ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

อาการปัสสาวะแสบขัด มูกซึม อาการเตือนที่ห้ามมองข้าม

หลายครั้งที่หมอตรวจคนไข้ในคลินิกที่มีปัญหาปัสสาวะแสบขัด หรือมีสิ่งคัดหลั่งผิดปกติไหลซึมออกมาจากปลายอวัยวะเพศ คำถามแรกๆ ที่หมอมักจะได้รับเสมอคือ โรคนี้คืออะไร และทำไมบางคนถึงเรียกว่าหนองในแท้ บางคนเรียกว่าหนองในเทียม ความจริงแล้วทั้งสองโรคนี้มีความคล้ายคลึงกันมากจนคนไข้ส่วนใหญ่แยกไม่ออก แต่ในทางการแพทย์แล้ว ทั้งสาเหตุของโรค อาการแสดง และแนวทางการรักษานั้นมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ความแตกต่างระหว่างโรคหนองในแท้ และหนองในเทียมจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการดูแลสุขภาพทางเพศอย่างถูกต้อง

ทำความรู้จักตัวการ: เชื้อแบคทีเรียคนละชนิดที่ทำให้เกิดโรค

ถึงแม้จะมีคำว่าหนองในเหมือนกัน แต่โรคทั้งสองชนิดนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียคนละตระกูล ซึ่งมีพฤติกรรมและการทำลายล้างร่างกายที่ต่างกัน

  • โรคหนองในแท้ (Gonorrhea): เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Neisseria gonorrhoeae ซึ่งเป็นเชื้อที่ชอบอาศัยอยู่ตามเยื่อบุผิวที่เปียกชื้น เช่น ท่อปัสสาวะ ช่องคลอด ปากมดลูก ทวารหนัก หรือแม้กระทั่งในลำคอ
  • โรคหนองในเทียม (Non-Gonococcal Urethritis - NGU / Chlamydia): เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดอื่นที่ไม่ใช่หนองในแท้ ตัวการที่พบได้บ่อยที่สุดถึงร้อยละ 50 คือเชื้อ Chlamydia trachomatis นอกจากนี้ยังมีเชื้อชนิดอื่น เช่น Mycoplasma หรือ Ureaplasma ร่วมด้วย

ความแตกต่างระหว่างโรคหนองในแท้และหนองในเทียม: สังเกตอาการอย่างไรให้แยกออก?

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน หมอขอสรุปจุดสังเกตหลักๆ ที่ช่วยชี้วัดความต่างของสองโรคนี้จากอาการที่แสดงออก ดังนี้

1. ระยะเวลาการฟักตัวหลังได้รับเชื้อ

ความเร็วในการแสดงอาการเป็นจุดสังเกตแรกที่ต่างกันอย่างชัดเจน

  • หนองในแท้: เชื้อโตไวและแผลงฤทธิ์เร็วมาก มักแสดงอาการภายใน 2-5 วันหลังจากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน บางรายอาจเร็วสุดเพียง 1 วันเท่านั้น
  • หนองในเทียม: เป็นพวกค่อยเป็นค่อยไป มักใช้เวลาฟักตัวนานกว่า โดยทั่วไปจะแสดงอาการประมาณ 1-3 สัปดาห์หลังได้รับเชื้อ ทำให้คนไข้อาจลืมไปแล้วว่าไปรับความเสี่ยงมาตอนไหน

2. ลักษณะของหนองหรือสิ่งคัดหลั่ง

ลักษณะของของเหลวที่ไหลออกมาจากท่อปัสสาวะเป็นข้อแตกต่างที่หมอใช้ช่วยประเมินเบื้องต้น

  • หนองในแท้: จะมีหนองสีเหลืองเข้ม ข้นเหนียว หรือมีสีเขียวปน ไหลซึมออกมาตลอดเวลาในปริมาณมาก บางครั้งเปื้อนกางเกงในอย่างเห็นได้ชัด
  • หนองในเทียม: มักไม่ใช่หนองข้น แต่มีลักษณะเป็นมูกใส หรือมูกขุ่นสีขาวคล้ายน้ำนม ไหลออกมาไม่มากนัก มักจะสังเกตเห็นได้ชัดในช่วงเช้าหลังตื่นนอนตอนปัสสาวะครั้งแรก

3. อาการร่วมและความรุนแรงขณะปัสสาวะ

  • หนองในแท้: จะมีอาการปัสสาวะแสบขัดอย่างรุนแรง รู้สึกเจ็บแปลบเหมือนโดนมีดบาดขณะปัสสาวะ ปลายอวัยวะเพศอาจมีอาการบวมแดงอย่างเห็นได้ชัด
  • หนองในเทียม: อาการระคายเคืองขณะปัสสาวะจะน้อยกว่า อาจรู้สึกแค่คันๆ ยิบๆ ในท่อปัสสาวะ หรือแสบขัดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ภัยเงียบในผู้หญิง: ทำไมอาการถึงไม่ชัดเจนเท่าผู้ชาย?

