ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงนี้หลายคนอาจสังเกตเห็นตัวเองหรือคนใกล้ตัวมีอาการหงุดหงิดง่าย ฟิวส์ขาดเร็วกว่าปกติ หรือบางครั้งก็แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวออกมาแบบที่ตัวเองก็รู้สึกตกใจทีหลัง ปัญหาการควบคุมอารมณ์และพฤติกรรไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่แค่เรื่องของการนิสัยไม่ดี แต่เบื้องหลังอาการเหล่านี้มักมีกลไกทางสมอง ร่างกาย และสภาพจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ

เมื่อสมองส่วนเหตุผลทำงานไม่ทันอารมณ์ความรู้สึก

เวลาที่เราเจอเรื่องมากวนใจ สมองส่วนที่เรียกว่าอะมิกดาลทำหน้าที่เหมือนสัญญาณเตือนภัย จะสั่งการความโกรธและความกลัวทันที ปกติแล้วสมองส่วนหน้าจะทำหน้าที่เบรกความรู้สึกพวกนี้ไว้ แต่ถ้าเราเจอความเครียดสะสม นอนน้อย หรือเผชิญปัญหาเรื้อรัง สมองส่วนหน้าจะล้าและทำงานได้ไม่เต็มที่ ผลลัพธ์คือเราจะระเบิดอารมณ์ออกไปได้ง่ายมากโดยที่ยังไม่ทันได้คิดให้รอบคอบ

สัญญาณเตือนภัยที่บอกว่าเรากำลังมีปัญหาควบคุมอารมณ์

อาการหงุดหงิดเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ แต่ถ้าเริ่มมีลักษณะเหล่านี้บ่อยขึ้น อาจต้องเริ่มหันมามองตัวเองอย่างจริงจัง

  • โกรธง่ายและรุนแรงเกินกว่าเหตุกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน
  • เริ่มใช้คำพูดรุนแรง ทำลายข้าวของ หรือใช้กำลังในการแก้ปัญหา
  • รู้สึกผิดและเสียใจทีหลังทุกครั้งที่อารมณ์สงบลง
  • คนรอบข้างเริ่มถอยห่างเพราะกลัวการระเบิดอารมณ์

ต้นตอของปัญหาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความฉุนเฉียว

เวลาเจอคนอารมณ์ร้อน เรามักจะตัดสินไปก่อนว่าเขาเป็นคนก้าวร้าว แต่ในมุมมองของแพทย์ ปัญหานี้มักมีสาเหตุหลักมาจากปัจจัยเหล่านี้

  • ความเครียดเรื้อรัง: การแบกรับภาระงานหรือปัญหาชีวิตเป็นเวลานาน ทำให้ความอดทนในใจลดลงเรื่อยๆ
  • ปัญหาสุขภาพจิต: ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือโรคสมาธิสั้นในผู้ใหญ่ มักแสดงออก ปัญหาการควบคุมอารมณ์และพฤติกรร เป็นอาการเด่น
  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ: การนอนหลับที่ไม่สนิทส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์
  • สารเคมีในสมองไม่สมดุล: การทำงานของสารสื่อประสาทบางชนิดที่ผิดปกติทำให้ความสามารถในการยับยั้งชั่งใจลดลง

วิธีปรับสมดุลอารมณ์และจัดการความโกรธในชีวิตประจำวัน

ข่าวดีคือพฤติกรรมเหล่านี้สามารถฝึกฝนและปรับปรุงได้ หากเราเริ่มเรียนรู้ที่จะสังเกตตัวเอง

  • ถอยออกมาก่อนหนึ่งก้าว: เมื่อรู้สึกว่าเลือดขึ้นหน้า ให้หยุดพูดและนับหนึ่งถึงสิบในใจ เพื่อให้สมองส่วนเหตุผลได้กลับมาทำงาน
  • ระบายความเครียดอย่างถูกวิธี: การออกกำลังกาย การเขียนบันทึก หรือการพูดคุยกับคนที่ไว้ใจ ช่วยปลดปล่อยพลังงานลบออกจากร่างกาย
  • จัดการเวลานอนให้ดี: การนอนหลับให้สนิทอย่างน้อยเจ็ดถึงแปดชั่วโมงคือยาบำรุงสมองที่ดีที่สุดในการควบคุมอารมณ์

เมื่อไหร่ควรพาตัวเองไปพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษา

หากลองปรับตัวด้วยตัวเองแล้ว แต่อาการหงุดหงิดรุนแรงยังคงกระทบต่อความสัมพันธ์ การทำงาน หรือทำร้ายตัวเองและคนรอบข้าง การมาพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาไม่ใช่เรื่องน่าอาย แพทย์อาจพิจารณาให้การรักษาด้วยการพูดคุยบำบัด หรือใช้ยาปรับสารเคมีในสมองช่วงสั้นๆ เพื่อช่วยให้เรากลับมาควบคุมชีวิตตัวเองได้อีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down