทัล

ข่าวดีคือ โรคย้ำคิดย้ำทำทางพฤติกรรมดิจิทัล สามารถแก้ไขและฝึกฝนใหม่ได้ ไม่จำเป็นต้องกินยาเสมอไปหากอาการยังไม่รุนแรง หมอมีแนวทางปฏิบัติง่ายๆ ที่ลองเอาไปปรับใช้ดูได้เลยตั้งแต่วันนี้

  • กำหนดช่วงเวลาDigital Detoxอย่างจริงจัง: เริ่มต้นด้วยการงดแตะมือถือหนึ่งชั่วโมงก่อนนอน และหนึ่งชั่วโมงหลังตื่นนอน เปลี่ยนมาอ่านหนังสือเป็นเล่มหรือคุยกับคนรอบข้างแทน
  • ปิดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น: ตัดไฟตั้งแต่ต้นลมด้วยการปิดป้ายเตือนสีแดงหรือเสียงเตือนของแอปพลิเคชันช้อปปิ้งและโซเชียลมีเดีย เหลือไว้เฉพาะสายโทรเข้าจากคนสำคัญจริงๆ เท่านั้น
  • แยกพื้นที่ทำงานออกจากพื้นที่นอน: อย่าเอาโทรศัพท์ขึ้นมาบนเตียงนอนเด็ดขาด ให้ห้องนอนเป็นพื้นที่สำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง
  • ฝึกกำหนดลมหายใจเมื่อเกิดอาการอยากเช็ก: เวลาที่มือเริ่มสั่นอยากคว้ามือถือ ให้หยุดหายใจเข้าลึกๆ นับหนึ่งถึงสิบ บอกตัวเองว่าไม่มีอะไรคอขาดบาดตาย โลกข้างนอกยังปกติสุขดี

เมื่อไหร่ควรพาตัวเองไปพบจิตแพทย์

หากลองปรับพฤติกรรมด้วยตัวเองแล้วแต่ยังรู้สึกว่าควบคุมไม่ได้ ความวิตกกังวลเริ่มรบกวนการทำงาน การเรียน หรือความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง จนถึงขั้นนอนไม่หลับเรื้อรัง มีอาการใจสั่น เหงื่อแตกเมื่อไม่ได้จับมือถือ นั่นแปลว่าวงจรในสมองอาจจะต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม การมาพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการมาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทางออกที่ถูกต้อง ให้เทคโนโลยีกลับมาเป็นเครื่องมือรับใช้ชีวิตเรา เหมือนที่เราควรเป็นนายของมัน ไม่ใช่ตกเป็นทาสของหน้าจออีกต่อไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down