ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายครั้งที่เรามักจะคิดว่าการพูดคุยเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆ ก็ทำได้ตั้งแต่เด็ก แต่ในความเป็นจริง มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคในการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นลูกน้อยที่พูดช้ากว่าวัย วัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ที่ยังติดอ่าง ออกเสียง ร.เรือ ล.ลิง ไม่ชัด หรือแม้แต่ผู้สูงอายุที่เคยพูดได้ปกติแต่กลับมีปัญหาการพูดหลังเผชิญกับโรคหลอดเลือดสมอง

ในฐานะแพทย์ที่ได้นั่งฟังปัญหาเหล่านี้จากคนไข้และคุณพ่อคุณแม่ในห้องตรวจอยู่เสมอ ผมเข้าใจดีว่าความอึดอัด ความไม่มั่นใจ และความเครียดที่สะสมจากการสื่อสารไม่เข้าใจนั้นส่งผลกระทบต่อจิตใจและการใช้ชีวิตมากแค่ไหน วันนี้เรามาทำความเข้าใจกันดีกว่าว่าปัญหาการพูดและการสื่อสารเหล่านี้เกิดขึ้นจากอะไร และเราจะมีวิธีรับมือหรือแก้ไขอย่างไรได้บ้าง

ปัญหาการพูดแบบไหนที่ควรพามาเช็กกันเสียหน่อย?

อาการผิดปกติเกี่ยวกับการพูดและการสื่อสารนั้นไม่ได้มีแค่เรื่องพูดติดอ่างเพียงอย่างเดียว แต่สามารถแบ่งออกได้เป็นหลายลักษณะตามช่วงวัยและสาเหตุ เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองสำรวจอาการเหล่านี้ดูว่าใกล้เคียงกับคนใกล้ตัวหรือไม่

พูดไม่ชัด ออกเสียงพยัญชนะผิดเพี้ยน

อาการนี้พบบ่อยตั้งแต่เด็กวัยเริ่มเรียนรู้จนถึงผู้ใหญ่ โดยมักจะมีปัญหาในการออกเสียงควบกล้ำ เช่น ร.เรือ ล.ลิง หรือเสียงสระบางเสียง ทำให้คำพูดเพี้ยนไปจนคนฟังต้องคอยถามซ้ำๆ ซึ่งบางครั้งอาจมาจากความคุ้นเคย กล้ามเนื้ออวัยวะในช่องปาก หรือการได้ยินที่ไม่สมบูรณ์

พูดติดอ่าง มีจังหวะการพูดที่สะดุด

อาการพูดสะดุด ย้ำคำ หรือลากเสียงยาวโดยที่ตัว A เองอยากพูดให้จบแต่ร่างกายและกล้ามเนื้อบริเวณริมฝีปาก ลิ้น หรือกล่องเสียงไม่ยอมขยับตาม มักเกิดขึ้นในช่วงวัยเด็กที่กำลังพัฒนาภาษา หรืออาจถูกกระตุ้นด้วยความเครียด ความตื่นเต้น และความกดดันทางจิตใจ

พูดช้ากว่าเกณฑ์ในเด็ก หรือภาษาพัฒนาช้า

เด็กบางคนอายุสองขวบครึ่งหรือสามขวบแล้วยังพูดได้แค่คำเดี่ยวๆ หรือสื่อสารเป็นประโยคยาวๆ ไม่ได้ ทั้งที่การได้ยินปกติและเข้าใจคำสั่งที่เราพูดได้ดี ปัญหานี้มักเกี่ยวข้องกับการขาดสิ่งกระตุ้นที่เหมาะสม หรือมีพัฒนาการทางภาษาที่ช้ากว่าปกติ

ทำไมถึงสื่อสารไม่ราบรื่น? มาดูสาเหตุที่แท้จริงกัน

เมื่อพูดถึงการแก้ไขปัญหา เราต้องมองหากลไกเบื้องหลังก่อนว่าเกิดจากจุดไหน เพราะปัญหาการพูดและการสื่อสารไม่ได้เกิดจากความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แต่มีรากฐานมาจากระบบร่างกายและสมอง

