เรื่องการพูดของลูกที่พ่อแม่หลายคนกังวลใจ
เวลาที่นั่งตรวจคนไข้ที่คลินิก คำถามหนึ่งที่หมอมักจะได้ยินจากคุณพ่อคุณแม่เสมอคือ ลูกวัยนี้ควรพูดได้กี่คำแล้ว ทำไมยังพูดไม่ชัด หรือบางทีก็สื่อสารกับคนอื่นไม่ค่อยรู้เรื่อง ความกังวลใจนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้มาก เพราะการสื่อสารถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการเติบโตและการเข้าสังคมของเด็กๆ การแก้ไขปัญหาการพูดและการสื่อสารจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการเปล่งเสียงออกมาให้ถูกต้องตามหลักภาษา แต่คือการเปิดประตูให้เด็กๆ ได้แสดงความรู้สึก ความต้องการ และสร้างความสัมพันธ์กับคนรอบข้างได้อย่างมั่นใจ
สาเหตุที่ทำให้เด็กมีปัญหาเรื่องการพูดและการสื่อสาร
ก่อนที่เราจะเริ่มแก้ปัญหา หมอยากชวนมาทำความเข้าใจก่อนว่า ทำไมเด็กบางคนถึงพูดช้า หรือมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร ซึ่งโดยทั่วไปแล้วสาเหตุไม่ได้มีแค่มุมเดียว แต่มาจากหลายปัจจัยร่วมกัน
ปัญหาจากระบบการได้ยินที่พ่อแม่มองข้าม
บางครั้งเด็กที่พูดช้าไม่ได้มีปัญหาทางสมอง แต่อาจมีปัญหาเรื่องการได้ยิน เช่น มีน้ำในหูชั้นกลาง หรือการได้ยินไม่ชัดเจน ทำให้เขาไม่ได้ยินเสียงพูดที่ถูกต้อง จึงไม่สามารถเลียนแบบและพูดออกมาได้เหมือนเด็กวัยเดียวกัน การพาไปตรวจการได้ยินจึงเป็นขั้นตอนแรกๆ ที่หมอมักจะแนะนำ
พัฒนาการทางสมองและการทำงานของกล้ามเนื้อช่องปาก
การพูดต้องอาศัยการทำงานประสานกันอย่างซับซ้อนระหว่างสมองที่คิดคำพูด กับกล้ามเนื้อบริเวณริมฝีปาก ลิ้น และกราม เด็กบางคนกล้ามเนื้อส่วนนี้ยังไม่แข็งแรงพอ ทำให้การออกเสียงพยัญชนะบางตัวไม่ชัดเจน หรือพูดแล้วคนฟังไม่เข้าใจ
สิ่งแวดล้อมและการใช้หน้าจอมือถือ
ในยุคนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหน้าจอมือถือและแท็บเล็ตมีส่วนสำคัญ การปล่อยให้เด็กดูจอคนเดียวเป็นเวลานาน เป็นการสื่อสารทางเดียว ขาดการโต้ตอบแบบสองทาง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ภาษา ทำให้เด็กเสียโอกาสในการฝึกพูดและพัฒนาทักษะทางสังคม
วิธีฝึกพูดและกระตุ้นการสื่อสารง่ายๆ ที่บ้าน
การแก้ไขปัญหาการพูดและการสื่อสารไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องฝึกพูดของโรงพยาบาลเท่านั้น แต่คุณพ่อคุณแม่คือผู้บำบัดที่ดีที่สุดในชีวิตประจำวัน ลองมาดูเทคนิคที่หมอแนะนำให้ใช้บ่อยๆ กัน
- ลดเวลาหน้าจอและเพิ่มการสบตา: ปิดทีวีและเก็บมือถือเมื่อพูดคุยกับลูก ใช้การสบตาและรอให้เขาพยายามสื่อสารก่อนที่จะหยิบยื่นสิ่งของให้
- พูดช้าๆ ชัดๆ และใช้ประโยคสั้น: หลีกเลี่ยงการใช้คำพูดที่ซับซ้อนเกินวัย เลือกใช้คำสั้นๆ ที่เข้าใจง่าย และออกเสียงให้ชัดเจนเพื่อให้เด็กจดจำรูปปากได้ถูกต้อง
- อ่านนิทานร่วมกันทุกวัน: การเล่านิทานไม่ได้แค่ช่วยเรื่องคลังคำศัพท์ แต่ยังสร้างจินตนาการและช่วงเวลาที่ดีระหว่างพ่อแม่กับลูก ลองหยุดถามคำถามปลายเปิดระหว่างอ่านเพื่อให้เขาได้ฝึกคิดและตอบ
- ขยายความคำพูดของลูก: เมื่อลูกชี้แล้วพูดคำสั้นๆ เช่น รถ พ่อแม่ควรพูดขยายความต่อว่า ใช่ รถยนต์คันสีแดงกำลังวิ่งไป เพื่อให้เขาได้ยินรูปประโยคที่สมบูรณ์ขึ้น
สัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรพามาพบแพทย์เฉพาะทาง
ถึงแม้เด็กแต่ละคนจะมีพัฒนาการเร็วช้าไม่เท่ากัน แต่ก็มีเกณฑ์มาตรฐานบางอย่างที่คอยบอกเราว่า ถึงเวลาที่ต้องขอความช่วยเหลือจากแพทย์พัฒนาการเด็กหรือนักแก้ไขการพูดแล้ว
- เด็กอายุ 1 ปีแล้วยังไม่ส่งเสียงอืออา ไม่ชี้ของ หรือไม่หันตามเสียงเรียก
- เด็กอายุ 1 ปีครึ่งยังพูดคำที่มีความหมายไม่ได้เลย หรือพูดได้น้อยมากต่ำกว่า 5-10 คำ
- เด็กอายุ 2 ขวบยังไม่สามารถพูดประโยคสั้นๆ 2 คำต่อกันได้ เช่น ไปเที่ยว กินน้ำ
- คนใกล้ชิดในครอบครัวฟังที่น้องพูดไม่รู้เรื่องเลยแม้จะอายุเกิน 3 ขวบแล้ว
- เด็กเคยพูดได้ปกติ แต่วิถีชีวิตเปลี่ยนไปแล้วอยู่ๆ ก็หยุดพูดหรือพูดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
การแก้ไขปัญหาการพูดและการสื่อสารที่ได้ผลดีที่สุดคือการตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ หากคุณพ่อคุณแม่เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ อย่ารอให้โตแล้วจะหายเอง การพามาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินและรับคำแนะนำที่ถูกต้อง จะช่วยเปิดโอกาสให้เด็กได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพของเขา