เจอเลือดสีแดงติดกระดาษทิชชูหรือหยดลงโถส้วม อย่าเพิ่งตกใจจนเกินเหตุ
เวลาเข้าห้องน้ำแล้วก้มมองลงไปในโถส้วมแล้วเจอเลือดสีแดงสดติดอยู่ หรือมีเลือดติดกระดาษทิชชูตอนเช็ดทำความสะอาด ยอมรับเลยว่าใครเห็นก็ต้องใจหายวาบด้วยความตกใจ หลายคนกังวลไปไกลถึงโรคร้ายแรง แต่จากประสบการณ์ที่ผมตรวจคนไข้มาที่ห้องตรวจบ่อยครั้ง สาเหตุส่วนใหญ่ที่พบมักจะมาจากเรื่องใกล้ตัวอย่างโรคริดสีดวงทวารหรือแผลปริที่ขอบทวารหนัก ซึ่งเป็นภาวะที่รักษาให้หายได้และไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
แยกให้ออกระหว่างริดสีดวงทวารกับแผลปริที่ขอบทวารหนัก
แม้ว่าอาการเด่นของทั้งสองโรคนี้คือการมีเลือดสีแดงสดเหมือนกัน แต่ลักษณะของอาการปวดและความรู้สึกเวลานั่งขับถ่ายจะมีความแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน ซึ่งช่วยให้เราสังเกตเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง
ริดสีดวงทวาร: ติ่งเนื้อที่โผล่ออกมาพร้อมเลือดสด
สำหรับริดสีดวงทวารแบ่งออกเป็นชนิดภายในและภายนอก โดยทั่วไปถ้าเป็นริดสีดวงภายใน มักจะมีเลือดสีแดงสดหยดตามหลังการถ่ายอุจจาระ หรือมีเลือดเคลือบอยู่บนผิวของอุจจาระ โดยที่ไม่มีอาการเจ็บปวดอะไรในตอนแรก แต่ถ้าเป็นมากขึ้นอาจจะมีก้อนเนื้อนิ่มๆ ยื่นออกมาขณะเบ่งถ่าย และสามารถหดกลับเข้าไปได้เอง หรือบางคนต้องใช้มือดันกลับเข้าไป
แผลปริที่ขอบทวารหนัก: เจ็บแปล๊บเหมือนมีอะไรบาดตอนถ่าย
ในส่วนของแผลปริที่ขอบทวารหนัก อาการสำคัญจะไม่ใช่แค่เรื่องเลือดอย่างเดียว แต่จะมีอาการเจ็บปวดรุนแรงร่วมด้วย เหมือนมีเศษแก้วหรือของมีคมบาดบริเวณทวารหนักในขณะที่อุจจาระก้อนใหญ่และแข็งผ่านออกมา อาการเจ็บนี้อาจลากยาวไปอีกหลายชั่วโมงหลังเข้าห้องน้ำเสร็จ และมักจะมีเลือดสีแดงสดติดอยู่ตามกระดาษทิชชูเล็กน้อย
ทำไมอุจจาระถึงมีสีแดงสดจากสองปัญหานี้
สาเหตุหลักเกิดจากการที่เยื่อบุบริเวณทวารหนักมีความบอบช้ำ โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาท้องผูกเรื้อรัง ต้องออกแรงเบ่งมากๆ หรือมีอุจจาระก้อนแข็ง แรงดันเหล่านี้ทำให้เส้นเลือดฝอยบริเวณนั้นเกิดการโป่งพองและแตกออกกลายเป็นริดสีดวง หรือทำให้ผิวหนังอ่อนนุ่มเกิดแผลฉีกขาด เมื่ออุจจาระเสียดสีผ่านจึงทำให้มีเลือดสดๆ ไหลออกมาให้เห็นทันที เพราะตำแหน่งของแผลอยู่ใกล้กับปากทวารหนัก เลือดจึงยังคงมีสีแดงสด ไม่ได้เปลี่ยนเป็นสีคล้ำเหมือนเลือดที่ออกทางเดินอาหารส่วนบน
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อเริ่มมีอาการเลือดออก
หากอาการยังไม่รุนแรง เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อบรรเทาอาการและป้องกันไม่ให้แผลฉีกขาดมากขึ้นได้ด้วยตัวเอง
- ดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ: เพื่อช่วยให้อุจจาระนิ่มลงและเคลื่อนตัวผ่านได้ง่าย ไม่ต้องออกแรงเบ่ง
- เพิ่มกากใยในอาหาร: ทานผัก ผลไม้ และธัญพืชให้สม่ำเสมอเพื่อช่วยเรื่องระบบขับถ่าย
- ปรับพฤติกรรมการขับถ่าย: ไม่นั่งเล่นโทรศัพท์มือถือค้างไว้นานเกินไปบนโถส้วม และไม่เบ่งอุจจาระอย่างรุนแรง
- การแช่น้ำอุ่น: นำก้นแช่ในน้ำอุ่นประมาณ 10 ถึง 15 นาที วันละ 2 ถึง 3 ครั้ง จะช่วยลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อและบรรเทาอาการปวดได้ดี
สัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรมาพบแพทย์ทันที
ถึงแม้ว่าริดสีดวงและแผลปริจะพบได้บ่อย แต่ถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด เพราะอาจไม่ใช่แค่เรื่องริดสีดวงธรรมดา
- มีเลือดออกจำนวนมาก หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ หรือรู้สึกเหมือนจะเป็นลม
- อุจจาระเปลี่ยนเป็นสีดำเข้มคล้ำ หรือมีเลือดปนอยู่กับเนื้ออุจจาระแบบไม่แยกจากกัน
- มีไข้ มีอาการปวดบวมแดงร้อนบริเวณก้น หรือมีหนองไหลออกมาจากก้อน
- น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีอาการท้องผูกสลับท้องเสียต่อเนื่องนานหลายสัปดาห์
การมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดจะช่วยให้มั่นใจได้แน่นอนที่สุดว่าอาการเลือดออกนั้นมาจากริดสีดวงทวาร แผลปริที่ขอบทวารหนัก หรือมีโรคร้ายแรงอื่นๆ ซ่อนอยู่ เพื่อจะได้เริ่มต้นรักษาได้อย่างตรงจุดและหายจากความทรมานได้อย่างรวดเร็ว