  • ระบบการทำงานของสมองและเส้นประสาท: สมองส่วนที่ควบคุมภาษาและการสั่งการกล้ามเนื้อบริเวณปากและลำคออาจทำงานไม่ประสานกัน ซึ่งมักพบในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองหรืออุบัติเหตุทางสมอง
  • ความผิดปกติของอวัยวะที่ใช้ในการพูด: เช่น ภาวะลิ้นติด (Tongue-tie) เพดานโหว่ หรือปัญหาเกี่ยวกับฟันและโครงสร้างช่องปากที่ทำให้ขยับลิ้นเพื่อออกเสียงได้ไม่ถนัด
  • ปัญหาการได้ยิน: เด็กที่ได้ยินไม่ชัดเจนตั้งแต่เด็กเล็ก จะไม่สามารถเลียนแบบเสียงที่ถูกต้องได้ ส่งผลให้พูดไม่ชัดหรือพูดช้าตามไปด้วย
  • ปัจจัยด้านจิตวิทยาและสิ่งแวดล้อม: ความเครียด ความวิตกกังวล ความกดดันในครอบครัว หรือการปล่อยให้เด็กดูหน้าจออิเล็กทรอนิกส์มากเกินไปจนขาดปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกับมนุษย์

วิธีฝึกฝนและแก้ไขปัญหาการพูดด้วยตัวเองในเบื้องต้น

สำหรับปัญหาที่ไม่รุนแรง เราสามารถเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและฝึกฝนการสื่อสารที่บ้านได้ทันทีผ่านแนวทางเหล่านี้

ฝึกบริหารกล้ามเนื้อรอบปากและลิ้น

การพูดต้องอาศัยความแข็งแรงและความคล่องตัวของกล้ามเนื้อลิ้น ริมฝีปาก และขากรรไกร เราสามารถฝึกได้ง่ายๆ เช่น การกวาดลิ้นซ้ายขวา การทำปากจู๋สลับกับฉีกยิ้มกว้างๆ หรือการเป่าลมผ่านริมฝีปาก เพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อตื่นตัวและทำงานได้ดีขึ้น

ชวนคุยและอ่านนิทานร่วมกันให้มากขึ้น

สำหรับเด็กๆ วิธีที่ดีที่สุดในการพัฒนาภาษาคือการพูดคุยโต้ตอบในชีวิตประจำวัน หลีกเลี่ยงการเปิดจอให้เด็กดูคนเดียว แต่ให้ใช้วิธีอ่านหนังสือภาพด้วยกัน ชี้ชวนให้เขาเล่าเรื่องตามจินตนาการ และตั้งคำถามปลายเปิดเพื่อให้เขาได้ฝึกคิดและเรียบเรียงคำพูดออกมา

ฝึกการหายใจและการผ่อนคลายก่อนพูด

สำหรับผู้ที่มีปัญหาพูดติดอ่าง การฝึกหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกช้าๆ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อช่วงคอและหน้าอกก่อนเริ่มพูด จะช่วยลดความเกร็งและทำให้จังหวะการพูดลื่นไหลขึ้นได้

เมื่อไหร่ควรพาไปพบแพทย์และนักแก้ไขการพูดอย่างจริงจัง?

แม้ว่าการฝึกเองที่บ้านจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่หากพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ แนะนำให้เข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือนักแก้ไขการพูด (Speech-Language Pathologist) เพื่อรับการประเมินและวางแผนการบำบัดที่ถูกต้องตรงจุด

  • เด็กอายุสองขวบแล้วยังไม่พูดคำที่มีความหมาย หรือเด็กอายุสามขวบยังพูดเป็นประโยคสั้นๆ ไม่ได้เลย
  • มีอาการพูดติดอ่างรุนแรงจนเด็กเริ่มหลีกเลี่ยงการพูด หรือมีความเครียด วิตกกังวลทุกครั้งที่ต้องสื่อสาร
  • ผู้ใหญ่ที่เคยพูดปกติ จู่ๆ ก็พูดไม่ชัด พูดไม่ออก หรือเรียบเรียบคำพูดไม่ได้ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคทางสมอง
  • ปัญหาการพูดส่งผลกระทบต่อการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน

การแก้ไขปัญหาการพูดและการสื่อสารนั้นต้องอาศัยเวลา ความเข้าใจ และความสม่ำเสมอ ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเริ่มต้นฝึกฝน ไม่ว่าจะเป็นตัวคุณเองหรือคนที่คุณรัก หากเราเข้าใจสาเหตุและได้รับการดูแลที่ถูกต้อง การสื่อสารที่ราบรื่นและความมั่นใจก็จะกลับคืนมาได้อย่างแน่นอน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down