ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

“หมอครับ ผมเจ็บคอมาเป็นอาทิตย์แล้ว กินยาแก้เจ็บคอก็ไม่หาย ไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร... แต่ก่อนหน้านี้ไม่กี่อาทิตย์ ผมมีออรัลเซ็กส์กับแฟนใหม่ค่ะ”

นี่คือคำบอกเล่าที่เรามักจะได้ยินจากคนไข้หลายๆ คนที่เข้ามาปรึกษาเรื่องอาการเจ็บคอเรื้อรัง จนบางครั้งตัวคนไข้เองก็ไม่แน่ใจว่าอาการที่ตัวเองเป็นอยู่นี้เกิดจากสาเหตุทั่วไปอย่างไข้หวัด เจ็บคอธรรมดา หรืออาจจะเป็นสัญญาณของบางอย่างที่ซ่อนอยู่ และน่ากังวลกว่านั้นคือ “หนองในในลำคอ” ซึ่งหลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างหนองใน สามารถเกิดขึ้นที่ลำคอได้จากการทำออรัลเซ็กส์

วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังแบบหมดเปลือก ตั้งแต่หนองในที่คอคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร อาการเป็นแบบไหนที่ควรสงสัย ไปจนถึงวิธีวินิจฉัยและโรคอื่นๆ ที่อาจมีอาการคล้ายกัน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้องครับ

หนองในที่คอคืออะไร? ทำไมถึงเป็นได้จากการทำออรัลเซ็กส์?

หนองใน (Gonorrhea) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชื่อ Neisseria gonorrhoeae เรามักจะคุ้นเคยกับการติดเชื้อหนองในที่อวัยวะเพศ ซึ่งทำให้เกิดหนองไหลออกมา แต่จริงๆ แล้วเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้สามารถติดเชื้อได้ที่เยื่อบุในหลายๆ ส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นช่องคลอด ท่อปัสสาวะ ทวารหนัก ดวงตา และที่สำคัญคือ ลำคอ

การติดเชื้อหนองในที่ลำคอเกิดขึ้นได้จากการทำออรัลเซ็กส์ (Oral Sex) ไม่ว่าจะเป็นการใช้ปากกับอวัยวะเพศชาย (Fellatio) หรืออวัยวะเพศหญิง (Cunnilingus) หากคู่ของเรามีการติดเชื้อหนองในที่อวัยวะเพศ เชื้อแบคทีเรียก็สามารถแพร่กระจายมายังเยื่อบุลำคอของเราได้โดยตรงครับ

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าการทำออรัลเซ็กส์เป็นรูปแบบการมีเพศสัมพันธ์ที่ “ปลอดภัย” จากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เพราะการสัมผัสโดยตรงระหว่างเยื่อบุต่างๆ สามารถทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายได้เช่นกัน

อาการแบบไหนที่ต้องสงสัยว่าเป็นหนองในในลำคอ?

นี่คือประเด็นสำคัญที่คนไข้หลายคนอาจมองข้าม เพราะอาการของหนองในที่ลำคอไม่ได้จำเพาะเจาะจง และอาจคล้ายกับอาการเจ็บคอทั่วไปที่เราเป็นกันบ่อยๆ

  • เจ็บคอ แสบคอ หรือระคายคอ: เป็นอาการหลักที่พบบ่อยที่สุด อาจเป็นอาการเจ็บคอเรื้อรังที่ไม่ดีขึ้นแม้จะกินยาแก้เจ็บคอทั่วไป
  • กลืนลำบาก: อาจรู้สึกเจ็บหรือฝืดขณะกลืนอาหารหรือน้ำ
  • คอแดงหรือมีจุดแดงเล็กๆ: เมื่อส่องกระจกดู อาจเห็นผนังคอหรือต่อมทอนซิลมีลักษณะแดงผิดปกติ
  • ต่อมทอนซิลบวม: บางรายอาจมีอาการต่อมทอนซิลอักเสบ บวมแดง
  • มีไข้ต่ำๆ ปวดเมื่อยตัว: อาจมีอาการคล้ายเป็นหวัดร่วมด้วย แต่ไม่ใช่อาการที่พบได้บ่อย
  • ต่อมน้ำเหลืองที่คอบวม: อาจคลำพบก้อนเล็กๆ บริเวณคอจากการที่ต่อมน้ำเหลืองโตเพื่อตอบสนองต่อการติดเชื้อ

