อาการซึมและระดับความรู้สึกตัวผิดปกติคืออะไร ทำไมเราถึงต้องใส่ใจตั้งแต่เริ่มแรก
เวลาที่เราเห็นคนใกล้ตัวนอนนิ่ง เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ค่อยตื่น หรือตอบสนองช้ากว่าปกติ หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเพราะเขาแค่เพลียจากการทำงานหนักหรือนอนน้อย แต่ในทางการแพทย์แล้ว อาการซึมและความผิดปกติของระดับความรู้สึกตัว เป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่ร่างกายกำลังบอกว่า มีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นในสมองหรือระบบในร่างกาย ซึ่งอาจอันตรายถึงชีวิตได้หากปล่อยไว้ช้าเกินไป
ในฐานะแพทย์ที่ต้องเจอเคสแบบนี้ที่ห้องฉุกเฉินอยู่บ่อยครั้ง ผมมักจะบอกญาติเสมอว่า ความรู้สึกตัวของคนเราไม่ได้มีแค่ ตื่น กับ หลับ แต่มันมีเฉดสีเทาตรงกลางอีกหลายระดับ การที่เราสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้เร็ว จะช่วยชีวิตคนไข้ได้ทันท่วงทีครับ
รู้จักหน้าตาของความเปลี่ยนแปลง: สังเกตอย่างไรว่าระดับความรู้สึกตัวเริ่มไม่ปกติ
ตามปกติแล้ว คนเราควรจะตื่นตัว รู้สึกตัวดี ตอบสนองต่อเสียงเรียกและสิ่งแวดล้อมได้เหมาะสม แต่ถ้าเริ่มมีอาการเหล่านี้ ถือว่าเริ่มมีความผิดปกติแล้วครับ
- เซื่องซึมปลุกยาก: เรียกชื่อแล้วต้องเขย่าแรงๆ ถึงจะลืมตาขึ้นมามอง แต่อีกแป๊บเดียวก็หลับต่อ
- สับสนจำไม่ได้ว่าอยู่ที่ไหน: ถามอะไรก็ตอบไม่ตรงคำถาม จำวันเวลาไม่ได้ หรือจำหน้าคนใกล้ตัวไม่ได้
- พูดจาเพ้อเจ้อไม่ปะติดปะต่อ: พูดเรื่องราวที่ไม่มีอยู่จริง หรือบ่นพึมพำคนเดียวโดยไม่รู้ตัว
- หมดสติไม่รู้สึกตัว: เรียกไม่ ความผิดปกติของระดับความรู้สึกต ตอบสนอง ปลุกไม่ตื่น ซึ่งเป็นขั้นที่อันตรายที่สุด
สาเหตุเบื้องหลังอาการซึมที่หมอเจอ
สมองของคนเราเปรียบเสมือนศูนย์กลางคอมพิวเตอร์ที่ต้องการทั้งเลือด ออกซิเจน และสารอาหารที่พอเหมาะ รวมถึงต้องไม่มีสารพิษมารบกวน เมื่อไหร่ก็ตามที่มีปัจจัยเหล่านี้มากρกระทบ ระดับความรู้สึกตัวก็จะดรอปลงทันที สาเหตุหลักๆ ที่พบบ่อยมีดังนี้ครับ
ปัญหาที่เกิดขึ้นโดยตรงกับสมอง
โรคทางสมองเฉียบพลันเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้คนไข้ซึมลงอย่างรวดเร็ว เช่น โรคหลอดเลือดสมอง หรือที่เรารู้จักกันว่าสโตรก ไม่ว่าจะเป็นเส้นเลือดสมองตีบตันหรือแตก เลือดออกในสมอง การติดเชื้อรุนแรงอย่างเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือแม้แต่การได้รับอุบัติเหตุทางศีรษะที่มีเลือดคั่งในสมอง สิ่งเหล่านี้ทำให้เนื้อสมองได้รับความเสียหายและกดทับส่วนที่ควบคุมความตื่นตัว
ความผิดปกติของระบบอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสมอง
บางครั้งสมองไม่ได้เป็นโรคโดยตรง แต่ระบบอื่นในร่างกายพัง จนทำให้สมองพลอยแย่ไปด้วย เช่น ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำหรือสูงเกินไปในคนไข้เบาหวาน โรคไตวายเรื้อรังที่มีของเสียคั่งในเลือด การติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง หรือการได้รับยาบางชนิดเกินขนาด เช่นยานอนหลับหรือยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์
วิธีตรวจวินิจฉัยของแพทย์เมื่อคนไข้มาถึงโรงพยาบาล
เมื่อคนไข้ที่มีอาการซึมมาถึงมือแพทย์ สิ่งแรกที่เราทำคือการประเมินสัญญาณชีพและความรุนแรงทันที เพื่อดูว่าระบบหายใจและไหลเวียนโลหิตยังทำงานดีอยู่ไหม จากนั้นเราจะตรวจระบบประสาทอย่างละเอียด และมักจะต้องส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น การเจาะเลือดเพื่อดูระดับน้ำตาล เกลือแร่ และการทำงานของอวัยวะภายใน รวมถึงการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองเพื่อหาความผิด เช่น เลือดออกหรือก้อนเนื้อ เพื่อให้รู้สาเหตุที่แท้จริงและรักษาให้ตรงจุด
อาการแบบไหนที่รอไม่ได้ ต้องพาไปโรงพยาบาลทันที
หากพบว่าคนใกล้ตัวมีอาการซึมร่วมกับอาการเหล่านี้ ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด ต้องเรียกรถพยาบาลหรือพาไปส่งห้องฉุกเฉินโดยเร็วที่สุด
- ปลุกไม่ตื่น เรียกชื่อแล้วไม่มีการตอบสนองใดๆ
- มีอาการชักเกร็ง หรือกระตุกตามร่างกาย
- อ่อนแรงครึ่งซีก มุมปากตก หรือพูดไม่ชัดร่วมด้วย
- หายใจผิดปกติ เช่น หายใจเร็วเกินไป หายใจช้ามาก หรือมีเสียงกรนแปลกๆ ระหว่างหมดสติ
- มีไข้สูงร่วมกับคอแข็ง
จำไว้เสมอว่า อาการซึมและความผิดปกติของระดับความรู้สึกตัว เป็นเรื่องเร่งด่วนทางการแพทย์ การมาถึงโรงพยาบาลเร็ว มีโอกาสรอดชีวิตและฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติได้สูงกว่าการปล่อยทิ้งไว้ครับ