ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมโรคทางเดินอาหารถึงส่งผลต่อส่วนอื่นของร่างกาย

หลายคนอาจคุ้นเคยกับอาการท้องเสีย ปวดท้อง หรือถ่ายเป็นเลือดในโรคกลุ่มลำไส้อักเสบเรื้อรัง แต่สิ่งที่หมอพบเจออยู่บ่อยครั้งคือคนไข้ไม่ได้มาหาด้วยเรื่องระบบขับถ่ายเพียงอย่างเดียว แต่กลับมาด้วยอาการปวดข้อ หรือมีผื่นขึ้นตามตัวจนนึกไม่ถึงว่ามันเกี่ยวข้องกับลำไส้ นี่คือปรากฏการณ์ที่เรียกว่า การอักเสบนอกระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานผิดปกติจนลามไปกระทบอวัยวะส่วนอื่นๆ

กลไกที่ร่างกายสับสนจนเริ่มทำร้ายตัวเอง

เมื่อผนังลำไส้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ภูมิคุ้มกันที่ควรจะทำหน้าที่ป้องกันเชื้อโรคกลับเกิดความสับสน โดยมีการส่งสัญญาณกระตุ้นการอักเสบผ่านกระแสเลือดไปทั่วร่างกาย เซลล์เม็ดเลือดขาวบางชนิดที่ถูกกระตุ้นจากลำไส้อาจไปสะสมตัวอยู่ที่ข้อต่อหรือชั้นใต้ผิวหนัง ส่งผลให้เกิดการตอบสนองอักเสบในพื้นที่นั้นๆ แม้ว่าตัวเชื้อโรคจะไม่ได้อยู่ในข้อหรือผิวหนังโดยตรงก็ตาม

ข้ออักเสบที่มาพร้อมกับโรคทางเดินอาหาร สังเกตอย่างไร

อาการปวดข้อในกลุ่มคนไข้ลำไส้อักเสบไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่ม แต่มีลักษณะเฉพาะที่หมออยากให้สังเกตดังนี้:

  • มีอาการบวม ร้อน และปวดตามข้อ โดยเฉพาะข้อขนาดใหญ่ เช่น ข้อเข่า หรือข้อเท้า
  • อาการปวดอาจย้ายที่ไปมาได้ หรือบางครั้งเป็นหลายข้อพร้อมกัน
  • มักมีอาการปวดตึงในช่วงเช้าหลังตื่นนอน หรือหลังจากนั่งพักนานๆ
  • ความรุนแรงของข้ออักเสบมักแปรผันตามอาการของลำไส้ หากลำไส้อักเสบมาก อาการปวดข้อก็จะมากขึ้นด้วย

ผื่นผิวหนังที่ไม่ได้เกิดจากการแพ้ธรรมดา

นอกจากข้อแล้ว ผิวหนังก็เป็นอีกจุดที่ฟ้องอาการอักเสบภายในได้ดี โดยผื่นที่มักพบมีความหลากหลาย เช่น ผื่นแดงเป็นปื้นแข็งกดเจ็บที่หน้าแข้ง หรือผื่นตุ่มหนองที่มีลักษณะเฉพาะ ซึ่งผื่นเหล่านี้มักจะไม่ตอบสนองต่อการทายาแก้แพ้หรือยาทาฆ่าเชื้อทั่วไป เพราะสาเหตุที่แท้จริงมาจากภาวะอักเสบเรื้อรังจากภายในร่างกายเอง

ดูแลตัวเองและวางแผนการรักษาอย่างไรให้ตรงจุด

หัวใจสำคัญของการจัดการภาวะเหล่านี้คือการกลับไปควบคุมการอักเสบที่ต้นเหตุคือระบบทางเดินอาหารให้สงบลง หากลำไส้ดีขึ้น ภูมิคุ้มกันจะลดการส่งสัญญาณอักเสบไปทำลายส่วนอื่นๆ เอง:

  • ปรึกษาอายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารเพื่อปรับสูตรยาควบคุมการอักเสบของลำไส้
  • หลีกเลี่ยงการซื้อยาแก้ปวดกลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ทานเอง เพราะยาส่วนนี้อาจทำให้ลำไส้อักเสบรุนแรงขึ้นได้
  • จดบันทึกอาการปวดข้อหรือผื่นที่เกิดขึ้น เพื่อแจ้งแพทย์ว่าสัมพันธ์กับช่วงที่มีอาการท้องเสียหรือถ่ายผิดปกติหรือไม่
  • รักษาสุขอนามัยผิวหนังและทำกายภาพบำบัดเบาๆ เพื่อลดอาการติดขัดของข้อต่อภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณมีอาการป่วยเรื้อรังทั้งเรื่องท้องและเรื่องข้อผิวหนัง อย่าปล่อยทิ้งไว้จนเรื้อรัง เพราะการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันความเสียหายต่อข้อต่อและผิวหนังในระยะยาวได้ดีที่สุด

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down