สิ่งหนึ่งที่ทำให้หนองในที่ลำคอวินิจฉัยยากคือ หลายคนอาจไม่มีอาการใดๆ เลย หรือมีอาการเพียงเล็กน้อยจนละเลยไป ทำให้เชื้อโรคสามารถแพร่กระจายต่อไปได้โดยไม่รู้ตัวครับ

วินิจฉัยยังไง? จะรู้ได้ยังไงว่าใช่หนองในจริงๆ?

เมื่อมีอาการเจ็บคอเรื้อรังและมีประวัติการทำออรัลเซ็กส์ หมอจะเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียด รวมถึงพฤติกรรมทางเพศ เพื่อประเมินความเสี่ยง จากนั้นจะทำการตรวจร่างกายในช่องปากและลำคอเพื่อดูความผิดปกติ

แต่การวินิจฉัยที่แน่นอนที่สุดจะต้องพึ่งการตรวจทางห้องปฏิบัติการครับ

  • การเก็บตัวอย่าง (Swab): หมอจะใช้ไม้พันสำลีป้ายเก็บตัวอย่างจากบริเวณลำคอ (คอหอยส่วนหลัง และ/หรือ ต่อมทอนซิล)
  • การตรวจหาเชื้อ: ตัวอย่างที่เก็บได้จะถูกส่งไปตรวจในห้องปฏิบัติการ ซึ่งมีหลายวิธี เช่น
    • การเพาะเชื้อ (Culture): เป็นวิธีมาตรฐานที่นำเชื้อไปเพาะในจานเพาะเชื้อเพื่อดูการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย สามารถใช้ทดสอบความไวของยาปฏิชีวนะได้
    • การตรวจหาสารพันธุกรรม (Nucleic Acid Amplification Test - NAAT หรือ PCR): เป็นวิธีที่ไวและจำเพาะเจาะจงสูง สามารถตรวจจับสารพันธุกรรมของเชื้อแบคทีเรียได้แม้มีจำนวนน้อย ให้ผลแม่นยำและรวดเร็วกว่าการเพาะเชื้อ

ผลการตรวจมักจะใช้เวลาไม่กี่วัน และเมื่อยืนยันว่ามีการติดเชื้อหนองในที่คอ แพทย์ก็จะแนะนำแนวทางการรักษาต่อไปครับ

ไม่ใช่แค่หนองใน! โรคอื่นที่อาจทำให้เจ็บคอคล้ายกัน (การวินิจฉัยแยกโรค)

สิ่งสำคัญอีกอย่างคืออาการเจ็บคอไม่ได้เป็นสัญญาณของหนองในเสมอไป ยังมีโรคอื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้มีอาการคล้ายคลึงกัน ซึ่งแพทย์จะพิจารณาเพื่อวินิจฉัยแยกโรค

  • เจ็บคอจากไวรัสทั่วไป: เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือ Mononucleosis (หรือที่เรียกว่าโรคจูบ) ซึ่งมีอาการเจ็บคอ ไข้ ต่อมน้ำเหลืองโตได้
  • เจ็บคอจากแบคทีเรียอื่นๆ: เช่น การติดเชื้อ Strep Throat (Strepococcal pharyngitis) ซึ่งเป็นแบคทีเรียกลุ่ม A Streptococcus ก็ทำให้เจ็บคอ คอแดง มีไข้ได้
  • การติดเชื้อซิฟิลิสที่คอ: ในระยะแรกของซิฟิลิส อาจมีแผลร้อนในคล้ายแผลเปื่อยในช่องปากหรือลำคอ ซึ่งอาจทำให้เจ็บคอได้
  • การติดเชื้อ HIV (ระยะแรกเริ่ม): ผู้ที่เพิ่งติดเชื้อ HIV บางรายอาจมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ซึ่งรวมถึงเจ็บคอ มีไข้ และต่อมน้ำเหลืองโตได้
  • โรคอื่นๆ ที่ไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์: เช่น กรดไหลย้อน (GERD) ที่ทำให้กรดในกระเพาะไหลย้อนขึ้นมาที่คอ ทำให้เกิดอาการระคายเคืองและเจ็บคอเรื้อรัง หรือการระคายเคืองจากการสูบบุหรี่ มลภาวะต่างๆ

