เวลาที่คุณพ่อคุณแม่พาลูกน้อยมาตรวจสุขภาพที่คลินิก คำถามยอดฮิตที่หมอมักจะได้ยินอยู่เสมอก็คือ ลูกของเราโตสมวัยไหม ฉลาดสมบูรณ์หรือเปล่า และต้องเลี้ยงอย่างไรให้เขามีความสุข ทั้งหมดนี้คือเรื่องของพัฒนาการ ไอคิว และอีคิว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเติบโตของเด็กแต่ละคน หมอเลยอยากชวนมาทำความเข้าใจเรื่องแนวทางการประเมินพัฒนาการและไอคิวอีคิวกันแบบง่ายๆ เพื่อให้เราช่วยส่งเสริมลูกน้อยได้อย่างตรงจุดตั้งแต่เนิ่นๆ
ลูกโตทันเพื่อนไหม: รู้จักการประเมินพัฒนาการเด็กในแต่ละช่วงวัย
เวลาหมอตรวจพัฒนาการเด็ก หมอไม่ได้มองแค่ว่าเขาเดินได้หรือยัง หรือพูดได้กี่คำ แต่เรามองภาพรวมทั้งหมด 4 ด้านหลักๆ ที่เรียกว่าเสาหลักของชีวิตเด็ก ได้แก่ ด้านการเคลื่อนไหว ด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและมือ ด้านการภาษา และด้านสังคมและการช่วยเหลือตัวเอง
การประเมินพัฒนาการในคลินิกจะใช้เครื่องมือมาตรฐาน เช่น แบบประเมิน DSMM หรือ Denver II ที่คุณหมอจะลองให้เด็กทำกิจกรรมสนุกๆ ตามวัย เช่น ต่อบล็อกไม้ วาดรูป หรือชวนคุย เพื่อดูว่าทักษะเหล่านี้ไปถึงไหนแล้ว ถ้าเด็กคนไหนทำได้ตามเกณฑ์ก็ถือว่าปกติ แต่ถ้ามีข้อไหนที่ยังช้ากว่าเกณฑ์ หมอก็จะช่วยแนะนำวิธีเล่นกระตุ้นที่บ้านให้คุณพ่อคุณแม่นำกลับไปลองทำดู
ความฉลาดทางปัญญา: ไอคิววัดอะไรได้บ้างและประเมินอย่างไร
พูดถึงคำว่าไอคิว หลายคนมักนึกถึงเรื่องการเรียนเก่ง การคำนวณ หรือความจำ แต่ในทางการแพทย์ แนวทางการประเมินพัฒนาการและไอคิวอีคิว ในส่วนของไอคิว (Intelligence Quotient) คือการวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา ความเข้าใจในภาษา และการปรับตัวต่อสิ่งรอบตัว
การตรวจวัดไอคิวที่แม่นยำจะต้องทำโดยนักจิตวิทยาคลินิกหรือกุมารแพทย์ด้านพัฒนาการและพฤติกรรม ผ่านแบบทดสอบมาตรฐานที่มีการเทียบอายุของเด็ก เช่น Wechsler Intelligence Scale สำหรับเด็กโต โดยทั่วไปหมอจะแนะนำให้ตรวจเมื่อเด็กเริ่มเข้าวัยเรียน หรือเมื่อสงสัยว่าเด็กอาจมีปัญหาการเรียนรู้ช้ากว่าปกติ เพื่อจะได้หาทางช่วยเหลือและปรับการเรียนการสอนให้เหมาะกับศักยภาพของน้อง
ความฉลาดทางอารมณ์: อีคิวพลังใจที่สำคัญไม่แพ้ไอคิว
มีคำกล่าวว่า ไอคิวพาเราไปถึงเป้าหมาย แต่อีคิว (Emotional Quotient) ต่างหากที่จะทำให้เรามีความสุขและอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ดี การประเมินอีคิวจึงเป็นการมองลึกลงไปถึงตัวตนของเด็ก ความสามารถในการเข้าใจอารมณ์ของตัวเอง การควบคุมความโกรธ ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และความยืดหยุ่นทางจิตใจเมื่อเจอเรื่องที่ไม่ดั่งใจ
การประเมินอีคิวส่วนใหญ่จะใช้แบบสอบถามสำหรับคุณพ่อคุณแม่และคุณครู เพราะเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดและเห็นพฤติกรรมของเด็กในสถานการณ์จริงมากที่สุด ผลลัพธ์ที่ได้จะช่วยบอกเราว่า เด็กมีความเครียดซ่อนอยู่ไหม ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีแค่ไหน และต้องปรับวิธีสื่อสารในครอบครัวอย่างไรเพื่อให้เขามีภูมิต้านทานทางจิตใจที่แข็งแรง
ข้อดีและประโยชน์ของคุณพ่อคุณแม่ในการเสริมสร้างพัฒนาการ ไอคิว และอีคิว
เครื่องมือแพทย์หรือแบบทดสอบไหนๆ ก็ไม่สำคัญเท่ากับสิ่งแวดล้อมที่บ้าน การที่เด็กจะมีพัฒนาการที่ดี ไอคิวเด่น และอีคิวสูง เริ่มต้นจากความรักความอบอุ่นและการเลี้ยงดูที่เข้าใจ
- ให้เวลากับการเล่น: การเล่นคืออาชีพของเด็ก ช่วยกระตุ้นทั้งกล้ามเนื้อ สมอง และการเข้าสังคม
- รับฟังและพูดคุย: การชวนลูกคุย เล่าเรื่อง และรับฟังความรู้สึกของเขา ช่วยสร้างทั้งภาษาและอีคิวที่ดี
- ฝึกให้เด็กช่วยเหลือตัวเอง: ปล่อยให้เขาได้ลองทำอะไรด้วยตัวเองตามวัย จะช่วยสร้างความมั่นใจและการแก้ปัญหา
- สร้างวินัยด้วยความเข้าใจ: หลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ แต่ใช้เหตุผลและกติกาที่ชัดเจนเพื่อให้เด็กเรียนรู้การควบคุมตนเอง
สัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรพามาปรึกษาคุณหมอ
เด็กแต่ละคนมีพัฒนาการเร็วช้าไม่เท่ากัน แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นสัญญาณเหล่านี้ อาจเป็นหมุดหมายว่าควรพามาพบแพทย์เพื่อประเมินอย่างละเอียด
- อายุ 1 ขวบแล้วยังไม่ส่งเสียงอ้อแอ้ ไม่หันตามเสียงเรียก
- อายุ 1 ขวบครึ่งยังไม่พูดเป็นคำที่มีความหมาย หรือไม่ยอมสบตา
- อายุ 2 ขวบยังพูดเป็นคำเดี่ยวไม่ได้ หรือไม่ทำตามคำสั่งง่ายๆ
- มีพฤติกรรมถดถอย เช่น เคยทำอะไรได้แล้วกลับทำไม่ได้
- มีปัญหาอารมณ์รุนแรง ควบคุมตัวเองไม่ได้ และกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
การประเมินพัฒนาการและไอคิวอีคิวไม่ใช่การเอาลูกไปเทียบกับใคร แต่เป็นการทำความแผนที่ชีวิตของลูก เพื่อให้เราดูแลเขาได้อย่างถูกทาง เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขในแบบของตัวเองครับ