ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมการย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนงานถึงทำให้เราเปลี่ยนไป

หลายคนมักเข้าใจว่าการย้ายบ้าน การเปลี่ยนงาน หรือแม้แต่การย้ายโรงเรียนใหม่เป็นเรื่องของการจัดการชีวิตทั่วไป แต่ในความเป็นจริง สมองของคนเราต้องใช้พลังงานมหาศาลในการประมวลผลสิ่งแวดล้อมใหม่ เมื่อเราต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมา หากความเครียดนี้สะสมต่อเนื่องจนเกินขีดจำกัด ก็จะเริ่มส่งผลกระทบให้เกิด ปัญหาพฤติกรรมจากการปรับตัวเข้า กับสภาพแวดล้อมใหม่ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

อาการแบบไหนที่บอกว่าเรากำลังปรับตัวไม่ไหว

คนไข้มักเดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการที่แตกต่างกันไป แต่หากสังเกตให้ดี พฤติกรรมเหล่านี้คือสัญญาณเตือนที่ร่างกายกำลังบอกว่าเรากำลังแบกรับการเปลี่ยนแปลงมากเกินไป

  • นอนไม่หลับ หรือสะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อยครั้ง
  • หงุดหงิดง่ายกว่าปกติ โกรธง่ายกับเรื่องเล็กน้อย
  • แยกตัวออกจากสังคม ไม่อยากพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานหรือคนในครอบครัว
  • ขาดสมาธิในการทำงาน หรือจดจ่อกับสิ่งที่เคยทำได้ดีไม่ได้เหมือนเดิม
  • พฤติกรรมการกินเปลี่ยนไป กินน้อยลงหรือหันไปพึ่งพาอาหารฟาสต์ฟู้ดมากกว่าปกติ

กลไกทางจิตวิทยาเมื่อสมองต้องเจอกับความแปลกแยก

เมื่อเราย้ายไปอยู่ในที่ใหม่ สมองส่วนที่ทำหน้าที่จัดการเรื่องอารมณ์จะพยายามสแกนหาความปลอดภัยตลอดเวลา หากสถานที่นั้นเต็มไปด้วยผู้คนที่เราไม่รู้จัก กฎระเบียบที่เคร่งครัด หรือความคาดหวังที่สูงขึ้น สมองจะเข้าสู่โหมดป้องกันตัว สิ่งนี้เองที่ทำให้เกิด ปัญหาพฤติกรรมจากการปรับตัวเข้า เพราะเราพยายามใช้พลังงานทั้งหมดเพื่อเอาตัวรอด ทำให้เราหลงลืมวิธีการปฏิสัมพันธ์แบบปกติที่เคยทำมา

เทคนิคจัดการความเครียดเพื่อให้ชีวิตใหม่ราบรื่นขึ้น

การปรับตัวไม่ใช่เรื่องของการฝืน แต่เป็นการสร้างความคุ้นเคยทีละน้อย หมออยากแนะนำแนวทางที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง

จัดระเบียบตารางชีวิตให้เหมือนเดิมที่สุด

พยายามรักษากิจวัตรประจำวันเดิมเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเวลาตื่น เวลากินข้าว หรือกิจกรรมยามว่าง เพราะกิจวัตรเดิมจะช่วยสร้างความรู้สึกปลอดภัยและคงที่ในวันที่ทุกอย่างรอบตัวเปลี่ยนแปลงไป

เปิดใจคุยเรื่องความกังวลกับคนรอบข้าง

การเก็บความรู้สึกไว้คนเดียวมักทำให้เรามองปัญหาใหญ่กว่าความเป็นจริง การหาเพื่อนที่ไว้ใจได้หรือสมาชิกในครอบครัวเพื่อระบายความรู้สึก จะช่วยลดความกดดันในใจลงได้มาก

ให้โอกาสตัวเองได้ค่อยๆ เรียนรู้

เราไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบตั้งแต่วันแรกที่ย้ายไปที่ใหม่ ความผิดพลาดเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนรู้ การลดความคาดหวังลงและมองว่าทุกอย่างคือประสบการณ์ จะช่วยให้ ปัญหาพฤติกรรมจากการปรับตัวเข้า ลดน้อยลงตามเวลาที่ผ่านไป

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาหมอหรือผู้เชี่ยวชาญ

หากอาการเหล่านี้กินระยะเวลานานเกินกว่า 1-3 เดือน หรือเริ่มส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง เช่น ไม่สามารถออกไปทำงานได้ หรือมีความคิดที่จะทำร้ายตัวเอง หมอแนะนำว่าไม่ควรปล่อยไว้จนเรื้อรัง การเข้ามาพูดคุยกับจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อทำความเข้าใจกับกลไกการปรับตัวของตัวเอง จะช่วยให้ก้าวผ่านช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านนี้ไปได้อย่างมั่นคงและมีความสุขขึ้น

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down