ดังนั้น การให้ข้อมูลที่ครบถ้วนและแม่นยำกับหมอ จึงเป็นสิ่งสำคัญมากในการช่วยให้หมอวินิจฉัยได้อย่างถูกต้องครับ

รักษาหนองในในลำคอให้หายขาด ทำได้อย่างไร?

ข่าวดีคือหนองในที่ลำคอสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาปฏิชีวนะครับ การรักษาอาจแตกต่างจากการติดเชื้อที่อวัยวะเพศเล็กน้อย เนื่องจากเชื้อหนองในที่ลำคอมักจะตอบสนองต่อยาได้ยากกว่า

  • ยาปฏิชีวนะ: โดยทั่วไปแพทย์จะใช้ยาปฏิชีวนะชนิดฉีดร่วมกับชนิดกินในครั้งเดียว หรือให้ยาชนิดกินเป็นคอร์ส ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อและความรุนแรงของอาการ
  • รักษาคู่เพศสัมพันธ์: เป็นสิ่งสำคัญมากที่คู่เพศสัมพันธ์ของเราจะต้องได้รับการตรวจและรักษาไปพร้อมกัน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อซ้ำไปซ้ำมา (Ping-Pong effect)
  • ติดตามผลหลังการรักษา: หลังจากการรักษาครบตามกำหนด แพทย์อาจนัดหมายให้กลับมาตรวจซ้ำอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าเชื้อหนองในหายไปจากลำคออย่างแท้จริง

สิ่งสำคัญคือต้องกินยาปฏิชีวนะให้ครบตามที่แพทย์สั่ง ไม่หยุดยาเองแม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้ว เพื่อป้องกันปัญหาเชื้อดื้อยาครับ

ป้องกันดีกว่าแก้! ทำอย่างไรให้ห่างไกลหนองในที่คอ?

การป้องกันเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงการติดเชื้อหนองในและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ

  • ใช้ถุงยางอนามัย/แผ่นอนามัยสำหรับปาก (Dental Dam) เมื่อทำออรัลเซ็กส์: การใช้ถุงยางอนามัยหุ้มอวัยวะเพศชาย หรือใช้แผ่นอนามัยสำหรับปากคลุมอวัยวะเพศหญิง/ทวารหนัก จะช่วยลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อโดยตรงได้
  • ตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำ: หากคุณเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมทางเพศที่เสี่ยง เช่น มีคู่เพศสัมพันธ์หลายคน หรือมีคู่นอนใหม่ ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำ
  • สื่อสารกับคู่เพศสัมพันธ์: การพูดคุยอย่างเปิดอกกับคู่ของคุณเกี่ยวกับสถานะสุขภาพทางเพศของทั้งสองฝ่าย เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยปกป้องคุณและคู่ของคุณได้

อาการเจ็บคอไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเสมอไป ยิ่งถ้าคุณมีประวัติการทำออรัลเซ็กส์และรู้สึกว่าอาการเจ็บคอไม่ยอมหายไปไหน การสงสัยและรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุด อย่าอายหรือลังเลที่จะปรึกษาแพทย์นะครับ การดูแลสุขภาพของตัวเองคือสิ่งสำคัญที่สุด หมอพร้อมให้คำปรึกษาเสมอครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down