ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนอาจเคยสังเกตตัวเองไหมครับว่า เวลาที่เรากินส้มมะนาว มะขาม หรืออาหารหมักดองที่มีรสเปรี้ยวจัดทีไร วันรุ่งขึ้นมักจะตามมาด้วยอาการแสบร้อนรอบทวารหนักเวลาขับถ่าย หรือบางทีก็ถ่ายเหลวเป็นน้ำจนต้องวิ่งเข้าห้องน้ำแทบไม่ทัน อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันมีความเชื่อมโยงกันในเชิงสรีรวิทยาและระบบทางเดินอาหารที่เรามักมองข้ามไปครับ

เมื่อกระเพาะและลำไส้ต้องเจอกับความเป็นกรดที่มากเกินไป

ตามปกติแล้ว ทางเดินอาหารของเรามีความสามารถในการบริหารจัดการความเป็นกรดด่างได้ค่อนข้างดี แต่ถ้าช่วงไหนที่เรากินอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรดสูงติดต่อกัน หรือร่างกายเกิดภาวะไวต่ออาหารกลุ่มนี้ (Food Sensitivity) ระบบย่อยอาหารจะเริ่มส่งสัญญาณประท้วง กรดส่วนเกินที่ร่างกายย่อยไม่หมดจะเดินทางต่อไปยังลำไส้ใหญ่ ส่งผลให้สภาพแวดล้อมภายในลำไส้เกิดการระคายเคืองและเสียสมดุล

ทำไมอุจจาระถึงมีความรุนแรงและกัดผิวจนแสบไปหมด?

เวลาที่เราพูดถึงเรื่องการแพ้อาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรดส่งผลต่อความรุนแรงของอุจจาระ กลไกหลักไม่ได้อยู่ที่แค่ตัวอาหารอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าลำไส้ของเราดูดซึมน้ำและแร่ธาตุได้ไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดการดึงน้ำกลับเข้าสู่ลำไส้มากเกินไปจนกลายเป็นอุจจาระเหลว นอกจากนี้ กรดอินทรีย์และเอนไซม์ย่อยอาหารที่ยังหลงเหลืออยู่ จะถูกขับออกมาพร้อมกับของเสีย ทำให้ค่า pH ของอุจจาระมีความเป็นกรดสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เมื่ออุจจาระที่มีความเป็นกรดสูงนี้สัมผัสกับผิวหนังรอบทวารหนักที่มีความบอบบาง จึงเกิดอาการระคายเคืองอย่างรุนแรง เรารู้สึกแสบยิบๆ เหมือนโดนน้ำยาล้างแผล ทั้งหมดนี้เกิดจากการอักเสบเฉพาะที่ที่ถูกกระตุ้นโดยความเป็นกรดในของเสียนั่นเองครับ

อาหารกลุ่มไหนบ้างที่กระตุ้นให้เกิดปัญหานี้?

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น อาหารที่มักจะสร้างปัญหาเรื่องความเป็นกรดและส่งผลต่อความรุนแรงของอุจจาระ ได้แก่:

  • ผลไม้รสเปรี้ยวจัด เช่น ส้ม มะนาว สับปะรด มะเขือเทศ
  • อาหารหมักดองที่มีกรดแลคติกสูง เช่น กิมจิ ผักดอง ผลไม้ดอง
  • เครื่องดื่มคาเฟอีนและน้ำอัดลมที่มีความเป็นกรดสูง
  • อาหารรสจัดจ้างที่กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้

ปรับพฤติกรรมการกินอย่างไรให้อาการถ่ายแสบก้นดีขึ้น?

หากไม่อยากทรมานเวลาเข้าห้องน้ำ ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินง่ายๆ ดังนี้ครับ

  • ลดปริมาณอาหารรสเปรี้ยวจัดลง โดยเฉพาะช่วงที่ระบบย่อยอาหารอ่อนแอ
  • ดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ เพื่อช่วยเจือจางความเป็นกรดในระบบทางเดินอาหาร
  • ทานอาหารที่มีใยอาหารสูงและฤทธิ์เป็นด่างอ่อนๆ เพื่อช่วยปรับสมดุลลำไส้
  • สังเกตตัวเองว่าอาหารชนิดไหนที่กินทีไรท้องเสียทุกที แล้วหลีกเลี่ยงชนิดนั้นเป็นพิเศษ

เช็กอาการแบบไหนควรไปปรึกษาแพทย์?

โดยทั่วไป อาการแสบท้องหรือถ่ายเหลวจากกรดในอาหารจะดีขึ้นได้เองภายในหนึ่งถึงสองวัน แต่ถ้าหากใครที่มีอาการถ่ายเป็นมูกเลือด มีไข้ร่วมด้วย หรือน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว แบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้นะครับ แนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียด เพราะอาจมีโรคเกี่ยวกับลำไส้อักเสบเรื้อรังซ่อนอยู่ครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down