เวลาที่เราอุ้มเจ้าตัวเล็กกลับมาบ้าน ความกังวลใจของคนเป็นพ่อแม่มักจะเริ่มต้นขึ้นทันที ยิ่งเป็นเด็กทารกแรกเกิดที่ยังพูดไม่ได้ ยิ่งทำให้เราเดาไม่ออกเลยว่าอาการงอแงที่เป็นอยู่มาจากความหิว ง่วงนอน หรือเขากำลังเจ็บป่วยตรงไหนกันแน่
ในฐานะหมอเด็ก ผมมักจะบอกคุณพ่อคุณแม่เสมอว่า สัญชาตญาณของคนเป็นแม่และพ่อมีความแม่นยำสูงมาก ถ้าเริ่มรู้สึกว่าลูกดูแปลกไปจากเดิม ไม่สดใสเหมือนเคย หรือร้องไห้งอแงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นั่นคือสัญญาณเตือนชั้นดีแล้วครับว่าเราควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด
ลูกหายใจเร็ว หายใจแรง จนซี่โครงยุบ อาการแบบนี้อันตรายมาก
เรื่องการหายใจของทารกเป็นสิ่งแรกที่ผมอยากให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตให้ดี ปกติแล้วทารกจะหายใจเร็วกว่าผู้ใหญ่ แต่วิธีสังเกตว่าลูกกำลังหายใจลำบากและต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที มีจุดสังเกตง่ายๆ ดังนี้ครับ
- หายใจอกบุ๋มหรือท้องบุ๋ม: เวลาที่ลูกหายใจเข้าแล้วสังเกตเห็นผิวหนังตรงซี่โครงบุ๋มลงไป หรือตรงคอหอยบุ๋มลึก นั่นแปลว่ากล้ามเนื้อช่วยหายใจต้องทำงานหนักมาก
- จมูกบานเวลาหายใจ: ลูกพยายามขยายรูจมูกกว้างทุกครั้งที่สูดอากาศเข้าไป
- หายใจมีเสียงครืดคราดหรือเสียงหวีด: โดยเฉพาะเวลาที่หายใจออกแล้วได้ยินเสียงผิดปกติ
- ริมฝีปากหรือเล็บเริ่มเขียวคล้ำ: อาการนี้แสดงว่าร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นภาวะวิกฤตที่รอช้าไม่ได้เด็ดขาด
ลูกซึมลงปลุกยาก ไม่ยอมตื่นมากินนม
ทารกปกติมักจะตื่นมากินนมทุกๆ สองถึงสามชั่วโมง แต่ถ้าวันไหนลูกดูเซื่องซึม นอนหลับผิดปกติปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่น หรือตื่นขึ้นมาแล้วไม่ยอมดูดนมเลย แรงดูดไม่มี แววตาเหม่อลอย ไม่สบตา หรือส่งเสียงร้องเบาแหบแห้งเหมือนคนไม่มีแรง อาการซึมแบบนี้ในเด็กเล็กมักเป็นสัญญาณเตือนของภาวะติดเชื้อรุนแรงในกระแสเลือดหรือภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง
ไข้สูงในเด็กอายุต่ำกว่าสามเดือน เรื่องนี้ชะล่าใจไม่ได้
ถ้าลูกอายุยังไม่ถึงสามเดือนแล้วมีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส นั่นคือเหตุผลด่วนที่สุดที่เราต้องพาไปห้องฉุกเฉินทันที แม้ว่าเด็กโตไข้สูงอาจจะยังพอยาพาราเซตามอลประคับประคองได้ แต่สำหรับทารกแรกเกิดถึงสามเดือน ระบบภูมิคุ้มกันของเขายังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ เชื้อโรคอาจลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดหรือเยื่อหุ้มสมองได้อย่างรวดเร็วแบบที่เราคาดไม่ถึง
อาเจียนพุ่งเป็นน้ำ หรืออาเจียนออกมาเป็นสีเขียว
การแหวะนมของเด็กเล็กเป็นเรื่องปกติเพราะหูรูดยังปิดไม่สนิท แต่ลักษณะการอาเจียนที่ต้องระวังและถือเป็นเหตุฉุกเฉินคือ
- อาเจียนพุ่ง: พุ่งออกมาแรงเหมือนน้ำพุ่งออกจากสายยาง ไม่ใช่แค่ไหลย้อยออกมาตามมุมปาก
- อาเจียนเป็นสีเขียวหรือมีเลือดปน: อาการนี้บ่งบอกถึงความผิดปกติในทางเดินอาหาร เช่น ลำไส้กลืนกัน หรือลำไส้อุดตัน ซึ่งต้องให้ศัลยแพทย์เด็กตรวจรักษาโดยด่วน
ร้องไห้โยเยไม่ยอมหยุดนานเกินสองชั่วโมง ร่วมกับมีอาการเกร็ง
เสียงร้องของลูกที่เจ็บป่วยจะไม่เหมือนเสียงร้องเวลาหิวหรือเปียกแฉะ มันจะเป็นเสียงร้องแหลมสูงโหยหวนและต่อเนื่องยาวนานปลุกปลอบเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหยุด บางครั้งอาจมีอาการงอขาเข้าหาหน้าท้องร่วมด้วย หรือเกร็งตัว แข็งทื่อ อาการเหล่านี้มักเกิดจากอาการปวดท้องรุนแรงจากลำไส้ผิดปกติ หรือความเจ็บปวดจากโรคทางสมอง
ชักเกร็ง ตาค้าง หรือร่างกายกระตุกผิดปกติ
หากพบว่าลูกมีอาการตัวเกร็ง ตาเหลือก ตาค้าง หรือมีส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายกระตุกเป็นจังหวะโดยไม่รู้ตัว แม้ว่าอาการจะหยุดไปเองภายในไม่กี่วินาที ก็ต้องรีบนำตัวส่งห้องฉุกเฉินทันที เพราะอาการชักในทารกมักมีสาเหตุมาจากโรคทางสมองหรือไข้สูงจัดที่อันตรายมาก
จำไว้เสมอว่า ในเรื่องของสุขภาพเด็กเล็ก ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุด หากคุณพ่อคุณแม่รู้สึกไม่สบายใจกับอาการของลูก ต่อให้อาการยังไม่เข้าเกณฑ์ทั้งหมดที่ผมเล่ามา การพาไปให้คุณหมอตรวจที่โรงพยาบาลเลยย่อมดีกว่าการรอดูอาการอยู่ที่บ้านแล้วพบว่าสายเกินไปครับ