สิ่งหนึ่งที่หมอกังวลมากเวลาคนไข้ผู้หญิงมาตรวจคือ โรคทั้งสองนี้มักไม่แสดงอาการชัดเจนในเพศหญิง ผู้หญิงที่ติดเชื้อหนองในแท้ประมาณร้อยละ 50 และหนองในเทียมสูงถึงร้อยละ 70-80 อาจไม่มีอาการแสดงใดๆ เลย หรืออาจมีเพียงตกขาวผิดปกติเล็กน้อย ปัสสาวะแสบขัดนิดหน่อย ซึ่งมักถูกมองข้ามว่าเป็นเพียงอาการตกขาวธรรมดา

การปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาจะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น เชื้อลุกลามทำให้เกิดอุ้งเชิงกรานอักเสบ ท่อนำไข่ตีบตัน และอาจส่งผลให้เกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกหรือเป็นหมันในอนาคตได้

ทำไมถึงห้ามซื้อยาปฏิชีวนะมากินเองเด็ดขาด?

ข้อผิดพลาดที่หมอพบบ่อยที่สุดคือ คนไข้รู้สึกอายที่จะมาพบแพทย์ จึงเลือกใช้วิธีไปซื้อยาแก้อักเสบหรือยาปฏิชีวนะตามร้านขายยามากินเอง วิธีนี้อันตรายมากด้วยสองเหตุผลหลัก

อย่างแรกคือ ปัญหาเชื้อดื้อยา ปัจจุบันเชื้อหนองในแท้มีการพัฒนาตัวจนดื้อต่อยาปฏิชีวนะชนิดกินเกือบทุกชนิดแล้ว การรักษาหนองในแท้ที่ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบันจำเป็นต้องใช้ยาฉีดเข้ากล้ามเนื้อควบคู่กับการกินยาปฏิชีวนะอีกกลุ่มหนึ่ง การซื้อยากินเองจึงมักไม่หายขาดและทำให้เชื้อดื้อยาแรงขึ้น

อย่างที่สองคือ การติดเชื้อร่วมกัน จากสถิติพบว่า คนไข้ที่ติดเชื้อหนองในแท้มักจะติดเชื้อหนองในเทียมร่วมด้วยเสมอ ดังนั้น การรักษาจึงต้องได้รับการประเมินจากแพทย์เพื่อจัดยาสูตรผสมที่ครอบคลุมเชื้อทั้งสองชนิดพร้อมกัน

วิธีรักษาที่ถูกต้องและการปฏิบัติตัว

การเข้าพบแพทย์เพื่อทำการตรวจหาเชื้อด้วยวิธีเก็บสิ่งคัดหลั่งหรือตรวจปัสสาวะ (วิธี PCR) จะช่วยให้ได้รับการรักษาที่ตรงจุดที่สุด

  • การรักษาด้วยยา: แพทย์จะพิจารณาให้ยาฉีดร่วมกับยากินตามผลการตรวจและประวัติความเสี่ยงของคนไข้
  • รักษาคู่รักไปพร้อมกัน: สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องพาคู่นอนมารับการตรวจรักษาพร้อมกันด้วย แม้คู่นอนจะไม่มีอาการใดๆ เลยก็ตาม เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำไปซ้ำมา
  • งดมีเพศสัมพันธ์: ในระหว่างการรักษาและหลังจากทานยาหรือฉีดยาเสร็จสิ้นแล้วเป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน ควรงดการมีเพศสัมพันธ์ทุกช่องทางเพื่อความปลอดภัย

สุดท้ายนี้ หมออยากเน้นย้ำว่าเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องน่าอาย การรีบมาพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อมีอาการสงสัย จะช่วยให้รักษาง่าย หายขาด และป้องกันภาวะแทกซ้อนระยะยาวได้อย่างดีที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down