ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลามีคนไข้มาตรวจสุขภาพประจำปีแล้วผลเลือดบอกว่า ไม่มีภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี คำถามยอดฮิตที่หมอมักจะได้ยินเสมอคือ แล้วแบบนี้ต้องฉีดวัคซีนเพิ่มไหม หรือปล่อยไว้แบบนั้นจะเป็นอะไรหรือเปล่า โรคนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่คิด เพราะเชื้อตับอักเสบบีสามารถติดต่อกันได้ง่ายผ่านทางเลือดและสารคัดหลั่ง การสร้างเกราะป้องกันด้วยการฉีดวัคซีนจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการตัดวงจรการเกิดโรคตับแข็งและมะเร็งตับในอนาคต

ใครบ้างที่ควรเช็กภูมิคุ้มกันและเริ่มต้นฉีดวัคซีนป้องกันไวรัส

หลายคนมักเข้าใจว่าวัคซีนนี้ฉีดเฉพาะเด็กแรกเกิดเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ผู้ใหญ่หลายคนที่เกิดก่อนยุคที่กระทรวงสาธารณสุขบรรจุวัคซีนนี้ลงในโปรแกรมพื้นฐาน ก็ยังไม่มีภูมิคุ้มกันเช่นกัน หมอแนะนำให้ตรวจเลือดดูค่า Anti-HBS ก่อน หากผลเป็นลบหรือไม่มีภูมิ ก็แปลว่าร่างกายยังไม่พร้อมรับมือกับเชื้อตัวนี้

กลุ่มคนที่ควรพิจารณาฉีดวัคซีนอย่างยิ่ง ได้แก่:

  • ผู้ที่มีคู่นอนหรืออาศัยอยู่ร่วมบ้านกับผู้ที่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี เพราะความใกล้ชิดเพิ่มความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อโดยไม่รู้ตัว
  • บุคลากรทางการแพทย์ ที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับเลือดและสิ่งส่งตรวจ
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวเป็นโรคตับเรื้อรัง หรือมีความจำเป็นต้องใช้ยาที่กดภูมิคุ้มกัน
  • ผู้ที่ต้องรับเลือดหรือฟอกไตเป็นประจำ รวมถึงผู้ที่ชอบการสักผิวหนังหรือเจาะร่างกายในร้านที่ไม่ได้มาตรฐานความสะอาด

ขั้นตอนและสูตรการฉีดวัคซีนที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การฉีดวัคซีนตัวนี้ให้ได้ผลดีและมีภูมิคุ้มกันขึ้นมาปกป้องร่างกาย จะต้องอาศัยวินัยในการมาฉีดให้ครบตามนัด โดยทั่วไปสูตรมาตรฐานที่หมอใช้กับคนไข้จะมีอยู่ 3 เข็มด้วยกัน

การนัดหมายจะแบ่งออกเป็นช่วงเวลาสำคัญดังนี้:

  • เข็มแรก: เริ่มต้นฉีดเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเริ่มรู้จักกับตัวเชื้อโรค
  • เข็มที่สอง: ฉีดหลังจากเข็มแรกประมาณ 1 ถึง 2 เดือน เพื่อเริ่มสร้างภูมิคุ้มกันรอบแรก
  • เข็มที่สาม: ฉีดหลังจากเข็มแรกประมาณ 6 เดือน เป็นเข็มย้ำเพื่อให้ภูมิคุ้มกันอยู่ในระดับสูงและอยู่ได้นานหลายปีหรืออาจจะตลอดชีวิต

หากลืมฉีดเข็มสองหรือเข็มสามตามนัด ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ไหม?

นี่คือความกังวลใจอันดับต้นๆ ของคนไข้ที่มักจะมาหาหมอช้ากว่ากำหนดนัดหลายเดือน ข่าวดีคือเราไม่ต้องเริ่มฉีดเข็มแรกใหม่ทั้งหมด หากเลยกำหนดมาแล้ว สามารถฉีดเข็มต่อไปต่อได้เลยทันทีที่สะดวก แต่อาจจะต้องเช็กระยะห่างเพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายได้รับวัคซีนครบโดสตามเกณฑ์ที่ภูมิคุ้มกันจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ตรวจเช็กภูมิคุ้มกันซ้ำหลังฉีดครบสามเข็มจำเป็นไหม?

สำหรับคนทั่วไปที่มีสุขภาพแข็งแรงดี เมื่อฉีดวัคซีนครบ 3 เข็มตามกำหนดแล้ว ภูมิคุ้มกันมักจะขึ้นสูงพอที่จะป้องกันโรคได้ โดยไม่ต้องเจาะเลือดซ้ำเพื่อตรวจหาภูมิอีก ยกเว้นแต่กรณีที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น บุคลากรทางการแพทย์ หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หมออาจจะแนะนำให้เจาะเลือดตรวจหาระดับภูมิคุ้มกันหลังฉีดครบประมาณ 1 ถึง 2 เดือน เพื่อความมั่นใจว่าร่างกายตอบสนองต่อวัคซีนได้ดีแค่ไหน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down